อาหารออร์นิช


อาหารออร์นิชในที่นี้ ตั้งตามชื่อของนายแพทย์ดีน ออร์นิช ชาวอเมริกันที่พัฒนาสูตรอาหารนี้ขึ้นเมื่อสักยี่สิบปีมาแล้ว เป็นสูตรอาหารลดความอ้วน ปรากฏว่าสูตรอาหารของแกเกิดดังระเบิดขึ้นมาจนติดอันดับ กลายเป็นสูตรอาหารออร์นิชที่คนอ้วนจำนวนไม่น้อยนิยมใช้กัน

อาหารออร์ชิช (Ornish's Diet) ดังมาได้สักระยะ คนอ้วนจำนวนหนึ่งนำเอาไปปฏิบัติ ทำเอาคนอ้วนกลายเป็นคนผอมไปจำนวนไม่น้อย อยู่มาวันหนึ่ง สูตรอาหารของแกก็ถูกแชมป์คนใหม่ พัฒนาสูตรอาหารที่เรียกกันว่า 'อาหารแอตกินส์' เป็นอาหารประเภทโปรตีนสูง ไขมันสูงแต่แป้งต่ำ ออกมาขอท้าแข่ง

สูตรอาหารแอตกินส์ไม่ได้แนะนำอะไรมาก อยากจะกินอะไรก็กินได้ ทั้งยังไม่มีการแนะนำให้ออกกำลังกายให้ยุ่งยาก อยากกินมากแค่ไหนก็ไม่ห้าม ขอแต่เพียงให้กินอาหารประเภทแป้งให้น้อยที่สุดเท่านั้น มนุษย์ที่มีนิสัยดั้งเดิมอยากจะทำอะไรง่ายๆ ในเมื่อสูตรอาหารแอตกินส์ไม่ยุ่งยากมากนัก ย่อมเป็นธรรมดาที่ในที่สุดสูตรอาหารแอตกินส์ก็โด่งดังไปทั่วโลก จนแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักสูตรอาหารแอตกินส์

แต่โภชนาการด้านการลดความอ้วนมักจะเป็นเรื่องตามกระแส เป็นแฟชั่น เดี๋ยวก็โด่งดังเป็นพลุแตก อีกไม่นานนักก็เหือดหายไป ความดังของทั้งอาหารออร์นิชกับอาหารแอตกินส์ก็ไม่อยู่ในข่ายยกเว้น อาหารออร์นิชดังอยู่ไม่กี่ปีก็ค่อยๆ ถูกสูตรอาหารชนิดอื่นกลืนรัศมี สูตรอาหารที่มาทีหลังแต่แรงกว่าคือ สูตรอาหารแอตกินส์ ความดังของอาหารแอตกินส์ทำเอาอาหารออร์นิชแทบจะหายไปจากวงการ

สูตรอาหารแอตกินส์ดังอยู่หลายปี สุดท้ายก็ถึงคราวจะต้องดับไปเหมือนกัน เมื่อหมอโรเบิร์ต แอตกินส์ เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อต้นปี 2546 เพราะลื่นหกล้มในหิมะที่นิวยอร์ก มีข่าวแพลมออกมาว่าหลังการตรวจสุขภาพหมอแอตกินส์พบว่าหมอแกมีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำเอาสูตรอาหารของแกแทบจะเสียรังวัดว่าเป็นสูตรอาหารลดความอ้วนแท้ๆ แต่อาจจะทำให้คนมีปัญหาหลอดเลือดตีบก็ได้ อาจจะเป็นเพราะสูตรอาหารของแกไม่ห้ามการบริโภคไขมันสัตว์นั่นเอง

สูตรอาหารแอตกินส์แทบจะเงียบหายไป พระเอกตัวใหม่ก็เผยโฉม เป็นสูตรอาหารคล้ายแอตกินส์ แต่ห้ามการบริโภคไขมันสัตว์ และหากจะเลือกน้ำตาลและแป้งจะต้องเป็นแป้งขัดสีต่ำ ทั้งขอให้ลดอาหารหวานที่เติมน้ำตาลทราย สูตรอาหารใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า อาหารเซาท์บีช

แต่ไม่ว่าอาหารสูตรไหนจะมาดังหรือมาดับ ดูเหมือนสูตรอาหารออร์นิชก็ยังมีสมาชิกบางส่วนนิยมชมชอบอยู่ คงเป็นเพราะความเป็นสูตรอาหารที่สอดคล้องกับความเชื่อทางโภชนาการมากที่สุด นี่เองที่ทำให้นักโภชนาการจำนวนไม่น้อยคิดในแง่บวกกับอาหารออร์นิช มีหลายคนอยากจะรู้ว่าอาหารออร์นิชเป็นอย่างไร ฉบับนี้จึงขอกล่าวถึงอาหารออร์นิชบ้าง เพราะหลายเดือนที่ผ่านมาเคยกล่าวถึงอาหารแอตกินส์ไปแล้ว

อาหารออร์นิชเป็นสูตรอาหารที่แนะนำให้ผู้บริโภคลดการบริโภคไขมันลง แม้จะไม่ได้ห้ามเนื้อสัตว์เด็ดขาด แต่ก็แนะนำให้เลือกอาหารประเภทพืชผักเป็นพื้น อาหารประเภทธัญพืชก็แนะนำให้เลือกประเภทขัดสีต่ำหรือที่เรียกกันว่า โฮลเกรน มากกว่าที่จะขัดสีเป็นแป้ง ให้เลือกถั่วรวมถึงถั่วเหลืองในรูปของถั่วที่ไม่แปรรูป เรียกง่ายๆ ว่าแนะนำให้บริโภคกากถั่วมากกว่าที่จะเป็นน้ำเต้าหู้เติมน้ำตาลนั่นแหละ

กรณีของโปรตีน สูตรอาหารออร์นิชแนะนำให้เลือกบริโภคไข่ขาวโดยให้เลี่ยงไข่แดงที่มีคอเลสเตอรอลสูง ทั้งให้เลือกนมหรือผลิตภัณฑ์นมประเภทไขมันต่ำ หากจะบริโภคแป้งและน้ำตาลก็ขอให้เป็นชนิดขัดสีต่ำ แป้งขัดขาวและน้ำตาลทรายขอให้เลี่ยง หากบริโภคได้อย่างนี้นอกจากจะลดน้ำหนักได้แล้ว ยังได้อาหารกลุ่มที่เป็นประโยชน์อีกต่างหาก เสี่ยงต่อการเป็นโรคเสื่อมและโรคมะเร็งน้อยลง หมอออร์นิชแกว่าอย่างนั้น

กรณีการเสริมวิตามินและเกลือแร่ หมอออร์นิชแกไม่ห้าม แถมยังแนะนำให้เสริมเสียด้วย โดยแนะนำวิตามินซีวันละ 1 กรัม วิตามินอี 100-400 หน่วยสากลต่อวัน กรดโฟลิก 1 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจากนี้ยังแนะนำให้เสริมธัญพืชประเภทแฟล็กสีดที่มีกรดไขมันโอเมก้าสามสูง หรือไม่ก็ขอให้บริโภคปลาหรือไม่ก็น้ำมันปลา

ซีลีเนียมเป็นแร่ธาตุที่แนะนำให้เสริมประมาณ 100-200 ไมโครกรัมต่อวัน โดยเชื่อว่าจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้ด้วย มีการอ้างเป็นรายงานวิจัยจากวารสาร Journal of the American Medical Association หรือ JAMA ปี 1996 หน้า 1957-1962 ออกมาว่าหากเสริมสักสี่ปีจะช่วยลดมะเร็งปอดได้ 46% มะเร็งต่อมลูกหมาก 63% และมะเร็งลำไส้ 58% รวมแล้วสามารถลดมะเร็งเฉลี่ย 37%

นอกจากจะแนะนำให้ลดไขมัน ลดพลังงาน เสริมอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว สูตรอาหารออร์นิชยังแนะนำให้เคี้ยวช้าๆ โดยบอกว่ากว่าสมองจะเตือนร่างกายว่าให้อิ่มได้แล้วก็กินเวลาไป 20 นาที ในช่วงเวลาที่ว่านี้จึงไม่ควรกินเร็วให้ได้พลังงานมากๆ ควรจะกินแบบอ้อยอิ่ง เคี้ยวช้าๆ จะได้ไม่อ้วน

เลี่ยงการทำให้อาหารสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศมากเกินไป จึงไม่ควรหั่นอาหารให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพราะจะทำให้อาหารสูญเสียสารอาหารได้ง่าย ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกตั้งแยะ เหตุผลอย่างนี้นี่เองที่ทำให้นักโภชนาการจำนวนไม่น้อยนิยมสูตรอาหารออร์นิชมากกว่าสูตรอาหารอื่น

แต่ก็ยังมีนักโภชนาการหัวเก่าบางคนที่อาจจะไม่ชอบสูตรอาหารออร์นิชนัก จะมีเรื่องอะไรน่ะหรือ ก็เรื่องการแนะนำให้เสริมวิตามินนั่นแหละ นักโภชนาการหัวเก่าจำนวนหนึ่งไม่แนะนำการเสริมสารอาหารทุกประเภทอย่างเด็ดขาด จะผิดจะถูกอย่างไร ผู้เขียนขอไม่วิจารณ์ ใครอยากจะเสริมหรือไม่เสริมอย่างไรก็ปฏิบัติกันตามสะดวกเถอะครับ


(update 4 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 634 วันที่ 26 ก.ค. - 1 ส.ค. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600