" ทำไมเธอจึงดูมีความสุขจังเลย ท่าทางเหมือนไม่มีห่วงอะไรเลยนะ ไม่เหมือนฉัน
วันๆ แค่คอยตามถามว่าสามีไปอยู่ที่ไหนกับใครก็เหนื่อยแล้ว แถมพ่อเจ้าประคุณชอบโกรธเสียด้วย
เวลาถามว่าวันนี้จะไปไหน จะกลับบ้านเมื่อไร" อนงค์นางหนึ่งเปรยกับเพื่อนสนิท
" อ๋อของฉันนั้น สามีน่ารักจ้ะ ที่สามีน่ารักก็เพราะว่าฉันทำตัวให้เขาต้องเป็นห่วงเสมอๆ
สามีของฉันวันๆ ต้องวุ่นวายตามหาว่า ฉันอยู่ที่ไหน จะให้ไปรับกลับบ้านเมื่อไร จำไว้เลยว่า
ผู้ชายน่ะเหมือนๆ กันแทบทั้งนั้น ถ้าเราทำตัวเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ เขาก็จะยิ่งหนีหาย
แต่ถ้าเรายังคงทำตัวเป็นสาวคนเดิมของเขา ที่เขาต้องทะนุถนอมดูแล คอยปกป้องผองภัยให้แล้ว
เขาจะรู้สึกว่า เขาเป็นคนมีค่า และยิ่งเราพยายามชมเชยเขาให้ได้ยินทั้งต่อหน้าและลับหลังว่า
ที่ชีวิตของเราเป็นสุข อยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะได้สามีดี เขาจะยิ่งภาคภูมิใจ
และพยายามที่จะเป็นคนดีมากขึ้น
" จริงๆ นะ ใครอยากจะเป็นคนไม่ดี ถ้าไม่จำเป็น แต่ผู้หญิงอย่างเรานั่นแหละ
ที่วันๆ เอาแต่ว่าสามี ว่าไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วคิดหรือว่าการบ่น การว่าและการด่าจะทำให้เขาดีขึ้นได้
กลับจะทำให้เขาเลวลงไปอีกละก็ไม่ว่า สามีของเรานะ วันๆ ต้องคอยถามว่า จะกินอะไรจะซื้อให้
เพราะไม่อย่างนั้น เราก็ไม่มีอะไรกิน แต่เราต้องทำตนให้มีคุณค่าในสายตาของคนอื่นด้วยนะ
เพราะผู้ชายชอบผู้หญิงที่มีคุณค่าทั้งนั้น รวมทั้งไม่อยากที่จะโดนเธอทิ้งไปด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ
ต้องทำตัวเป็นคนฉลาดคนเก่งต่อหน้าคนอื่น แล้วทำตัวเป็นคนโง่ๆ ที่ต้องพึ่งพาสามีเมื่ออยู่ด้วยกัน
แค่นี้แหละ ก็ทำให้อารมณ์ดีแล้ว เมื่ออารมณ์แจ่มใส...ชีวิตคู่ก็ย่อมเป็นสุขจริงไหม"
เพื่อนสนิทของสาวนางนั้น ตอบกลับเสียยืดยาว
" ของพี่ดีกว่านั้นอีก เมื่อหลายวันก่อน ลูกสาวมาเล่าเรื่องให้ฟังว่า คุณแม่รู้ไหมว่าเพื่อนๆ
เกือบทั้งห้องอิจฉาเธอแทบทั้งสิ้น ที่วันๆ เอาแต่หัวเราะเริงร่าอย่างมีความสุข
พร้อมทั้งเล่าเรื่องตลกโปกฮาให้เพื่อนๆ ฟัง ลูกสาวบอกว่า เพื่อนๆ ของเธอสงสัยกันมากเลยว่า
ทำไมลูกสาวมีความสุขจัง เพราะที่บ้านของเพื่อนๆ นั้นพ่อแม่แทบจะไม่เคยหัวเราะให้แก่กันเลย
บางคนกลับบ้านแล้วมองหน้ากันเฉยๆ ไม่พูดจา แถมพ่อแม่บางคนชอบดุลูกทุกครั้งเวลาอารมณ์เสีย
ทำให้ลูกๆ ไม่รู้ว่าจะเอาใจอย่างไรดี จนเกิดความทุกข์ และไม่มีความสุขเวลาอยู่บ้าน
ลูกสาวเลยตอบเพื่อนๆ ไปว่า ที่เธออยู่ดีมีสุขและหัวเราะเป็นประจำ
ก็เพราะที่บ้านทุกคนมีแต่หัวเราะให้กัน เพราะพ่อแม่ของเธอบ้าๆ บอๆ พอคนหนึ่งทำท่าหงุดหงิด
อีกคนก็จะเล่าเรื่องตลกโปกฮา ก็ทำให้บรรยากาศคลายความเคร่งเครียดไป ทุกคนก็เลยมีความสุข
เขาจึงว่าไว้ว่า บ้านเปี่ยมรักนั้น จะต้องพยายามเข้าใจกัน มองกันในแง่ดี ชีวิตก็มีความสุข
อะไรที่เป็นเรื่องนอกบ้านก็พยายามกองมันไว้ที่หน้าบ้านบ้าง" รุ่นพี่สาววัยทองหมาดๆ
ตอบเพื่อนร่วมสนทนา
" เพราะผมเป็นผู้ชายอารมณ์ดี เนื่องจากขี้ลืม ผมชอบหลงลืมในสิ่งที่ควรจะลืม
และพยายามจะจำในสิ่งที่น่าจะจำ เช่น ผมไม่เคยจำได้เลยว่า ภรรยาไม่ดีอย่างไร
ไม่เคยจำได้สักคำว่า เธอบ่นเธอว่าผมอย่างไร ก็ผู้หญิงไม่บ่นก็ไม่ใช่ผู้หญิงแล้ว
ผู้ชายต้องรู้จักเข้าใจผู้หญิงบ้าง เลิกจดจำที่เธอบ่น แต่ให้จำว่า ที่เธอบ่นก็เพราะอยากให้สามีและลูกๆ
ของเธอได้ดีต่างหาก การพยายามจะจดจำในสิ่งที่ดีๆ ของกันและกัน
นอกจากจะทำให้ชีวิตคู่ยืนยาวและเป็นสุขแล้ว ยังทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีกด้วย
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากมีชีวิตคู่ที่สดใสแล้วละก็ ก่อนอื่นพยายามฝึกการลืมในสิ่งที่ไม่ควรจะจดจำเสียแต่วันนี้
และพยายามจำให้ได้ว่า ที่เรามาใช้ชีวิตด้วยกันนี้ ก็เพราะว่าเรารักกัน" ผู้ชายวัยทองที่แสนจะสดใสรายหนึ่ง
บอกเคล็ดลับแก่เพื่อน
" หัดไปท่องเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันเสียบ้าง เพราะการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จำเจทุกวัน
ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และอารมณ์หดหู่เศร้าหมอง หลายต่อหลายคู่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน
ก็เพราะบรรยากาศที่น่าเบื่อ ชวนให้ทำแบบนั้น ลองชวนกันไปท่องเที่ยวทัศนาจร
ปรับบรรยากาศให้แปลกใหม่บ้าง แล้วจะรู้ว่าในตอนที่กำลังมีความสุขจากการท่องเที่ยวนั้น
อะไรที่เคยคุยกันยาก อะไรที่เคยคุยกันไม่รู้เรื่อง จะกลับมาคุยรู้เรื่อง เหมือนฝันทีเดียว
เพราะในตอนที่ไปท่องเที่ยวมีความสุขกันอยู่นั้น กำแพงบางอย่างที่มองไม่เห็น
และขัดขวางไม่ให้เข้าใจกัน มันจะลดลงโดยอัตโนมัติ" ชายหนุ่มอีกคนให้ความเห็นอย่างมีหลักมีเกณฑ์
คุณๆ ที่มีคู่ชีวิตแล้ว และกำลังจะเกิดความเบื่อหน่ายต่อกัน เคยลองคิดกันบ้างไหมครับว่า
อะไรที่ทำให้ความสุขน้อยลงไป อะไรที่ทำให้สัมพันธภาพเริ่มไม่แจ่มใสเหมือนเมื่อรักกันใหม่ๆ
...อารมณ์ นั่นเอง!!!
อารมณ์ของคนเราที่เปลี่ยนไปตามสภาพการดำเนินชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
ทำให้สัมพันธภาพของคนเราคลอนแคลน ความอดทนลดลง ความอดกลั้นลดลง
และความอดออมก็ลดลง
ความอดทนต่อพฤติกรรมบางอย่างของคนใกล้ตัวที่ไม่ชอบให้ทำ แต่ยังคงทำอยู่
เพราะเป็นนิสัย ตอนแรกรักกันใหม่ๆ อะไรต่อมิอะไรก็ทนได้ ตาสองข้างบอดสนิทเพราะความรัก
ต่อมาแต่ละฝ่ายก็ยังคงทำเหมือนเดิม ต่างที่ความอดทนลดลง ก็เลยกลายเป็นเรื่องเป็นราว
ความอดกลั้นที่จะไม่ปะทะคารม หรือโต้ตอบ ในสิ่งที่ไม่พอใจเริ่มลดลง ผลที่ตามมาก็คือ
มีปากเสียงกันมากขึ้น ยอมกันน้อยลง คนที่อยู่ด้วยกันลองเริ่มเถียงกันแล้ว ก็จะเริ่มโกรธกัน
จากโกรธกันก็จะเริ่มเกลียด และเมื่อเริ่มมีความเกลียดขึ้น ในหัวใจก็จะเริ่มไม่รัก
แน่นอน เมื่อเริ่มไม่รัก ความรักก็เริ่มจะจืดจาง และค่อยๆ หายไปๆ พร้อมกับเวลาที่ผ่านไป
ความอดออมก็ลดลง ไม่อดออมถนอมน้ำใจกัน บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรจะพูด ก็พูดออกมา
บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรจะทำ ก็เริ่มทำ เมื่อคนเราที่อยู่ด้วยกันไม่เรียนรู้ที่จะอดออมถนอมน้ำใจกันแล้ว
อนาคตของชีวิตคู่จะเป็นอย่างไร ก็น่าจะรู้
เพราะฉะนั้น เราต้องรู้วิธีการที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง...
แล้วชีวิตคู่ของเราก็จะมีความสุข
ทำไมไม่ลองเริ่มตั้งแต่วันนี้ ทุกอย่างมักยากที่ก้าวแรก แต่เมื่อก้าวออกไปแล้วทุกก้าวย่าง
ก็จะมั่นคงขึ้นด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นว่า เราจะอยู่กันด้วยความรัก มีอารมณ์แจ่มใสเบิกบาน
และพยายามทำให้คู่ของเรามีความสุข
ไม่ยากเลยที่จะทำดังต่อไปนี้...
- ผู้หญิงก็หัดเลิกบ่นเสียบ้าง แทนที่จะบ่นว่าทำแบบโน้นแบบนี้ไม่ดี ทำไมไม่พูดว่า
ลองทำแบบนั้นแบบนี้บ้างดีไหม ก็รู้ๆ ว่าผู้ชายนั้น ใจจริงอยากจะเอาใจผู้หญิงจะตาย
แต่ไม่ชอบถูกบ่นถูกว่า เพราะเป็นพวกโคนันทวิศาลก็แค่นั้นเอง
- ผู้ชายก็หัดเปิดปากบอกรักผู้หญิงคนนั้นเสียบ้าง เพราะเธอต้องการรู้ว่า ผู้ชายยังรักเธออยู่ไหม
และเมื่อทราบว่ายังรักอยู่แล้ว เธอก็จะสบายใจขึ้น เลิกบ่นเลิกว่าและทำตัวเป็นสาวผู้น่ารักและแสนดีคนเดิม
- พูดจากันด้วยมธุรสวาจา แทนที่จะพูดคำส่อเสียด คำกระทบกระแทกแดกดัน
ก็หันมาพูดกันด้วยถ้อยคำที่ไพเราะหวานซึ้งกินใจกันบ้าง ทำไมก่อนจะอยู่ด้วยกันพูดกันได้
หลังจากอยู่ด้วยกันแล้วถึงพูดไม่ได้?? ทำไมไม่ลองพูดดู แล้วจะรู้ว่าพูดไม่ยากเลย ถ้าอยากจะพูด
- คิดถึงความดีของกันและกัน พยายามนึกถึงความดีของคู่ของคุณให้ได้วันละครั้ง
ก็น่าจะทำให้เกิดความชื่นชมยินดีและเป็นสุขแล้ว
- เลิกคิดถึงความไม่ดีของกันและกัน ยอมรับกันบ้างว่า ไม่มีใครเกิดมาเพรียบพร้อม
สมบูรณ์แบบเหมือนชายหญิงในฝันหรอก
- ยอมรับแต่ละคนอย่างที่เป็น ไม่ใช่ที่อยากจะให้เป็น และพยายามปรับปรุงตัวให้สอดคล้องกัน
ไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยความสมานสามัคคีกัน ในอันที่จะจรรโลงชีวิตคู่ให้ยาวนานและเป็นสุข
- คบแต่เพื่อนฝูงที่ดี ประเภทยุแยงตะแคงรั่ว หรือปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ
และประเภทหวังดีแต่ประสงค์ร้าย พยายามตัดออกไปจากสาระบบเพื่อนให้หมด
จำไว้เลยว่า เพื่อนคนไหนที่บอกว่า สามีเราไม่ดี ภรรยาเราไม่ดี เพื่อนแบบนี้คบไม่ได้
และเพื่อนประเภทยุให้รำตำให้รั่ว เวลาปรึกษาทีไร แนะนำให้เลิกกันบ้าง อย่าไปทนบ้าง
พวกนี้ถอยห่างให้ไกลๆ ก็จะเป็นกุศลแก่สังคมและประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง
ทำได้แค่นี้ อารมณ์ก็แจ่มใสแล้ว อารมณ์แจ่มใสจิตใจก็เป็นสุข
จิตใจเป็นสุข ชีวิตก็ราบรื่น
และครอบครัวก็จะมีแต่ความรักสมัครสมาน...
(update 30 มิถุนายน2547 )
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 626 วันที่ 31 พ.ค. - 6 มิ.ย. 2547 ]
|