กรี๊..ด..ด.. ยอดผู้อ่านคอลัมน์ จิตวิทยาครอบครัว ฉบับนี้ทะลุเป้า คุณขา
ถ้าคุณไม่ใช่ภรรยาผู้นิยมทัศนียภาพด้านเกษตรกรรม หรือตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า
ชอบเอาหูไปหาเอาตาไปไร่ แล้วไซร้ คงต้องการตุนข้อมูลในครั้งนี้ไว้ใช้ประโยชน์บ้างละน่า
ขอเผยความนัยว่าหนักใจค่ะ มันเป็นดาบสองคมจริงๆ นะคะ
ในการบอกคุณๆ ว่าพ่อเนื้อท้องของคุณนั้นเข้าข่ายมีพฤติกรรมต้องสงสัย
เพราะดีกรีของความไว้เนื้อเชื่อใจของแม่เนื้อเย็นแต่ละหลังคาเรือนจะแก่อ่อนเท่ากันรึก็เปล่า
ถ้าหนักแน่นมั่นคงมองโลกในแง่ดีตามปกติก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นคนขี้ระแวงสงสัยเป็นทุนเดิมก็อาจไม่เป็นสุข
เพราะมัวแต่เฝ้าสังเกตคุณสามีพร้อมสรุปเสร็จสรรพว่าคุณพี่เปี้ยนไป๋... จนก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาน่ะสิคะ
เพราะเราไปทำให้คุณพี่เขาเสียอารมณ์เข้าให้แล้ว เขาจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความไว้วางใจอย่างที่ควรจะเป็น
สัญญาก่อนว่าเราจะเป็นหญิงที่เดินสายกลางไม่วิตกจริตจนเกินเหตุ แล้วก็ไม่รักมึนทึบจนเห็นทุกอย่างเป็นสีชมพูล้วน
พฤติกรรมแบบไหนที่น่าสังเกตว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเขา
ว่ามีแนวโน้มจะไปมีใครซุกซ่อนอยู่ บอกไม่ยากหรอก...
อย่างหนึ่งก็คือเราเองอาจเริ่มรู้สึกว่าเขาค่อนข้างห่างเหินไปยังไงบอกไม่ถูก จะใช้อะไรวัด
ก็ตัวเองนั่นแหละค่ะรู้สึกไหมว่าเขาไม่ค่อยจะให้ความสนใจ ห่วงใย หรือเล่นหัวเหมือนเดิม
แทบไม่พูดคุยหรือมองหน้ากันด้วยซ้ำ ใช้ชีวิตใต้ชายคาเดียวกันไปวันๆ นี่เป็นสัญญาณอย่างอ่อนๆ
ให้พึงสังเกตไม่ใช่ข้อสรุป เขาอาจจะมีปัญหาปวดหัวกับเรื่องงานเรื่องเงิน
หรือเราอาจไปสร้างปัญหาให้เขาไม่พอใจในตัวเราอยู่ก็ได้เลยอยากอยู่นิ่งๆ สงบใจสักพัก
อาการที่น่าสงสัยที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ เริ่มมีลับลมคมใน ชอบทำตัวลึกลับ เวลารับโทรศัพท์ก็ทำเสียงเบาๆ
ถ้าใช้มือถือจะเดินหลบมุมไปพูดที่อื่น ใครเดินผ่านก็ลดเสียงลง ถามไปก็บอกไม่มีอะไรเรื่องงานนิดๆ หน่อยๆ น่ะ
เพื่อนโทรฯ มาบ้าง ทั้งๆ ที่ไม่เคยต้องเป็นความลับกับเรา แล้วโทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นของรักของหวง
ไม่อยากให้ใครแตะต้อง เพราะกลัวเจอเบอร์ลึกลับเข้าน่ะซิ
คนโกหกไม่เก่งร้อยทั้งร้อยเวลาตอบคำถามจะต้องหลบตา หรือไม่ก็ขึงตาสู้เกินเหตุเพราะกลัวจับได้
สังเกตความผิดปกติในดวงตาได้อีกอย่างก็คือ กะพริบตาปริบๆ ถี่ขึ้นกว่าปกติระหว่างอธิบายข้อความปั้นแต่ง
และมักจะตอบด้วยน้ำเสียงที่แปลกออกไป เสียงสูงไปบ้าง เสียงแหบต่ำแบบไม่ค่อยจะมีแรงตอบบ้าง
บางคนติดอ่างขึ้นมาซะเฉยๆ... จะว่าไปก็น่าสงสารนะคะเนี่ย
ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไปของเขาบอกอะไรเราได้บ้าง
จากที่ทำงานกลับถึงบ้านเป็นเวล่ำเวลาบวกลบแล้วราวชั่วโมงสองชั่วโมง ไม่เคยล่าช้าบ่อย
มีนัดยกดื่มกับเพื่อนๆ ก็ไม่ถี่มาก ระยะหลังเหมือนร้อนรุ่มอยากใช้ชีวิต
และความบันเทิงนอกบ้านมากกว่าในบ้าน
เขาอาจจะได้ตำแหน่งใหม่หรืองานใหม่ที่ต้องพบปะลูกค้าและพาสังสรรค์หลังเลิกงาน
แต่แหม... สังสรรค์อาทิตย์ละ 5 วันเชียวเหรอ งบเอนเทอร์เมนบริษัทนี้สูงกว่าเงินเดือนคุณพี่หรือเปล่าละเนี่ย
น่าจะพาลูกเมียไปสมัครทั้งบ้าน จะได้เป็นครอบครัวสุขสันต์เพราะสังสรรค์ตลอด
การเป็นผู้มีอัธยาศัยเข้ากับคนง่ายเป็นคนสบายๆ ดีหลายอย่างค่ะ
ทำความรู้จักกับเพื่อนฝูงทั้งในและนอกที่ทำงานของเขาไว้ก็ไม่เสียหลาย
เวลาต้องการเช็กข้อมูลข่าวสารว่าตรงกับที่เราได้มาไหม ก็ทำได้เนียนและดูไม่ใช่เป็นการตรวจสอบกันโต้งๆ
เกินไปนัก แต่การทักทายธรรมดาก็อาจช่วยให้เราได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แล้วว่ามั้ยคะ
สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่างหนึ่งอันพึงสังเกตก็คือ อารมณ์ของที่รักมักจะขึ้นๆ ลงๆ
จะหงุดหงิดฉุนเฉียวทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปหมด ซึ่งอาการเพี้ยนๆ เหล่านี้เกิดจากความกังวลใจ
ว่าทำสิ่งที่ถูกใจแต่ไม่ถูกต้องแล้วกำลังกลัวว่าจะโดนจับได้ บางคนพานหาเรื่องได้แม้กระทั่งเรื่องหยุมหยิมที่ไม่เคยใส่ใจ
พออารมณ์เสียก็หาเรื่องออกนอกบ้าน อย่างนี้อาการหนักหน่อยนะคะ
มีอีกแบบคือ เอาอกเอาใจมากและเกิดใจดีผิดหูผิดตาจากพี่น้ำทะเลเป็นพี่น้ำผึ้ง
ไม่ใช่ครั้งเดียวนะคะ แต่แสนดีต่อเนื่องเป็นระยะโดยไม่มีสาเหตุอื่นๆ มาเกื้อหนุนให้เกิดความใจกว้างอย่างแปลกประหลาด
ตีความได้ว่าทำดีเพื่อกลบลบริ้วรอยความผิดที่ได้ไปกระทำมา
การแต่งเนื้อแต่งตัวก็เป็นจุดน่าสังเกต ธรรมชาติผู้หญิงเรามักจะเอาแน่เอานอนกับเรื่องเสื้อผ้าไม่ได้
วันนี้อารมณ์ดีเธออาจจะบรรจงแต่งตัวสวยอย่างกับเดินออกมาจากหนังสือโว้ค วันไหนอารมณ์บูดอะไรๆ
ก็หยิบใส่ไปอย่างนั้นเอง ผู้ชายเขาไม่ค่อยบ้าบอกับเสื้อผ้าเท่าผู้หญิงหรอกค่ะ
เพราะฉะนั้นตาผ้าขี้ริ้วกระเซอะกระเซิงของเราก็ต้องเป็นตาผ้าขี้ริ้ววันยังค่ำ
ชวนไปงานแต่งงานยังต้องบังคับให้ใส่ชุดหล่อเหมือนจับลูกแต่งตัว ทีนี้วันดีคืนดีลุกขึ้นมาประพรมน้ำหอม
เลือกเฟ้นเสื้อผ้าตัวแล้วตัวเล่า บรรจงแต่งเนื้อแต่งตัวเนี้ยบกริบทุกวัน อย่างนี้ไม่ธรรมดานะครับ
ความผิดปกติอีกอย่างหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นก็คือการใช้เงิน มีรายจ่ายหนัก ไม่รู้เงินทองไปไว้ไหนหมด
แล้วอธิบายไม่ได้ชัดเจนว่าไปจับจ่ายใช้สอยแถวไหนมา ของมันต้องใช้เงินทองน่ะสิคะ
จะมากจะน้อยก็ต้องใช้จิปาถะทั้งงบของขวัญ งบอาหารเครื่องดื่ม งบท่องเที่ยว หรือหนักๆ ก็งบเลี้ยงดูไง
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเขาคงจะไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่งหรอกนะคะ
น่าจะมีสัญญาณหลายอย่างร่วมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จนเรารู้สึกได้ว่า มันไม่ธรรมดา นั่นแหละ
แล้วค่อยหาข้อเท็จจริงกันต่อไป ถามใจตัวเองดูก่อนว่าพร้อมจะเดินหน้าค้นหาความจริงรึเปล่า
ปล่อยไว้อย่างนี้ก็คาใจเนอะ คราวหน้าเรามาคุยกันต่ออีกหน่อยดีกว่าว่า
ถ้าความลับดำปี๋ของเขาได้กลายเป็นความจริงอันแดงแจ๋
แล้วเราจะทำยังไงกันดี...
(update 13 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา..
life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 99 มิถุนายน 2547 ]
|