- ข้อแรก ตั้งใจฟัง
พ่อแม่ต้องแสดงความสนใจและตั้งใจฟังในสิ่งที่ลูกต้องการจะสื่อสารกับเรา
ข้อนี้เริ่มได้ตั้งแต่ลูกยังพูดไม่ได้เลยค่ะ ในวัยที่ลูกรู้ภาษาแล้วเขาจะรู้ว่าเราสนใจฟังเขา
หรือไม่จากการตอบหรือไม่ตอบของเราค่ะ เพราะฉะนั้นฟังแล้วพ่อแม่ต้องมีปฏิกิริยาตอบกลับนะคะ
ต้องแสดงการรับรู้ความรู้สึกและความต้องการของเขา อย่าฟังแบบเอาหูทวนลมเป็นอันขาด
- ข้อสอง ฟังอย่างอดทน
โดยเฉพาะกับลูกเล็กๆ เพราะเขายังมีคำศัพท์ไม่มาก และยังไม่มีประสบการณ์ในการพูดมากนัก
ดังนั้น เด็กจะหาคำมาใช้ในการพูดได้ช้ากว่าผู้ใหญ่ค่ะ กว่าจะพูดรู้เรื่องแต่ละทีใช้เวลานาน
พยายามอดทนฟังนะคะ ให้เหมือนกับว่าเรามีทั้งชีวิตที่จะฟังเขา
- ข้อสาม ฟังให้จบ
เรื่องนี้ยากหน่อยนะคะ เพราะเราผู้ใหญ่เป็นผู้มากด้วยประสบการณ์
พอเด็กอ้าปากพูด เราก็เห็นลิ้นไก่เขาแล้ว เรารู้ว่าเขาจะพูดอะไรก่อนที่เขาจะพูดจบ
จริงไหมคะ บ่อยๆ ที่เราจะตอบรับหรือขัดคำพูดของลูกกลางคันก่อนลูกจะพูดจบ
มันเป็นการยากนะคะที่ผู้ใหญ่จะพยายามฟังสิ่งที่เด็กพูดเรื่อยเปื่อยด้วยท่าทีสนใจ
และไม่พยายามขัด หรือแก้สิ่งที่เขาพูดผิด แต่อย่างไรเราก็ต้องพยายามเคารพสิทธิของเด็ก
ในการแสดงความเห็นหรือเหตุผลนะคะ ไม่ว่าจะผิดหรือถูก ฟังเขาให้จบเสียก่อน
แล้วถึงพยายามแก้ไขหรือแสดงความเห็นขัดแย้ง หรือเห็นด้วยภายหลังค่ะ
- ข้อสี่ จับความรู้สึก
พยายามฟังและสังเกตดูภาษากายของลูกเวลาพูดคุยกับลูกด้วยว่าเขาเป็นอย่างไร
ฟังน้ำเสียงของเขาว่ามีความกระตือรือร้นหรือเฉลี่ยๆ ดูหน้าดูตาว่าเขามีอารมณ์จะฟังหรือพูดหรือไม่
ดูอากัปกิริยาท่าทาง ถ้าลูกดูเศร้าสร้อยก็หาที่เงียบๆ ไถ่ถามพูดคุยกับลูกสองต่อสองนะคะ
- ข้อห้า สอนให้ฟังตั้งแต่เล็ก
สอนวิธีการฟังให้ลูกโดเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ลูกยังเล็ก เรียกชื่อเขาหรือจับตัวเขาก่อนพูดกับเขา
เพื่อลูกจะได้รับรู้ว่าเรากำลังพูดกับเขา และเขาจำเป็นต้องฟัง
- ข้อหก มองตาลูกขณะพูดกับลูก
เพื่อเราจะได้รู้ว่าเขาเข้าใจสิ่งที่เราพูดหรือเปล่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจค่ะ
โดยเฉพาะเด็กเล็ก ดวงของเขาจะบอกเราทุกอย่าง ว่าเขาสนใจเชื่อหรือไม่ เห็นด้วยหรือไม่คะ
- ข้อเจ็ด ฟังและพูดกันในครอบครัวให้มากขึ้น
นี่ไม่ใช่โฆษณาโทรศัพท์มือถือนะคะ แต่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
การสื่อสารที่ดีในครอบครัวเป็นภูมิต้านทานที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก
ชวนลูกคุย ฟังลูกคุยถึงเรื่องเพื่อน โรงเรียน หนังสือ หรือเรื่องที่เขาสนใจอื่นๆ
เด็กบางคนไม่ค่อยชอบพูด เราต้องเชิญชวนให้เขาพูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก
เช่นถามว่า "วันนี้ทำอะไรสนุกกับเพื่อนๆ กับคุณครูบ้างคะ" เด็กจะแสดงความเห็น
และเปิดเผยความรู้สึกกับคนที่เห็นว่าเขาสำคัญค่ะ
- ข้อแปด ฝึกลูกอย่างเป็นธรรมชาติ
อย่าฝึกด้วยการสอนแบบคุณครูนะคะ ฝึกโดยการให้ลูกทำค่ะ เช่น เมื่อเขาได้ไปดูภาพยนต์หรือทีวีเรื่องอะไรมา
เราอาจให้เขาสรุปเรื่องให้เราฟัง แต่ไม่ต้องใช้คำว่า 'สรุป' กับลูกนะคะ เพราะดูเป็นทางการไป
บอกเขาให้เล่าสั้นๆ เอาเฉพาะสิ่งที่สำคัญ ถามเขาว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ถามคำถามในประเด็นที่สำคัญ
การฝึกเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้ลูกสามารถฟังแล้วจับประเด็นหาใจความสำคัญและสามารถสรุปเรื่องได้ค่ะ
- ข้อเก้า ชมเชยหลังการฟัง
จะช่วยให้ลูกเรามีพัฒนาการเป็นผู้ฟังที่ดี เขาจะโตขึ้นมาเป็นคนให้เกียรติรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
สามารถเข้าใจข้อความที่ผู้อื่นต้องการจะสื่อ มีทักษะที่ดีในการพูดสื่อสารกับผู้อื่น
ทำให้ผู้ที่พูดคุยกับเขาประทับใจในตัวเขา เพราะเขาเป็นผู้ฟังที่ดีและเข้าใจความคิด
และความรู้สึกของผู้อื่นเป็นอย่างดี