มาเปลี่ยนคำบ่น เป็นข้อความเตือนใจกันเถอะ


ในคืนเดือนมืด บนระเบียงอาคารสูงอาจเป็นชั้นสิบ มองลงไปที่ถนน อาคารบ้านเรือน ตึกระฟ้า ไฟระยิบระยับไปทั่วดังดาวบนดินไงล่ะ งามไม่แพ้ดาวเต็มท้องฟ้า คืนเดือนมืดในชนบทลองให้เด็กวาดภาพ “เวลากลางคืน” หรือ “ท้องฟ้าในคืนเดือนมืด” ไม่ดำมืดขาดแสงสีอย่างที่เราเข้าใจ เพราะภาพที่เด็กจำลองด้วยการวาดระบายสีไม่ว่าจะเป็นภายในอาคารหรือนอกอาคาร บนท้องถนนเป็นโลกที่มีสีสันไม่แพ้กลางวัน...ใครว่ากลางคืนเดือนมืด มืดมิดดุจถ้ำมืด มีสีสันมีชีวิตชีวาแปลกไปอีกอย่างหนึ่ง จะจำเจอยู่กับพิพิธภัณฑ์ เขาดิน โรงพยาบาล ซ้ำซากเท่านั้นละหรือ ?

เป็นอันว่าการได้พบสิ่งใหม่ๆ การฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต ช่างรู้จักมองสิ่งรอบตัวโลกที่จำเจในแง่มุมใหม่จะกลายเป็นคนกล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่ๆ เป็นคนมีไฟ มีความกระตือรือร้น

เท่านั้นพอละหรือ ที่จะกระตุ้นให้ลุกขึ้นทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่โลกและแก่ตนเอง กีฬาหนึ่งละ ที่เด็กต้องให้ความสนใจ ความกระตือรืนร้น หากมีฉันทะเป็นทุนเดิม เติมให้เต็มด้วยการเป็นคนแข็งขัน มีวิริยะที่จะทำซ้ำแล้วซ้ำอีกให้สู้เขาได้ ครูมักจูงใจได้สำเร็จเพราะมีคะแนนล่อใจ ลูกจ้างคนงานมีเงินเดือนเป็นเครื่องเสริมแรงได้ชะงัด มิพักต้องสงสัย แต่พ่อแม่เล่าจะใช้อะไร จะพูดอย่างไร โดยไม่บ่นอย่างปากเปียกปากแฉะ ไม่จี้ไม่ไช่ให้เอือมระอา ลูกจึงจะยอมทำการบ้าน ยอมซ้อมเปียโน ยอมทำความสะอาดห้องนอน ยอมซ้อมลูกบอลลงห่วง การเตือนให้ทำอะไรซ้ำซากโดยไม่ให้เด็กเบื่อให้เชื่อฟังมักจะให้ผลตรงข้ามคือ เด็กไม่ทำแล้วก็ไม่ฟังด้วย

จดหมายสื่อใจ ฝึกเขียนจดหมายหรือข้อความเล็กๆ แทนการพูด เริ่มด้วยที่โต๊ะกินข้าว ประกาศเงื่อนไขว่า จะไม่พูดสัก 10 นาที ใช้เขียนแทน จะขอ-ตกลงอะไร ก็ใช้จดหมาย เช่น “กินแกงเผ็ดเป็ดย่างอร่อยจัง” “แม่ขอตังค์ไปซื้อรองเท้าใหม่” เป็นกลยุทธยอดเยี่ยมในอันจะตัดคำพูดมากเกินความจำเป็น (ใครบ้างไม่รำคาญ) จากสิบนาที ยืดออกเป็นตลอดเวลาที่กินข้าวก็ได้ หรือเป็นช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น ก่อนไปโรงเรียน ก่อนไปทำงาน

เคยไถ่ถามบุตรของท่านหรือไม่ว่า แม่บ่นอย่างน่ารำคาญเรื่องอะไรมากที่สุด ? คำตอบอาจจะเป็น ห้องนอนรก ล้างชามไม่สะอาด เกียจคร้านที่จะซ้อมเปียโน ฯลฯ

เด็กๆ ก็ใช่เล่น มีเรื่องบ่นเบื่อเหลือชังมากมาย ลองไถ่ถามซิว่าเรื่องที่พวกเขาบ่นมากที่สุดคืออะไร คำตอบอาจเป็น คุณแม่บ่นเรื่องแต่งตัว เรื่องคุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์มาก เรื่องเงินไม่พอใช้ จิปาถะละ

ให้เลือกปัญหาเรื่องที่ชอบบ่นเบื่อมากที่สุด (มากที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย คือเด็กหรือผู้ใหญ่) เช่น เรื่องทำความสะอาดห้องนอน เรื่องเกียจคร้านที่จะช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารและล้างจาน ทำสัญญาร่วมกันว่าแทนที่จะพร่ำบ่นทางวาจา เขียนข้อความเตือนกัน ส่งให้กันในวาระที่นัดหมาย เช่น ขั้นบันได บานประตูตู้เย็น โต๊ะเครื่องแป้ง ใต้หมอน ลองทำสักอาทิตย์แล้วดูซิว่าสุขภาพจิตดีขึ้นไหม ฟังกันมากกว่าเดิมหรือไม่ ปัญหาลดลงหรือหมดไปโดยสิ้นเชิง ชอบใช้ติดต่อกันด้วยวิธีเขียนมากขึ้นหรือไม่ และข้อสำคัญพูดน้อยลงหรือไม่ และเริ่มต้นที่จะไวต่อความรู้สึกของกันและกันทางสัหน้าท่าทางมากขึ้นหรือไม่ เริ่มเห็นคุณค่าในภาษาท่าทางมากขึ้นหรือไม่ ?

มีการวิจัยแล้วว่าแต่ละวันภาษาท่าเป็นภาษาที่มนุษย์ใช้มากที่สุด รองลงมาก็คือเสียง (ที่ไม่ใช่คำพูด) ในลำคอ โหล่สุดก็ภาษาพูดภาษาเขียนนี่แหละ

หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา และ รศ.ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร


(update 24 มิถุนายน 2004)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 พฤษภาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600