จมน้ำ ภัยร้ายที่มาพร้อมความชุ่มฉ่ำ


พูดถึงเรื่องจมน้ำแล้ว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ประมาทไม่ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก คนเป็นพ่อเป็นแม่ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า เพราะสถานที่แต่ละแห่ง ล้วนมีภัยที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นกับเจ้าตัวเล็กได้เสมอ รู้แล้ว ก็มาเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

จมน้ำ…อุบัติเหตุยอดฮิต

มีการเก็บสถิติล่าสุดพบว่า เจ้าหนูวัยแรกเกิดถึง 14 ปี จมน้ำตายถึงปีละประมาณ 1,400 คน ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งและเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กที่จมน้ำเสียชีวิตเกิดกับเจ้าหนูวัย 2-9 ปี มักตกน้ำขณะวิ่งเดิน หรือปีนป่าย โดยที่ผู้ดูแลไม่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเด็กวัยนี้มีพลังมากเคลื่อนไหวตลอดเวลา หากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยลูกไว้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เสมอไม่เฉพาะแต่เรื่องจมน้ำ

ต้นเหตุ…หนูจมน้ำ
  • จุดที่คาดไม่ถึงในบ้าน…ในบ้านเราเองนี่แหละค่ะ เป็นสาเหตุให้เจ้าหนูจมน้ำเสียชีวิตมานักต่อนักแล้ว ส่วนใหญ่เป็นมุมที่คุณพ่อคุณแม่บางคนคาดไม่ถึง เช่น จมถังน้ำ อ่างอาบน้ำ กะละมังอาบน้ำ อ่างหรือบ่อเลี้ยงปลาในบ้าน หรือแม้แต่สระว่ายน้ำทั้งแบบทั่วไปกับแบบสูบลมสำหรับเด็ก เพราะแค่ระดับน้ำสูงกว่า 5 ซม. ก็อาจทำให้เจ้าหนูจมน้ำได้แล้วค่ะ

  • พ่อแม่พลั้งเผลอ มีเหตุการณ์ที่เด็กเล็กจมน้ำเสียชีวิตหลายเหตุการณ์เชียวค่ะ ที่เกิดมาจากพ่อแม่เผอเรอเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ปล่อยให้เจ้าหนูเล่นน้ำตามลำพังคนเดียว เช่น พ่อแม่เดินไปรับโทรศัพท์ ไปเข้าห้องน้ำ คุยเพลิน หรือเผลอหลับไปชั่วครู่

  • เด็ก…ซุกซน เด็กเล็กเป็นวัยซุกซนพร้อมจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ เขายังไม่รู้เท่าทันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ หรือผู้ดูแลต้องอยู่ใกล้ชิดกับเจ้าหนูตลอดเวลา และดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูกให้ปลอดภัย
เรียนรู้วิธีช่วยลูกยามตกน้ำ
  • ก่อนที่จะลงไปช่วยลูกขึ้นมา พ่อแม่ต้องประเมินตัวเองว่าว่ายน้ำเป็นหรือไม่ ถ้าเราว่ายน้ำไม่เป็นควรหาคนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ช่วยเหลือลูก แต่ถ้าไม่มีใครเลยต้องรีบหาสิ่งของ เช่น ไม้ยาวๆ ส่งให้เจ้าหนูจับแล้วดึงตัวขึ้นมา

  • เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งลงไปช่วยลูก ระหว่างนั้นต้องรีบโทร.แจ้ง 1669 หรือสถานพยาบาลใกล้ที่สุด เพื่อขอความช่วยเหลือ

  • เมื่อพาลูกขึ้นฝั่งแล้ว ถ้าเจ้าหนูหมดสติหรือไม่หายใจ ต้องรีบผายปอดด้วยวิธีการเป่าปาก ให้เด็กนอนราบกับพื้นและเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แล้วเป่าลมหายใจเข้าทางปากของเด็ก 2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 วินาที สังเกตดูว่า หน้าอกของเด็กขยายตามจังหวะการเป่าลมหรือไม่

  • ถ้าผายปอดให้เจ้าหนูแล้ว เจ้าหนูยังไม่หายใจ คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาเจ้าหนูไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีค่ะ
พ่อแม่ป้องกันภัยให้หนู

สอนหนูให้เข้าใจภัยจากน้ำ
เด็กที่โตกว่า 2 ปี สามารถเข้าใจอันตรายที่เกิดขึ้นจากแหล่งน้ำได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเรื่องความปลอดภัยให้เจ้าหนูได้ เช่น หนูไม่ควรปีนป่ายถังน้ำในห้องน้ำ เพราะถ้าพลาดตกลงไป อาจเจ็บตัวหรือจมน้ำได้

กำจัดภัยในบ้าน
บ้านไหนที่มีลูกอยู่ในวัยกำลังหัดคลาน หัดเดิน ต้องจัดพื้นที่การเล่นของลูกให้ปลอดจากแหล่งน้ำได้ เช่น ไม่วางถังน้ำหรือกะละมังซักผ้าที่มีน้ำอยู่เต็มไว้ ควรเทน้ำนั้นทิ้งเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหนูตกลงไปได้ หรือแม้แต่ในห้องน้ำเมื่อใช้เสร็จแล้วก็ควรปิดประตูไว้ทุกครั้ง นอกจากในบ้านแล้ว พ่อแม่ต้องสำรวจดูบริเวณชุมชนที่อาศัยอยู่ด้วยว่ามีจุดใดบ้างที่เป็นจุดเสี่ยง เช่น ท่อน้ำมีฝาปิดแน่นหนาดีหรือเปล่า หรืออย่าปล่อยให้เจ้าตัวเล็กไปวิ่งเล่นบริเวณที่มีบ่อน้า สระน้ำเพียงลำพัง และดูแลให้มีรั้วกั้นป้องกัน


(update 25 กุมภาพันธ์ 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 96 ตุลาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600