ช่วยลูกถนอมดวงตา


อย่าแปลกใจไปเลยค่ะ ถ้าเราจะเห็นเด็กตัวเล็กๆ ใส่แว่นกันหนาตาขึ้นกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากทุกวันนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้นสายตาลูกให้เสื่อมโทรมและเสียเร็วขึ้น ก็พวกเทคโนโลยีทั้งหลายนั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เกมกด เกมในโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

บางเรื่องก็ดูจะปฏิเสธยากเพราะมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตไปแล้ว โดยเฉพาะเจ้าจอคอมพิวเตอร์ใช่จะบุกเข้าไปแต่ในบ้าน หากยังรุกเข้าสู่รั้วโรงเรียน จนเด็กๆ คุ้นเคยกระทั่งติดกันงอมแงม

อยู่โรงเรียนนั่งหน้าจอเพื่อใช้ในการเรียน พอกลับบ้านวางกระเป๋าแล้วก็ยังรี่เข้าหาหน้าจอเพื่อเล่นเกมอีก ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ช่วยดูแล รับรองเจ้าตัวเล็กเป็นได้ใส่แว่นกันตั้งแต่อายุยังน้อยแน่ๆ เหมือนที่คุณหมอปกป้อง ปราณีประชาชน จักษุแพทย์จากโรงพยาบาล จักษุรัตนินบอกไว้แหละค่ะว่า

" เด็กที่หมกมุ่นกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์มากๆ นานๆ จะทำให้เกิดความผิดปกติทางสายตาเพิ่มขึ้นได้ อย่างน้อยที่สุดก็คือจะรู้สึกล้า ปวดตา ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยอยู่แล้ว ถ้ามีการใช้สายตาแบบไม่บันยะบันยัง นั่งเล่นเกมทีละหลายๆ ชั่วโมงติดต่อกัน"

แต่ก็อย่างที่บอกแหละค่ะว่า จะห้ามเสียเลยก็คงยาก เพราะมันเป็นวิวัฒนาการของโลกยุคใหม่ คุณหมอจึงแนะนำว่า

" พ่อแม่ควรให้เด็กหลีกเลี่ยงเกมที่มีจอเล็กๆ อย่างพวกเกมบอย เกมในโทรศัพท์มือถือ ถ้าจะเล่นก็ให้เล่นจอใหญ่ๆ อย่างเล่นในจอคอมพิวเตอร์ แต่อย่าให้นานเกินไป

" ที่สำคัญคืออย่าให้มืดจนเกินไป เพราะเด็กพอเห็นจอก็จะเล่นโดยไม่เปิดไฟ ทำให้ในจอสว่างแต่รอบๆ ข้างมืด เมื่อเกิดความแตกต่างมากๆ ก็จะทำให้เด็กปวดตาได้ง่าย ผมจึงอยากแนะนำให้พ่อแม่หาโคมไฟมาวางไว้ข้างคอมฯ โดยให้โคมส่องไปที่คีบอร์ดกับเม้าส์ ให้ถือเป็นกฎเลยนะครับว่า เวลาจะเปิดคอมฯ ต้องเปิดโคมไฟด้วยจนเด็กเกิดความเคยชิน ส่วนจอคอมฯ ก็ควรปรับไม่ให้แสงสว่างมาก รวมถึงการใช้สกรีนเซอฟเวอร์จะช่วยได้เยอะ

" ข้อสำคัญคือไม่ควรเล่นนานเกิน 45 นาทีโดยประมาณ
" สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น เพราะมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า สายตาที่ผิดปกติมีความสัมพันธ์กับการใช้สายตาในระยะใกล้ๆ และจากการสำรวจพบว่า เด็กที่ใช้สายตาในระยะใกล้ๆ มากจะมีปัญหาเรื่องสายตามากกว่าเด็กที่ไม่ค่อยได้ใช้สายตาในระยะใกล้"

นอกจากนี้คุณหมอยังบอกอีกว่า เด็กๆ ควรหลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือในที่มืด อย่างในรถยนต์ ในห้องน้ำ และไม่ควรนอนอ่านเพราะจะทำให้สายตาเกิดความผิดปกติ เช่น อาจสั้นหรือเอียงได้

ยิ่งถ้าพ่อแม่ใส่ใจพาลูกที่มีอายุ 10 ขวบไปแล้ว ไปตรวจตากับคุณหมอปีละครั้งก็จะดีมากค่ะ
อ้อ...ยังมีอีกเรื่องคือการเป็นภูมิแพ้ ซึ่งคุณหมอบอกว่า ตอนนี้เด็กในเมืองเป็นกันเยอะ

" เด็กจะมีอาการตาแดง คันตามาก คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังอย่าไปซื้อยาหยอดตาเอง เพราะยาที่มีสเตียรอยด์ผสมอยู่ ถ้าใช้ในระยะยาวจะทำให้ตาเป็นต้อหินได้ และยาหยอดตาบางตัวก็มีทั้งที่อันตราย และไม่อันตรายจึงควรให้หมอสั่งจะปลอดภัยกว่า"

ตา ของแก้วตาดวงใจพ่อแม่ เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจอย่างยิ่งค่ะ


(update 15 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา.. life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 99 มิถุนายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600