โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคที่ติดอันดับท็อปฮิตของคนไทย ใน 100 คน
จะพบผู้ป่วยเบาหวานอยู่ประมาณ 3-5 คน อันตรายของโรคเบาหวานที่เกิดกับผู้ป่วยนั้น
ส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ฉะนั้น หากผู้ป่วยรู้ตัวและรู้จักป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
ยาที่ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ต้องใช้จะเป็นยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
กลุ่มแรก คือ ซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์ของตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้น
และยังช่วยให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะอินซูลินจะเป็นตัวที่ทำหน้าที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
ยาในกลุ่มนี้ที่นิยมใช้กันแพร่หลาย เช่น ยาคลอโพรพามายด์ (Chlopropamide)
ยากลัยเบนคลามายด์ (Glibenclamide) เป็นต้น
กลุ่มที่สอง คือ ไบกัวนายด์ (Biguanide) เป็นยากลุ่มที่มีฤทธิ์น้อยกว่าซัลโฟนิลยูเรีย
แต่จะมีฤทธิ์เฉพาะที่มากกว่า และมักใช้กับคนที่มีน้ำหนักตัวมากๆ
เนื่องจากยาจะทำให้เกิดอาการอยากอาหารน้อยลง
แต่การจะเลือกใช้ยาในกลุ่มไหนนั้น จะต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ที่จะพิจารณาว่า
ยาตัวใดเหมาะสมกับพยาธิสภาพตับ ไต ของผู้ป่วย เพื่อให้การใช้ยามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด
ในผู้ป่วยเบาหวานบางคนอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ใช้เพียงการควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
และลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ลดการสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ ก็พอแล้ว
ผลข้างเคียงจากการใช้ยา
หลังจากรับประทานยาลดน้ำตาลในเส้นเลือดแล้ว บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างแรง
มีผื่นขึ้นตามตัว ตาเหลือง ตัวเหลือง ตัวบวม เหล่านี้อาจเป็นผลเนื่องมาจากอาการข้างเคียงจากการใช้ยา
ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์
นอกจากนี้ยังมีผลจากการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดที่เป็นปัญหาซึ่งพบอยู่บ่อยๆ คือ
เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป โดยผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อย เหงื่อออก ใจสั่น หน้ามืด
เหมือนจะเป็นลม และอาจหมดสติได้ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นผลมาจากยาลดระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป
เมื่อเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปเช่นนี้ วิธีการบรรเทาอาการคือ อมน้ำตาล, ลูกอม
หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานทันที จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นมาได้
ข้อควรระวัง
ในผู้ป่วยที่ต้องกินยาแก้ปวดข้อ หรือยารักษาโรคกระเพาะ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
เพราะยาอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป
ซึ่งทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควรด้วย
และสำหรับคนที่ชอบลืมรับประทานยา ห้าม! รับประทานยาเพิ่มเป็นสองเท้าโดยเด็ดขาด
เพราะจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป
(update 19 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2545-มกราคม 2546 ]
|