การได้เห็นวัยเตาะแตะก้าวเดินเป็นครั้งแรก เป็นเรื่องที่ทำให้พ่อแม่ยิ้มแก้มปริกันเลยล่ะ
ซึ่งการจะฝึกฝนเด็กในวัยนี้ให้หัดเดินนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่อย่างแน่นอน
เพียงแค่จัดที่จัดทางที่เหมาะสมให้เจ้าหนูได้ฝึกพละกำลังกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
ไม่ช้าไม่นานเจ้าหนูก็วิ่งปรู๊ดปราดจนคุณๆ ไล่ไม่ทันกันเลยล่ะค่ะ
ก่อนที่เจ้าตัวเล็กค่อยๆ คลาน ลุกขึ้นยืน และก้าวเดินได้อย่างฉลุยนั้น
ต้องผ่านขั้นตอนอะไรกันบ้าง จะยุ่งยากและซับซ้อนขนาดไหน ต้องตามไปดูกันค่ะ
10-12 เดือน ยงโย่งหยก
เตรียมเฮ! กันไว้ล่วงหน้าเลย เพราะอีกไม่กี่เดินข้างหน้า
เจ้าตัวเล็กจะเริ่มก้าวเดินได้โดยไม่อาศัยอะไรแล้ว เพราะเจ้าหนูได้เริ่มหัดเดินมาตั้งแต่เดือนที่ 10
โดยดันตัวขึ้นจากท่าคลานวางมือ และเท้าไว้เสมอกัน แล้วดันตัวตั้งตรงได้แม้จะประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น
ช่วงนี้แกจะยึดเอาโต๊ะเก้าอี้เพื่อเกาะยืนและก้าวไปข้างหน้า 1-2 ก้าวเท่านั้น
พอเข้าเดือนที่ 11-12 กล้ามเนื้อช่วงสะโพก และเท้าแข็งแรงขึ้น
ทรงตัวยืนได้ดีขึ้นก็จะเริ่มเดินไต่ไปตามขอบโต๊ะ เก้าอี้พยุงตัวขึ้นยืนได้เอง
และเริ่มก้าวเดินอย่างอิสระได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มแหมะลง แต่แกก็สนุกกับการล้มแล้วลุกใหม่
พ่อแม่ก็ควรปล่อยให้แกได้สนุก และเรียนรู้เอง เพื่อแกจะได้กล้าที่จะก้าวต่อไป
ถึงจะก้าวเดินได้แล้วแต่ก็ยังชอบที่จะคลานมากกว่า และบางคนก็อาจยังไม่มีพัฒนาการเหล่านี้ให้เห็น
คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าเพิ่งร้อนใจไปค่ะ เพราะเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการแต่ละด้านช้าเร็วไม่เท่ากัน
หากดูแล้วว่าพัฒนาการด้านอื่นๆ ปกติดี เขาพร้อมเมื่อไหร่ก็สามารถตามทันกันได้
13-18 เดือน เจ้าหนูแอ็กทีฟ
- ยืนได้ตามลำพังแต่ยังต้องกางแขนกางขาออกไป เพื่อช่วยในการทรงตัว
บางครั้งอาจจะก้าวขาไปข้างหน้าได้ 2-3 ก้าว แล้วก็ล้มก้นกระแทกพื้นอยู่บ่อยๆ
ทำให้เจ้าหนูยังไม่กล้าก้าวเดิน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยช่วยเชียร์ และให้กำลังใจ
เพื่อที่ลูกอยากจะก้าวเดินต่อไป
- พออายุได้ 15 เดือน จะเดินได้คล่องแคล่วขึ้น รู้สึกเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง
ปีนป่ายตามโต๊ะเก้าอี้ ชอบลากของเล่นจูงไปมา เล่นได้ทั้งวันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
- ช่วงขอบครึ่ง เป็นช่วงวุ่นวายอยู่ไม่สุข ชอบปีนป่ายมาก กระโดดสองขาโชว์ลีลาผาดโผน
ถอยหลังและควบคุมการออกเดิน หรือหยุดได้นิ่มนวลขึ้น นอกจากนี้เจ้าหนูยังทำอะไรได้อีกหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเล่นโยนรับลูกบอลได้ พยายามจะเตะลูกบอล แต่เตะไม่โดนซะที
ถอยหลังวางก้นนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กได้ ชอบปีนไปในที่ที่น่าหวาดเสียว
และทดสอบพละกำลังตัวเองด้วยการลากกล่องที่ทั้งใหญ่ และหนักไปไหนมาไหน
ช่วงนี้จึงต้องเตรียมที่ที่ปลอดภัยให้ลูกได้เคลื่อนย้าย และปีนป่ายอย่างปลอดภัย
19-24 เดือน นักเคลื่อนไหวตัวน้อย
- พ้นขวบครึ่งมานี้เจ้าหนูพร้อมที่จะเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่ต่างไปจากเดิม
เช่น เดินถอยหลัง พยายามยืนบนขาข้างเดียว แต่ก็ยังต้องมีหลักให้ยึดอยู่ จับราวบันได
และก้าวขาขึ้นทีละขั้นพร้อมกันทั้งสองขาก่อน จึงก้าวขึ้นขั้นต่อไปได้แต่จะขึ้น
หรือลงบันไดก็ยังต้องอาศัยพ่อแม่ช่วยจูงอยู่ดี
- พอใกล้ขวบปีที่สอง แกจะวิ่งได้คล่องแคล่วขึ้น เล่มเกม ตามคำสั่งได้ เช่น บอกให้นั่งลง-ยืนขึ้น
ยืนกระต่ายขาเดียว กระโดด หรือวิ่งไล่จับ สามารถทำได้ดีแล้ว
- พออายุครบสองขวบหนูน้อยก็เดิน วิ่ง กระโดด ก้าวถอยหลังได้ฉลุยกว่าก่อนเยอะ
กำหนดทิศทางได้ดีขึ้น แถมยังชอบกระโดดโลดเต้นไปตามจังหวะเพลง ชอบทำอะไรท้าทาย
และสามารถยืนอวดความภาคภูมิอยู่บนบันไดได้ครั้งละนานๆ แต่ก็ยังขึ้นลงบันได้แบบสลับขาอย่างคนโตๆ
ไม่ได้อยู่ดี
เทคนิคง่ายๆ ช่วยหนูหัดเดิน
- เปิดทางให้เรียนรู้ ช่วงที่ลูกยังเดินได้ไม่คล่องนัก ถ้าลูกร้องไห้อย่าเพิ่งรีบเข้าไปอุ้มลูกขึ้นยืนทันทีนะคะ
แต่ให้กำลังใจแล้วปล่อยให้แกได้เรียนรู้หาวิธีลุก หรือนั่งด้วยตนเองก่อน จะช่วยให้ลูกมีความมั่นในใจการยืน
และเดินมากขึ้น
- จัดสถานที่ให้ปลอดภัย มีบริเวณกว้างพอให้เกาะยืนและก้าวเดินได้โดยที่ล้มแล้วไม่เป็นอันตราย
ควรเป็นห้องโล่ง ไม่มีของวางกระจัดกระจาย ถ้าโต๊ะเก้าอี้มีขอบ หรือมุมที่แหลมคม ควรหาผ้า
หรือฟองน้ำนุ่มมาบุกันไว้
- สร้างแรงจูงใจ ด้วยการหาของเล่นที่ลากแล้วเกิดเสียงหรือใส่กำไลไว้ที่ข้อเท้าลูก
เมื่อแกรู้ว่าเสียงมาจากการก้าวเดินของตัวเอง และมีคนจับตามองอยู่ด้วยความสนใจ
ทีนี้ซอยเท้ายิกเลยล่ะ หรือมีของเล่นที่ลูกชอบมาวางล่อให้ลูกพยายามเดินเข้าหาเอง
- ที่สำคัญต้องมีจุดสำเร็จ เพื่อให้เจ้าหนูมีกำลังใจก้าวเดินไปให้ถึงจุดนั้น
พ่อแม่บางคนพอลูกเดินมาถึงก็มักขยับให้ไกลขึ้นอีก การทำเช่นนี้อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะเดิน
- รองเท้าเอาไว้ก่อน ช่วงที่หัดเดิน ยังไม่ควรให้ลูกใส่รองเท้า เพราะการปล่อยให้ลูกเดินด้วยเท้าเปล่าเปลือย
จะช่วยให้ลูกใช้นิ้ว และอุ้งเท้าจิกลงไปที่พื้น และช่วยให้รับน้ำหนักได้ดีกว่า
และยังได้เรียนรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่างด้วย
- สัมผัสโลกกว้าง พาลูกออกไปออกกำลังในที่โล่งกว้างนอกบ้านบ้าง
เพราะสถานที่แบบนี้จะเร้าใจให้เด็กๆ อยากเดิน
รถหัดเดิน ฝึกหนูเดินจริงหรือ
รถหัดเดินที่คุณพ่อคุณแม่คิดว่าจะช่วยให้เจ้าหนูเดินเร็วขึ้นนั้น
จริงๆ แล้วทำให้พัฒนาการของเด็กช้าลง เพราะเวลาเด็กเริ่มเดินนั้น เด็กจะงอ
และเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อช่วยในการก้าวเท้าไปได้ โดยจะเกร็งบริเวณเอวและสะโพก
เพื่อให้เหยียดเท้าได้ ขณะที่เด็กอยู่ในรถหัดเดินนั้น เด็กจะใช้ปลายเท้าจิกลง
และไถไปข้างหน้าทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ไม่ได้ทำงานเต็มที่ การลงน้ำหนักเท้าของเด็กก็ไม่ถูกต้องด้วย
แล้วรถหัดเดินยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย ถ้าไถไปชนสะดุด หรือคว่ำหัวคะมำ
การช่วยให้เจ้าหนูวัยเตาะแตะก้าวเดินอย่างมั่นคงนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันส่งเสริม
และฝึกฝนตามขั้นพัฒนาการของลูก และปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
ไม่ใช่คอยตามไปห้ามตลอดเวลา เมื่อลูกเดินได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว อย่าลืมให้รางวัลตัวเอง
จะได้มีแรงไว้คอยวิ่งไล่จับลูกไงคะ
(update 26 มกราคม 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 94 สิงหาคม 2546 ]
|