แฟนฉัน วัยอนุบาล


เด็กสมัยนี้รู้เยอะนะคะ เห็นอะไรในโทรทัศน์ก็เลียนแบบไปเรื่อย อย่างเจ้าหลายชายวัย 4 ขวบกว่าๆ ของดิฉัน วันดีคืนดีก็กลับบ้านมาเล่าเป็นตุเป็นตะว่าเป็นแฟนกับน้องคนนั้นคนนี้ หรือบางทีก็บอก วันนี้น้องโบ๊ทไปหอมแก้มน้องนิดหน่อยมาด้วยอะไรประมาณนี้น่ะค่ะ

ดิฉันเลยชักสงสัยว่า... เด็กวัยนี้เขาคิดเรื่องฟงเรื่องแฟนกันเป็นแล้วจริงๆ หรือ ?

เด็กวัยนี้คิดอะไรเรื่องแฟน
ความจริงแล้วเด็กในวัยนี้เขาไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเช่นผู้ใหญ่หรอกค่ะ คำว่าแฟนของเด็กหมายถึง ถูกคอ ถูกใจกัน เล่นกันแล้วสนุกกว่าเล่นกับคนอื่น แต่เผอิญว่าเป็นเพื่อนต่างเพศกัน แล้วเห็นในโทรทัศน์ว่าผู้หญิงผู้ชายที่สนิทกัน เขาเรียกว่าแฟน เด็กเลยเกิดเลียนแบบ ประกอบกับเด็กอาจจะถูกผู้ใหญ่ล้อหรือถูกเพื่อนล้น ก็เลยกลายเป็นว่าถ้าไปสนิทกับเพื่อนต่างเพศก็จะกลายเป็นแฟนกันไปโดยปริยาย

เด็กๆ อยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศตรงข้าม
เด็กวัยนี้สามารถแยกแยะได้แล้วค่ะ ว่าตัวเองเป็นเพศไหน เด็กจึงเริ่มมีความสนใจในความแตกต่างระหว่างเพศมากว่ามันต่างกันตรงไหนนะ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายจะอยากรู้อยากเห็นเป็นพิเศษ ดังนั้น ถ้าเห็นเด็กผู้ชายแอบไปเปิดกระโปรงเด็กผู้หญิง ก็อย่าไปดุว่าเด็กอย่างรุนแรงเกินไปค่ะ แค่อธิบายให้เขาเข้าใจว่าทำอย่างนี้ไม่ถูกต้องยังไง หนูไม่มีสิทธิจะไปเปิดกระโปรงของเพื่อนนะคะ แสดงให้เด็กเห็นว่าพฤติกรรมเช่นนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ เด็กก็จะเรียนรู้ได้ค่ะว่าไม่ควรทำอีก

การอยากใกล้ชิดสนิทสนมกับเพื่อนเพศตรงข้ามของเด็ก จึงไม่ได้เกิดจากแรงขับดันทางเพศเหมือนผู้ใหญ่นะคะ เพราะเด็กวัยนี้ไม่มีเรื่องฮอร์โมนเพศหรือไม่มีความต้องการทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พฤติกรรมของเด็กขับเคลื่อนไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นส่วนใหญ่ และประกอบกับการอยากผูกมิตร อยากเล่นด้วยกันตามประสาเด็กค่ะ

เล่นกันได้...ไม่ให้เกินเลย
เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชายเป็นเพื่อนเล่นกันได้ค่ะ แต่สมัยนี้คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกน้อย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงรู้จักปกป้องตนเอง เช่น สอนให้ลูกน้อยหวงแหนบริเวณส่วนตัวของเขา ห้ามให้ใครมาดู มาจับ ถ้าใครมาขอดูก็ต้องรีบบอกคนนั้นไปว่าเป็นบริเวณส่วนตัว ห้ามจับ ห้ามดู และถ้าเพื่อนหรือใครมาขอดูก็ให้รีบบอกคุณครู หรือคุณพ่อคุณแม่ทันที การสอนอย่างนี้นอกจากจะเป็นการสอนเรื่องอะไรควรทำ ไม่ควรทำแล้ว ยังเป็นการสอนให้ลูกรู้จักปกป้องตัวเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศได้อีกด้วยค่ะ

เด็กบางคนดูโทรทัศน์เห็นตัวละครจูบกัน กอดกัน เด็กก็เอาไปเลียนแบบเล่นกับเพื่อนต่างเพศบ้าง เด็กเขาไม่รู้หรอกค่ะว่า เล่นอย่างนี้มันไม่ควร เขาแค่เลียนแบบจากสิ่งที่เขาเห็น ซึ่งเราก็ต้องอธิบายให้หนูน้อยเข้าใจว่า จะไปทำอย่างนั้นกับเพื่อนไม่ได้ ที่ลูกเห็นในโทรทัศน์เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เขารักกัน เขาทำได้ แต่เด็กๆ เป็นแค่เพื่อนเล่นกัน และเพื่อนเล่นเขาไม่เล่นกันอย่างนั้น ผู้ใหญ่เท่านั้นจึงจะรักกัน เป็นแฟนกันได้

ที่สำคัญเวลาที่เด็กเล่นกันเกินเลยเด็ก ท่าทีของผู้ใหญ่ก็สำคัญ ไม่ควรจะดุด่า แสดงว่าเป็นเรื่องร้ายแรง คอขาดบาดตาย แต่ควรใช้วิธีการอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าทำได้ ทำไม่ได้เพราะอะไรมากกว่าค่ะ

เด็กหญิง ...เด็กชายเล่นกัน ได้เรียนรู้หลายเรื่อง
  • เรื่องการเข้าสังคม
    การเข้ากลุ่มกันระหว่างเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายความจริงก็มีส่วนที่ดีนะคะ เป็นการแสดงให้เห็นว่าเด็กนั้นรู้จักการคบค้าสมาคม รู้จักเป็นมิตรกับเพื่อนใหม่ได้โดยไม่เคอะเขินมากจนเกินไป

  • เรียนรู้เรื่องการไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น
    การที่เด็กวัยนี้อยากรู้อยากเห็นเรื่องความแตกต่างระหว่างเพศ ทำให้บางครั้งเด็กอาจจะทำอะไรที่ละเมิดคนอื่น เช่น ไปเปิดกระโปรงเพื่อน เข้าไปจูบ ไปหอมแก้มเพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถ้าผู้ใหญ่มีการอธิบายให้ลูกฟังว่าอะไรไม่ควรทำ เพราะมันเป็นการละเมิดคนอื่น ถ้าลูกทำอย่างนี้เพื่อนไม่ชอบ และถ้ามีใครมาทำอย่างนี้กับลูก ลูกก็คงไม่ชอบเหมือนกัน เป็นต้น

  • เคารพในคนที่แตกต่าง
    เด็กได้เรียนรู้ว่า แม้จะมีความแตกต่างกันมากระหว่างเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายเพราะแค่ทรงผม การแต่งตัวก็ไม่เหมือนกันแล้ว แต่ความแตกต่างนั้นไม่ใช่อุปสรรคในการอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับเด็กๆ ต่อไป เพราะเมื่อโตขึ้นลูกจะต้องเจอคนที่ต่างจากตนเองอีกมากมาย

(update 27 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 102 เมษายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600