ถอดรหัส ป้องกันรักร้าง


จากการศึกษาวิจัยทั้งภายในประเทศไทยและต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องปัญหาครอบครัว แล้วนำไปสู่การหย่าร้างหรือแยกทางกันอยู่นั้น พบว่าในปัจจุบันมีอัตราการเกิดปัญหานี้สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ศาสตราจารย์นายแพทย์สุชาติ พหลแพทย์ ซึ่งเป็นจิตแพทย์ที่มีชื่อเสียงประจำอยู่ที่ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการศึกษาคู่สมรสที่มาปรึกษาเรื่องปัญหาในชีวิตสมรสพบว่า
  • ร้อยละ 34.8 มีปัญหาคู่สมรสนอกใจ
  • ร้อยละ 19.1 มีปัญหาคู่สมรสปฏิบัติตนห่างเหินทางจิตใจ
  • ร้อยละ 10.4 ไม่รักคู่สมรส
  • ร้อยละ 7.8 ระแวงว่าคู่สมรสจะนอกใจ
  • ร้อยละ 7 คู่สมรสไม่รับผิดชอบ ไม่ช่วยงานตน และไม่ช่วยเลี้ยงดูอบรมบุตร
  • ร้อยละ 6.1 คู่สมรส ติดวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
  • ร้อยละ 5.2 คู่สมรสติดการพนัน
  • ร้อยละ 3.5 มีปัญหาความสัมพันธ์กับญาติของคู่สมรส
  • ร้อยละ 2.6 มีปัญหาทางเพศ
  • และร้อยละ 1.7 คู่สมรสทำร้ายร่างกาย
การศึกษานี้เป็นการศึกษาที่สำคัญ เพราะทำให้เราทราบว่าข้อมูลปัญหาครอบครัวของสังคมไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดขอนแก่น

แต่อย่างไรก็ตาม จากตำราของศาสตร์ทางด้านครอบครัว สรุปว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คู่รักคู่หวานชื่น ที่ได้ตกลงปลงใจมาอยู่เป็นครอบครัวแล้วจำต้องร้าวฉานจนปราศจากความสุขนั้น มีปัจจัยใหญ่ๆ คือ ความรักที่เคยมีให้ต่อกันจืดจางลง การสื่อสารที่เคยพูดจากันด้วยภาษาดอกไม้ก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลงไปเรียกว่าพูดกันดีๆ ไม่ได้ ซึ่งมักจะเป็นการพูดจาด้วยอารมณ์ ด้วยความก้าวร้าว และเชือดเฉือนจิตใจต่อกัน ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจภายในครอบครัว ก็เป็นความตึงเครียดที่ทำให้หมดความอดทนได้ง่ายต่อชีวิตที่จะอยู่ร่วมกัน บางรายปัจจัยเรื่องทัศนคติต่อการเลี้ยงลูกไม่ตรงกัน หรือไม่รับผิดชอบช่วยเหลือกัน ก็เป็นเหตุให้เกิดอารมณ์เสียได้ง่าย และปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม และไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะพูดกันอย่างเปิดอกก็คือเรื่องของปัญหาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์

หลายคนโดยเฉพาะผู้ใหญ่ในอดีตจะมีความเห็นว่าชีวิตคู่อยู่กันด้วยความรักก็พอ หรือเป็นแม่บ้านแม่เรือนเป็นคนดี มีฝีมือในด้านการทำครัวทำอาหาร มีความขยันขันแข็งในด้านการทำมาหากิน ไม่เที่ยวเตร่ก็ใช้ได้ เรื่องของเพศเป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงนั้น ความพึงพอใจ และความสุขที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ต่อกันนั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญและแฝงอยู่ในความรักและความพึงพอใจในคู่ของตนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคู่ที่ยากดีมีจน ถ้ามีความรักและพึงพอใจในรสเพศจากคู่ของตนแล้ว ก็ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ทั้งคู่มีความผูกพันต่อกันเป็นอย่างดี

ดังที่ผมได้เขียนไว้ในคอลัมน์นี้เมื่อฉบับที่แล้วว่า มีผู้แบ่งความรักและกามารมณ์ออกเป็น 3 ประการคือ
ชนิดที่หนึ่ง เป็นคู่ที่อยู่ด้วยกันมีความรักมาแต่ไม่มีกามารมณ์
ชนิดที่สอง เป็นคู่ที่อยู่ด้วยกันที่มีทั้งความรักและกามารมณ์
ชนิดที่สาม เป็นคู่ที่อยู่ด้วยกันแบบมีแต่กามารมณ์อย่างเดียวแต่ปราศจากความรัก
คู่ที่มีความรักห่วงใยต่อกันเป็นอย่างมากแต่ไม่มีกามารมณ์หรือไม่สบในอารมณ์ทางเพศต่อกันนั้น ทั้งคู่จะอยู่กันตามหน้าที่ มีความห่วงใยต่อกันตามภาระและบทบาทของสามีหรือภรรยาเท่านั้น แต่จะขาดความผูกพันอันแนบแน่นห่วงหาอาทรต่อกัน และยังจะขาดความสุขอันแจ่มใส รวมทั้งขาดความพึงพอใจที่จะอยู่ด้วยกันและมีความใกล้ชิดกัน เมื่อมีปัญหาต่างๆ ที่เป็นความขัดแย้งต่อกัน หรือมีอุปสรรคอื่นๆ ที่เกิดกับครอบครัวก็ดูว่าจะให้อภัยต่อกันหรืออดทนต่อการฟันฝ่าอุปสรรคนั้นๆ ได้ยาก หลายคู่จิตใจต้องไขว้เขวเมื่อพบกับคนใหม่ที่สามารถให้ความสุขทางเพศกับตนได้ดีกว่า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเหินห่างแล้วดำเนินไปสู่การหย่าร้างของครอบครัว

สำหรับในคู่ที่มีทั้งความรักและความพึงพอใจในความสัมพันธ์ทางเพศต่อกันนั้น จะเป็นคู่ที่มีความสุข แจ่มใส มีความห่วงใยเอื้ออาทรต่อกัน มีความประสงค์และรู้สึกที่อยากจะอยู่ด้วยกัน ทำงานร่วมกัน ใกล้ชิดพูดคุย และไปไหนต่อไหนด้วยกัน ซึ่งจะเป็นคู่ที่มีความสุขมาก และเป็นความสุขที่ยืนยาว

ความจริงเมื่อคนเรารักกันใหม่ๆ ความพึงพอใจในกันและกันจะเป็นทุนเดิมที่ทำให้เมื่อยู่ด้วยกันในระยะแรกๆ ย่อมพึงพอใจในความสุขทางเพศที่มีให้ต่อกัน ความสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ความพึงพอใจในความสุขทางเพศ และความรักที่มีให้ต่อกันนั้นยั่งยืนถาวรชั่วกาลนานในตลอดชีวิตของทั้งคู่ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะหลายคู่ที่มาปรึกษาผมในเรื่องของปัญหาลูก และดูประหนึ่งว่าพ่อแม่มีความปรองดองกันดี แต่ถ้าถามกันให้ดีๆ ก็มักจะมีปัญหาภายในครอบครัวแฝงอยู่ด้วยเสมอ

สิ่งที่จะทำให้ชีวิตคู่มีความรักความผูกพันต่อกันอย่างราบรื่นนั้นมีปัจจัยที่ควรพิจารณาคือ
ก. การให้ความรักความเอื้ออาทรต่อกันและกัน โดยการแสดงความห่วงใย มีน้ำใจที่จะทำอะไรๆ ให้กันและกัน มีความพะวงถึงกัน แสดงความยินดีที่จะอยู่ด้วยกัน สื่อภาษาและพูดคุยต่อกันด้วยวาจาที่รื่นหู ทำอะไรให้กันและกันเสมอๆ แม้ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มักจะมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมากมาย

ข. มีความซื่อตรงต่อกันรวมทั้งต้องพยายามบังคับจิตใจให้ซื่อตรงให้ได้ ที่ผมใช้คำว่าต้องพยายามบังคับจิตใจให้ซื่อตรงนั้น มีความสำคัญและจำเป็นมากสำหรับปุถุชนในสังคมปัจจุบัน ที่มีสิ่งล่อใจมากมาย ถ้าเราหัดบังคับจิตใจอยู่เสมอเป็นนิจแล้ว ก็จะเป็นความเคยชินที่มีความซื่อตรงโดยไม่ต้องบังคับจิตใจตนเองให้ต้องลำบาก แต่ถ้าปล่อยจิตใจไปตามสะดวกสบายของใจแล้ว จิตใจที่เราเคยรักเคยอาทรต่อกันจะลดลงโดยปริยาย และในที่สุดจะเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายในคู่ของตนได้

ค. ต้องมีความอดทนและเสียสละในชีวิตคู่ ไม่ว่าคู่ใดๆ เมื่อมาอยู่ด้วยกันย่อมยากจะพ้นจากความขัดแย้งต่อกัน ความอดทนต่อปัญหาต่างๆ ถือว่าเป็นยาวิเศษขนานหนึ่งที่จะทำให้ปัญหาคลายตัวได้ ถ้าในความอดทนนั้นบวกกับความกรุณา และความเข้าใจในความรู้สึกของคู่ของเราก็จะทำให้เราอดทนต่อปัญหาได้ดีขึ้นในลักษณะของความสงบแล้วปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายได้ง่ายและเร็ว นอกจากนี้การที่เราหัดสละความสุขส่วนตัวบางประการลงไปบ้าง แล้วหันกลับมาให้ความสำคัญ และให้เวลากับคู่ของเราให้มากขึ้น และเสมอต้นเสมอปลาย ก็จะทำให้บรรยากาศในครอบครัวแจ่มใสขึ้นได้อย่างมาก

ง. ข้อนี้เป็นข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ทั้งคู่ต่างควรตั้งใจที่จะให้ความสุขต่อกัน โดยเฉพาะความสุขทางเพศ โดยการที่พร้อมจะปฏิบัติต่อกันให้คู่ของตนมีความสุข และพึงพอใจประเด็นนี้อยากจะเน้นว่าคู่สมรสควรหัดสังเกตว่า คู่ของตรมีความสุขและความพึงพอใจอย่างไร จะได้ปฏิบัติต่อกันได้อย่างตรงใจและถูกใจ การศึกษาหาความรู้เรื่องเพศจากผู้รู้และจากคำราเชื่อถือได้ก็มีส่วนทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ในสภาวะของร่างกายของกันและกัน
ท่านผู้อ่านอาจคิดว่าผมแนะนำนั้นดูประหนึ่งว่าเราจำเป็นต้องเป็นฝ่ายให้ต่อคู่ของเราอยู่ตลอด ไหนจะต้องอดทน ไหนจะให้ความรัก ไหนจะเสียสละ และไหนจะต้องตั้งใจให้ความสุขทางเพศ นี่จะให้กันไปถึงไหน แล้วคู่ของเราล่ะจะให้เราตอบแทนกลับมาบ้างหรือไม่ ผมอยากจะบอกว่าให้คนที่เรารักก่อนเถอะครับ แล้วท่านจะได้ตอบแทนกลับมาเองทั้งหมด โดยอาจจะได้รับกลับมากกว่าที่ให้เสียด้วยซ้ำไป โดยที่ท่านไม่ต้องเรียกร้องอะไรๆ ให้กลับมาเลย

ส่วนความรักประเภทที่สาม ที่มีแต่กามารมณ์แต่ไม่มีความรักให้แก่กันนั้นไม่ควรต้องเอ่ยถึงเลย เพราะไม่ควรเกิดขึ้นในชีวิตคู่นะครับ และถือว่าเป็นชีวิตคู่ที่ขาดหลักของจริยธรรมเป็นที่สุด


(update 6 พฤศจิกายน 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 102 เมษายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600