ฉบับที่แล้วแนะนำเคล็ดวิชาจับตามองพฤติกรรมอันไม่น่าไว้วางใจ โดยปล่อยให้คุณๆ
คาใจว่าจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไร ถ้าความจริงแจ้งประจักษ์ว่าเขามีคนอื่น... บอกตรงๆ
ว่ะไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกัน! อ้าว! พูดอย่างนี้เดี๋ยวมีต่อยใช่มั้ยคะ... ก็มันจริงๆ นี่
ใครเจอเข้าก็ต้องงเป็นไก่ตาแตก น้ำตาไหลพราก ราวกับโลกทั้งโลกถล่มทลายลงมาต่อหน้าต่อตา
ตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เว้นเสียแต่ว่า สุดสวาทของใครจะมีแนวโน้มอยู่แล้วตั้งแต่อ้อนแต่ออก
ก็คงไม่ตกอกตกใจอาจแค่ควันออกหูตาลุกเป็นไฟพร้อมทำลายล้าง... เท่านั้นเอง
คงจะมีน้อยคนที่สามารถฝืนธรรมชาติแสดงปฏิกิริยาสงบนิ่งใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
เพราะฉะนั้นเรามากรอเทปย้อนกลับไปก่อนวันนี้จะมาถึงหน่อยมั้ยคะ
ย้อนกลับไปหยุดตรงวันที่เราเริ่มเห็นเค้าลางของการนอกใจ ก็ควรจะเริ่มถามตัวเองว่าถ้าเป็นจริงดังสงสัยเราจะทำอย่างไร
ถามใจตัวเองล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับความจริง ดีกว่าปล่อยให้วันนั้นมาถึงแล้วทำอะไรไม่ถูก
หรือทำลงไปแล้วด้วยอารมณ์แต่ไม่ยักใช่จุดหมายปลายทางที่เราต้องการจริงๆ
การมีเวลาไตร่ตรองให้รอบคอบ ช่วยให้เรารู้ว่าจะเลือกทางไหนโดยใช้เหตุผลต่างๆ มารองรับบ้างแล้ว
และรู้ขอบเขตของการแสดงท่าทีต่อเขาผู้ (ยัง) เป็นที่รักของเรา ดีกว่าไม่ทันคิดเยอะเลยค่ะ
เพราะส่วนมากมักจะทำให้เรื่องบานปลายเกินควบคุมสถานการณ์ในที่สุดตกที่นั่งลำบากเสียเอง
ระหว่างที่สมองซีกขวาจมดิ่งในความเสียใจ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ ใช้งานสมองซีกซ้ายตัดสินใจ
และเลือกวิธีจัดการที่เหมาะสมดีกว่า
ทางเลือกแรก... เลิกเลยดีมั้ย ถ้าจะตัดสินใจแบบนี้คิดเหตุผลข้อดีข้อเสียให้รอบด้านว่ามีผลกระทบต่อใครอย่างไรบ้าง
ลูกจะเป็นยังไง เราจะเป็นยังไง แล้วเขาล่ะ แต่ละคนจะเผชิญหน้ากับปัญหาสารพัด ไล่เรียงดูว่ามีกี่กระบุงโกย
หันกลับมามองต้นตอของปัญหาดูก่อนดีไหมว่าเกิดจากอะไร และข้อเท็จจริงอันหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ
ผู้ชายที่ไปข้องแวะกับหญิงอื่นเป็นผู้ชายที่รักภรรยานะคะ แต่คงจะเป็นความรักที่ขาดความเมตตาเพราะใจดำพอ
ที่จะทำร้ายความรู้สึกของคนที่เขารักได้
เรามาทำความเข้าใจกับผู้ชายที่ออกนอกลู่นอกทางกันหน่อยดีกว่าค่ะ มีประเด็นน่าสนใจในงานวิจัย
ของ ศ.พญ.นงพะงา ลิ้มสุวรรณ และ รศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ในหัวข้อ
สาเหตุของการมีเมียน้อยในชายไทย 20 ราย ถึงแม้คน 20 คนจะดูน้อย (เพราะหาคนเต็มใจตอบทำยายาก
ที่ได้ก็เพราะมาปรึกษาปัญหาครอบครัว) แต่ในความน้อยนั้นพอจะบอกได้หลายอย่าง เช่น
การมีเมียน้อยมาจากความใกล้ชิดสนิทสนมสูงมากกว่าสาเหตุอื่น (60% ของเหตุผลทั้งหมด) และ
ไม่ได้เกิดจากการมีปัญหาภายในครอบครัวเป็นเหตุผลใหญ่ (60% มีความสุขในชีวิตคู่)
ผู้ชายที่เขายับยั้งชั่งใจก็มีเยอะ แล้วพวกใกล้ชิดหญิงอื่นแล้วไหลไปตามน้ำนั้นเป็นไปได้ยังไง
ในเมื่อรักลูกรักเมียอยู่เย็นเป็นสุขดีนี่ งานวิจัยนี้บอกว่า
น่าจะเพราะผู้ชายเหล่านี้มีปัญหาบุคลิกภาพพื้นฐานที่บกพร่องหลายด้านอยู่แล้ว เช่น เป็นคนไม่ชอบตัดสินใจ
ไม่ชอบแสดงออก อารมณ์อ่อนไหว เปลี่ยนแปลงง่าย ใจร้อน หุนหัน จึงอาจทำให้ปล่อยตัวปล่อยใจไปเรื่อยๆ
แล้วแต่เหตุการณ์จะพาไป ไม่ควบคุมตัวเอง ไม่ตัดสินใจทำอะไรที่ควรจะทำ เช่น ยุติความสัมพันธ์เสียก่อนที่จะมีปัญหา
เมื่ออยู่ในวัยที่สร้างฐานะมั่นคง ก็อาจต้องการให้คนอื่นเอาใจมากกว่าคอยเอาใจผู้อื่น
หรือชายวัยนี้บางคนเริ่มเกิดปัญหาเกี่ยวกับการสูญเสีย ปัญหาความเจ็บป่วย หรือขาดความมั่นใจในตนเอง
จึงแสวงหาความสัมพันธ์นอกสมรส
จากรายงานการศึกษาในต่างประเทศ เขาก็พบว่า บุคลิกภาพของคนที่นอกใจมีอิทธิพลมากกว่าคุณภาพชีวิตสมรส
ส่วนใหญ่เป็นคนไม่มั่นใจ คิดว่าตัวเองด้อยกว่าคู่ของตัว จึงต้องการหาความสัมพันธ์กับคนอื่นเพื่อเสริมความมั่นใจ
หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็คือ หลงตัวเอง คิดว่าตนเก่งมีเสน่ห์ ฉะนั้นการมีความสัมพันธ์กับคนอื่น
เป็นการยืนยันว่าตนมีเสน่ห์ และเป็นคนเก่ง
ทำความเข้าใจกับเขาบ้างแล้ว ลองมาดูทางเลือกอีกทางหนึ่ง...
ใจกว้างพร้อมให้อภัย ถ้าใจจริงยังรักและต้องการให้ครอบครัวยังคงอยู่
เจรจาตกลงกันเพื่อให้เขาจัดการแก้ปัญหาเลิกข้องเกี่ยวกับทางนั้นไป ข้อนี้ต้องมีความอดทน
ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ไม่ควรจะกดดัดเขามากเกินไป หรือทำลายบรรยากาศภายในบ้านจนเขารู้สึกทนอยู่ไม่ได้
และต้องให้เขาเข้าใจว่าการให้อภัยนั้นไม่ใช่อภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยอมให้เขากลับไปหาคนเดิมหรือหาหน้าใหม่อีก
ถ้าเข้มแข็งสามารถเสมอต้นเสมอปลายกับเขา ยังดูแลดีเหมือนเดิม ไม่ทำสงครามเย็น สงครามประสาท
เก็บถ้อยคำกระแนะกระแหนได้มากกว่าจะปล่อยออกไปหมดแม็ก ไม่สร้างปัญหาซ้ำซ้อนเสียเอง
หากเขาเป็นคนมีสำนึกดีก็มีแนวโน้มว่าจะได้เขากลับคืนมาและคลี่คลายปัญหาได้ ถ้าวางตัวดี
แล้วใจเย็นให้เวลาก็แล้วยังไม่ค่อยรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเราและครอบครัวที่ร่วมสร้างกันมา
ยังมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นอยู่เสมอ ก็คงต้องคิดอีกรอบแล้วว่า นี่ชั้นมีใครไว้ในครอบครองกันละเนี่ย
จะทำอย่างไรต่อก็ค่อยว่ากันไป
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่อยากจะบอกค่ะ ไม่รู้ว่าถูกต้องตามหลักทฤษฎีหรือเปล่า เพียงแต่ใช้สามัญสำนึกง่ายๆ ว่า
คนที่ตัดสินใจเลือกเอาซะทางใดทางหนึ่งน่ะจิตใจจะสงบสุขได้มากกว่าถึงใครจะไม่สงบสุขที่สุดก็เถอะ
เพราะการตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกทางไหนดีทำให้เราติดอยู่กับปัญหาอย่างไม่รู้จบสิ้นนั้นเป็นความทุกข์ยิ่งกว่า
ไหนๆ จะอยู่ด้วยกันต่อ ก็พยายามทำใจปลดเปลื้องความไม่สบายใจออกไปทีละข้อ ช่างหัวมันบ้าง
หรือจะไปก็เตรียมใจให้พร้อมสำหรับทางข้างหน้า และพยายามลืมเรื่องร้ายๆ ไปซะ คงต้องใช้เวลา
...จนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่ผ่านพ้นทุกอย่างไปได้
(update 13 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา..
life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 100 กรกฎาคม 2547 ]
|