บ้านนี้ร้อนนัก


บ้านเราน่ะ ปลูกสร้างถูกต้องตามทิศทางลมทุกประการ เพดานรึก็สูงโปร่งระบายความร้อนได้ดี ตามคำแนะนำของสถาปนิก และเพราะความมั่งคั่งอันเหลือคณานับ ก็ยังติดแอร์ไปทุกห้องหับ ไม่เว้นห้องนอนเจ้าตูบ แต่ทำไมล่ะ… บ้านนี้มีดีกรีความร้อนจนปราศจากความสุข

ลมร้อนที่พัดผ่านแวะมาเยี่ยมบ้านเราชั่วครั้งชั่วคราวก็เป็นสิ่งที่พอจะรับกันได้ว่าไหมคะ ใครจะควบคุมสถานการณ์ให้สงบสุขอยู่เสมอล่ะ ความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นถาวรจนไม่น่าพักพิงใจเอาเสียเลยนี่ละค่ะ ที่น่าจะซ่อมแซมปรับปรุงใหม่กันเสียที

บ้านน่าจะเป็นทั้งที่พักพิงและพึ่งพาทางใจ นี่คือนิยามหรือความคิดในอุดมคติของทุกคนค่ะ ถึงใครจะมีดาบเหล็กน้ำพี้ฟาดฟันกับปัญหาร้อยแปดนอกบ้านได้สารพัด การที่ต้องสู้กับปัญหาภายในบ้านอีกเนี่ย สงสัย ว่าดาบจะถูกสนิมกัดกร่อนในเวลาอันรวดเร็วกว่าปกติน่ะสิคะ

ถ้าเราจะหาต้นเหตุแห่งความร้อน ก็พอจะบอกได้ชัดๆ ละค่ะว่ามีศูนย์กลางมาจาก เขา คุณ และคนอื่นๆ ภายในหลังคาเดียวกัน ทำไมบ้านถึงร้อนลองดูเป็นข้อๆ ดีไหมคะ
1. สร้างสรรค์แต่ปัญหา บางคนมีไอเดียสร้างสรรค์ค่ะ คิดหาเหตุทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา แต่ไม่รู้ตัวหรอกว่า เจ้าสิ่งที่จะทำน่ะมันมีปัญหาตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว ใครชี้แจงก็ไม่ฟัง และมักจะจบลงด้วยความเหน็ดเหนื่อยของคนใกล้ตัว คุณหรือคนอื่นอาจจะเป็นนักสร้างสรรค์เช่นนี้บ้างในบางครั้ง แต่ก็ควรคิดตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการค่ะ ว่ามันจะไปจบลงตรงไหน ถึงมีเหตุผลอันมากมายก่ายกองในการตัดสินใจ แต่ก่อนอื่นก็ควรจะใช้สามัญสำนึก ในการตัดสินเรื่องราวต่างๆ จะได้รู้ว่าเวลาไหนจะริเริ่มหรือหยุดพักนิ่งๆ บ้างเพื่อทุกคนจะได้ผ่อนคลาย

2. ตั้งตนเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แน่นอนที่สุดผู้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ย่อมรู้สึกว่าความต้องการของตัวเองสำคัญที่สุด และจะไม่เห็นความสำคัญของความต้องการของคนอื่น อะไรที่ฉันต้องการคนอื่นๆ ต้องทำให้ได้เสมอ และต้องให้ได้มาตรฐานของฉันเสียด้วยสิ การทำอะไรโดยไม่นึกถึงจิตใจและความรู้สึกของคนอื่น จะทำร้ายจิตใจของเขา โดยที่เราเองไม่ได้ตั้งใจหรือไม่รู้ตัว ทางแก้ก็พอจะมีค่ะ ลองสมมติตัวเองว่า ในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นเราเราจะรู้สึกอย่างไร เราก็จะปฏิบัติกับคนอื่นได้อย่างอ่อนโยน และมีจิตใจกว่านี้ ทุกคนรวมทั้งตัวเองก็จะชุ่มชื่นเย็นใจขึ้น

3. ชอบทำลายบรรยากาศ อารมณ์ของคนหนึ่งมีอิทธิพลต่ออารมณ์ของคนอื่นๆ ใกล้ๆ ตัวมากทีเดียวนะคะ ถ้าเป็นผู้ที่มีอารมณ์เป็นพิษบ่อยๆ คนใกล้ตัวก็จะมีอารมณ์เป็นพิษตามไปด้วยเหมือนโรคติดต่อยังไงยังงั้น
ใช่ว่าคนเราจะหงุดหงิดอารมณ์เสีย หรือระบายอารมณ์ไม่ได้ ทำไปเถอะค่ะ แสนดีมากเดี๋ยวเก็บกด เอาเป็นว่าอย่าเป็นผู้ชอบทำลายบรรยากาศก็แล้วกัน กำลังคุยกันดีๆ ก็อย่าวกเข้าหาเรื่องที่จะทำให้เป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา หรืออยู่ในบรรยากาศพักผ่อนสบายๆ ก็เอ่ยปากติติงสิ่งต่างๆ รอบตัวให้เขาลุกขึ้นมาปรับปรุงแก้ไข หรืออารมณ์ไม่ดีกลับมา ในขณะที่คนอื่นเขาเฮฮาก็อย่าตีหน้ายักษ์นั่งแหมะกลางวง เราเองก็ยิ่งหงุดหงิด คนอื่นก็เฉาลง หลีกเลี่ยงไปเงียบๆ ซะหรืออยู่แถวๆ นั้นฟังว่าเขากำลังคุยอะไรกันสนุกๆ ความสนุกอาจเผื่อแผ่มาถึงเรา ช่วยให้เราลืมความเครียดไปชั่วคราวก็ได้ ถ้าเราเม้มปากทุกครั้งที่จะพูดในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร นอกจากทำให้อีกคนโกรธ บ้านก็จะเย็นลงอีกนิด

4. โกรธเกินพอดี ใครๆ เขาก็อยากอยู่ใกล้กับคนที่สบายอกสบายใจ สนุกสนานเฮฮาทั้งนั้นละค่ะ ความโกรธที่เกินพอดีก็คือโกรธบ่อยๆ จนน่ารำคาญ ทำให้ตัวคุณเองและคนใกล้ตัวเหน็ดเหนื่อยหัวใจ อยากทราบว่าบ่อยแค่ไหนละก็ ลองเลือกวันอารมณ์ปกติซักวัน บันทึกตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานอน ว่าเราโกรธใครหรืออะไรไปบ้าง แล้วคุณจะตกใจว่าคุณช่างหาเรื่องโกรธอะไรต่ออะไรมากมายเสียเหลือเกิน ในยามลืมตาตื่น
การเป็นคนที่โกรธรุนแรงเกินไป จะสร้างความเสียใจให้อีกฝ่ายหนึ่งและตัวคุณเองโดยไม่จำเป็น เพราะกว่าจะกลับมาดีได้ดังเดิมต้องใช้เวลารักษาใจกันนาน โกรธแล้วก็อย่าปล่อยไว้นาน ยิ่งนานคนยิ่งร้อนรุ่มก็คือเรา รับคำขอโทษ หรือขอโทษเองได้ ความสุขจะกลับมาหาเราได้เร็วเท่านั้น

5. ไม่ยอมให้อภัย การให้อภัยอาจง่ายกว่าถ้าการทำผิดต่อกันไม่ใช่เรื่องร้ายแรง บางเรื่องอยากให้อภัย แต่ยากที่จะทำ ถึงจะรู้ว่าให้อภัยแล้วความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันจะกลับมาดีเหมือนเดิมหรืออาจจะดีกว่าเดิม เพราะการให้อภัยจะทำให้เกิดความสงบสุขทั้งเราและเขา
ถ้าเราไม่ให้อภัยใคร เราจะเป็นคนที่ยังเก็บความทุกข์ไว้กับตัว และเรามักจะพูดจาเชือดเฉือน หรือทำให้อีกฝ่ายเสียใจ ถ้าเรานึกถึงความจริงที่ว่า คนอื่นก็เป็นปุถุชนเหมือนเรา มีผิดพลาดกันได้ ลองนึกดูว่าเขาทำสิ่งดีๆ อะไรเพื่อเราบ้าง และต้องเข้าใจก่อนว่า ในสิ่งที่อีกคนทำผิดร้ายแรงต่ออีกคนหนึ่ง การให้อภัย ไม่ใช่การลืมๆ กันไป หรือยอมให้ทำผิดซ้าชขึ้นอีก

6. พึ่งพิงไม่ได้ ถ้าใครสักคนมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ แต่พึ่งพิงคนที่ใกล้ตัวมากที่สุดไม่ได้บ้านอาจจะไม่ร้อน แต่คงจะหนาวยะเยือกมากกว่า อย่าทำตัวลอยอยู่เหนือปัญหา เชื่อเถอะว่า ยังไงก็มาถึงตัวแน่นอนทางใด ทางหนึ่ง อย่ากลัวปัญหามาก ปล่อยเขาคนเดียวหัวหายได้อย่างไร มีเราเป็นเพื่อนตายที่พร้อมจะอยู่เสมอเพื่อเขา เป็นกำลังใจให้กันในยามไหนจะดีเท่ายามนี้ล่ะคะ
คนใกล้ตัวมากๆ อาจจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาได้ไม่ดีนัก เพราะอาจเป็นผู้ที่มีส่วนร่วม ในการรับปัญหาอันร้อนรุ่มไปเต็มๆ เพราะฉะนั้นการให้คำปรึกษาอาจจะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลค่ะ เคยสังเกตไหม ว่าทำไมเขาหรือเราช่างให้คำปรึกษาคนอื่นได้ดี๊ดี แต่พอปรึกษากันเองทีไรทะเลาะกันแทบจะล้มโต๊ะ ก็เพราะปัญหาของคนอื่นมันไม่นำความเดือดร้อนมาถึงตัวเราน่ะสิคะ
เมื่อรู้ทันแล้ว ก็ควรเตือนสติตัวเองว่า คนที่เขาต้องการคำปรึกษา หรือแค่ต้องการนั่งนิ่งใกล้ๆ เพื่อพึ่งพิงทางใจเขาก็เดือดร้อนใจพออยู่แล้ว ถ้าเราช่วยคลี่คลายปัญหาให้ไม่ได้ก็อย่าซ้ำเติมให้ร้อนไปกว่านี้เลยค่ะ

รู้ว่าบ้านเราร้อนรุ่ม เพราะอะไรแล้ว ช่วยกันปรับปรุงซ่อมแซม ให้กลายเป็นบ้านที่มีอุณหภูมิอุ่นกำลังพอเหมาะเถอะ เพราะไม่มีที่ใดๆ ในโลกเหมือนกับบ้านของเราอีกแล้ว


(update 30 เมษายน 2004)
[ ที่มา.. life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 96 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600