What men want ?


ความในใจของผู้ชาย…
        …ต้องการอะไรบอกมาตรงๆ เถอะที่รัก อ้อมค้อมอยู่ไม่ได้ผลกับผมหรอก
        …เรื่องที่เราทะเลาะกันไปตั้งหลายเดือนก่อน ไม่ต้องสะสมแต้มยกมาทะเลาะกันอีกในคราวหลัง
        …คุณจะใส่อะไรมันก็ดีแล้วทั้งนั้น จริงๆ ขอให้เชื่อเถอะ
        …กาปฏิทินไว้ตัวโตๆ ซะเถอะว่าวันไหนวันเกิดคุณ วันเกิดผม วันเกิดลูก หรือวันครบรอบแต่งงานของเรา อย่างน้อยผมจะจำได้บ้าง
        …อย่าตัดผมสั้นกุ๊ดกู๋เชียวนะ
        …ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนที่แต่งตัวแบบลูกเกดเวลาขึ้นปกหนังสือ ก็อย่าเฝ้าหวังว่าผมจะทำตัวดีวิเศษเหมือนพระเอกในละครน้ำเน่า
        …ถ้าคิดว่าตัวเองอ้วน ก็คงจะจริง เพราะฉะนั้นอย่าถาม ผมยังคิดหาคำตอบที่ถูกต้องไม่ได้
        …บางครั้งผมก็ไม่ได้คิดถึงคุณ ทำใจยอมรับดีกว่า
        …ที่รัก คุณมีรองเท้าพอแล้วละคร้าบ
        …ผมเป็นผู้ชาย ทำไมจะต้องถามทาง ผมจัดการเองได้ การขับรถหลงทางเป็นการเรียนรู้เส้นทางใหม่ๆ ผู้หญิงไม่เข้าใจหรอก

เดินเล่นอยู่ดีๆ ฝนตกปุ๊บโดนไฟดูดปั๊บ นับแต่นั้นมาดิฉันเริ่มได้ยินเสียงผู้ชายข้างๆ ตัวคิดแบบนี้ละค่ะ จะว่าไปประสบการณ์เหนือธรรมชาติของเราทำไมเหมือนในหนัง What women want? เปี๊ยบเลยนะ

แหม ฟังแล้วมันน่าหยิกพุง แต่ก็ดีเหมือนกันนะที่ได้รู้บ้างว่าคิดอะไรอยู่ เพราะเขามักจะโดนข้อหา เย็นชา ไร้อารมณ์ และห่างเหินอยู่บ่อยๆ ผู้ชายเขาก็ต้องการสารพัดไม่แพ้ผู้หญิงหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าจะให้เขามานั่งเปิดคอร์สสัมมนาอย่างที่เราชอบเขาไม่ค่อยถนัด อันนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของผู้หญิงที่เชี่ยวชาญ ลงลึกในรายละเอียด และสามารถยกตัวอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหล่อนจะจำได้ด้วยซ้ำ

เขาต้องการคนขอความเห็น
ผู้หญิงเรามีหัวใจเป็นนักพัฒนาปรับปรุงคุณภาพสามีทุกคนแหละค่ะ…ตายละซิ คุณไปบอกเขาว่า ต้องทำตัวยังไงเวลาอยู่บ้านหรือเวลาไปหาพ่อแม่กับคุณ บอกเขาว่าต้องขับรถยังไง แต่งตัวยังไงหรือเปล่า ว่าแล้วเชียว นี่ละเรื่องเซนสิทีฟสำหรับผู้ชายเลยละ เพราะเขาเกิดมาพร้อมกับความคิดที่ว่า เขาต้องมีความสามารถ และรู้สึกตัวว่ามีความสามารถ การที่เราไปบอกเขาให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ตามคำแนะนำของเรา แสดงให้เขาเห็นว่าเรากังขาในความสามารถของเขาหรือไฉน เราทำให้เขาเสียใจโดยไม่ได้ตั้งใจเข้าแล้ว เขาก็เลยตั้งการ์ดสูงกับคุณละทีนี้ เพราะเขาน่ะเป็นหัวหน้าครอบครัว จะมาบอกเขาว่าทำอะไรไม่ถูกมั่งเขาเสียเชิงค่ะ

แทนที่จะบอกให้เขาทำอะไร ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เล็กน้อย พยายามขอความเห็นเขาค่ะ ในเมื่อเขาอยู่ในบทบาทผู้เชี่ยวชาญและสามารถ แทนที่จะบอกว่า คุณควรทำอย่างนี้ อย่างนั้น หรืออย่างโน้น ลองเปลี่ยนคำพูดเป็น "ที่รักคุณคิดว่าอันนี้จะทำยังไงดีคะ" ทำให้เขาได้ช่วยระดมความคิดกับคุณ เขาเป็นผู้มีส่วนร่วมในการแก้ไข เราก็มีโอกาสบอกเล่า ความในใจแล้วมีคนสำคัญของเราเปิดหูคอยรับฟัง เป็นวิธีที่เราสามารถให้เขาปรับได้ โดยไม่ต้องแนะนำว่าเขาควรจะทำยังไง

เขาต้องการโลกส่วนตัวเวลาเครียด
เมื่อเขามีปัญหา เขาจะเงียบกริบเหมือนเข้าถ้ำจำศีล เขาต้องการหลีกลี้ผู้คนเพื่อขบคิดของเขาคนเดียว ข้อนี้เป็นเรื่องปกติของผู้ชาย จึงมีข้อห้ามเด็ดขาดว่าอย่าพยายามคุ้ยแคะแกะเกา หรือตื้อเขาให้บอกว่ามีปัญหาอะไรในใจ ระเบิดอาจจะลงใส่เราผู้หวังดี เพราะเขายังไม่พร้อม ถ้าเขาต้องการอยู่เงียบๆ ก็ปล่อยเขาค่ะ เพราะเป็นการแสดงว่าเราเชื่อมั่นในตัวเขาว่า เขาสามารถแก้ไขมันได้ด้วยตัวเอง ถ้าเขาเป็นผู้ชายแบบนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ คอยเป็นกำลังใจอยู่ห่างๆ ไม่หาเรื่องจุกจิกไปกวนใจ เดี๋ยวเขาก็กลับมา

ส่วนมากผู้หญิงเราจะรู้สึกน้อยใจว่า เขาไม่เห็นเรามีค่าพอที่จะปรึกษา แล้วก็ชักเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมาว่าเขารักเรามากเท่าที่เรารักเขาหรือเปล่า วันไหนปลอดโปร่งบอกเขาไปบ้างว่าเรารู้สึกยังไงกับท่าทีของเขา อยากครุ่นคิดคนเดียวไม่ว่า แต่ช่วยลดท่าทีที่ตัดขาดคนทั้งโลกไปบ้าง เราจะได้เข้าใจ แล้วก็พร้อมจะปลอบใจ

จริงๆ แล้วผู้ชายก็ต้องการให้ปลอบใจนะคะ เวลาเขาเศร้าเสียใจหรือสับสน ถ้าสามีบอกภรรยาสุดที่รักว่า "กอดหน่อยสิ เศร้าจัง" เขาจะรู้สึกว่าความเป็นชายชาตรีเขามันลดน้อยถอยลง ผู้หญิงเองก็เถอะค่ะ เรามีภาพที่มองผู้ชายไว้ว่าต้องเข้มแข็ง คงรู้สึกแปลกๆ เหมือนกันที่เขาวิ่งมาซบอกเรา บ่อยกว่าที่เราจะไปซบอกเขาน่ะค่ะ เขาจึงดำรงความเข้มแข็งไว้ด้วยการอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ฟูมฟายน้ำตาไหลพราก

อย่าทำตัวเป็นแม่
จะบอกให้ว่าการทำตัวเป็นแม่เขา มันไม่เซ็กซี่เอาซะเลยนะคะ ถึงแม้ว่าผู้ชายมักจะมีธรรมชาติเป็นเด็ก อยู่ในตัวยาวนานกว่าผู้หญิง บางครั้งเขาทำตัวเป็นเด็กโข่งแล้วเขาก็จะรู้สึกสบายใจมีความสุข และอบอุ่นเมื่อรู้สึกว่าได้อยู่กับคนที่ดูแลเขาได้แบบแม่ดูแลลูก เขาต้องการให้อบอุ่นแบบนั้นแหละ

แต่อีกบทบาทของแม่ที่จะเป็นปัญหาคาใจของเขาก็คือ เราจะไม่ค่อยเชื่อว่าเขาจัดการอะไรได้ด้วยตัวเอง จะคอยจู้จี้เขา ให้เขาทำโน่นทำนี่จนสำเร็จ พูดปากเปียกปากแฉะเตือนแล้วเตือนเล่า ไม่เคยปล่อยให้เขาจัดการอะไรเอง ดูแลและแก้ไขให้เสร็จสรรพไปหมด อารมณ์หวานแหววมันหดหมด ปล่อยให้เขาจัดการด้วยวิธีของเขาบ้าง ถ้าเขาทำไม่ได้แล้วเอ่ยปากขอให้ช่วยนั่นละดีที่สุดเชียวค่ะ

ผู้ชายสนใจเฉพาะจุดหมายปลายทาง
เอาละ ผู้หญิงเราได้เข้าใจกันซะทีว่าทำไมเขาเกลียดที่สุด ถ้าต้องไปเดินช้อปปิ้งกับเรา ชอบทำเสียงเข้มใส่แบบ "ไหนบอกจะหากระเป๋าเดินทาง นี่ดูไปเรื่อย เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางก็แล้ว ยังไม่เห็นไปดูกระเป๋าซะที" ถ้าเราบอกเขาว่าเราจะตั้งใจทำอะไร เพื่อทำให้เขาสบายใจ ก็ควรดิ่งตรงไปถึงจุดหมายก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ไม่ใช่ว่าจุดหมายจะไม่สำคัญ แต่ผู้หญิงเราเพลิดเพลินกับเรื่องระหว่างทางพอๆ กับการไปถึงจุดหมายค่ะ ถ้าผู้ชายเป็นคนขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด เขาจะต้องทำเวลาให้ดีที่สุดเพื่อไปถึงที่หมาย แต่ผู้หญิงขับเหรอค่ะ แวะดูโน่นดูนี่ แวะซื้อของฝากตามรายทางแวะทุกปั๊มใหญ่ซื้อของกินตุนไว้กลัวหิว ปริมาณของกินที่ซื้อน่ะ สามารถอยู่ได้ถึง 3 เดือน

ถ้าเราทำอะไรร่วมกับเขาแล้ว เพลิดเพลินตามประสาเราไปทุกเรื่อง ไม่มุ่งไปที่จุดหมายละก็จะทำให้เขาสับสนและอึดอัดมากทีเดียวค่ะ สงสารเขาหน่อยดีไหม

เขาไม่ถนัดกับเรื่องในบ้านเท่ากับงาน
อย่าไปหวังว่าถึงตาเขาดูแลรับผิดชอบเรื่องในบ้าน แล้วมันจะได้คุณภาพมาตรฐาน อย่างที่คุณผู้หญิงได้ทำไว้ คุณรึอุตส่าห์ให้กับข้าวมีอาหารครบ 5 หมู่ มีผักมากๆ ไขมันน้อยๆ ลูกต้องมีผลไม้กินทุกมื้อ เพื่อลูกจะได้เรียนรู้การกินอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่เด็กๆ แต่พอตอนเราติดงานกลับค่ำบ้างถึงตาเขาทำกับข้าว มันน่าโมโหตรงที่เขาทำกับข้าวได้อร่อยกว่า คุณเสียอีกแต่เขากลับโทรสั่งพิซซ่า เขาจะรู้สึกว่าเราซีเรียสมากไป พิซซ่ามื้อเดียวจะทำให้ลูกเราแปรสภาพไปเป็นอะไรในทันทีเชียวหรือ

ผู้หญิงเราจะรู้สึกว่าทำไมเวลาให้เขาดูแลบ้าน เขาจะมองว่าทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายๆ สบายๆ ไปหมด ทำไมไม่ทำให้มันเหมาะสม ส่วนเขาจะรู้สึกว่า เราว่าเขาได้ทุกเรื่อง เขาไม่เคยดีพอ แม้จะช่วยดูแลความเรียบร้อยในบ้านแล้วก็ตาม

การดูแลบ้านและลูกสำหรับผู้หญิงเป็นสิ่งที่เราได้รับการปลูกฝังต่อๆ มาหลายรุ่น บทบาทของเพศแม่คือดูแลลูกและความเรียบร้อยภายในบ้าน บทบาทของพ่อคือผู้นำทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ถึงวิถีชีวิตเราจะเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่ของแบบนี้มันฝังอยู่ในยีนเชียวนะคะ

อย่าไปวางมาตรฐานสูงเกินไปสำหรับเขา มองซะใหม่ด้วยความซาบซึ้งใจว่า เขาน่ารักแค่ไหนที่มีส่วนช่วยดูแลความเรียบร้อยในบ้าน แล้วผู้หญิงเราจะเป็นสุขขึ้น ให้เขาได้รับคำชมแทนคำบ่นบ้างดีไหมคะ

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา จริงมั้ยคะ เรื่องของความรักก็คงไม่ต่างไปเท่าไหร่ รู้ใจเขาซะอย่างก็จะรู้วิธีเอาใจให้รักหลงจนยืนเข้าแถวแล้วมองคอคนข้างหน้าไม่เห็น เพราะโงหัวไม่ขึ้น อิ อิ


(update 18 กุมภาพันธ์ 2004)
[ ที่มา.. life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 93 ธันวาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600