ลูกน้อยวัยขวบแรกเรียนรู้ได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ...
ผ่านวิธีการง่ายๆ ด้วยการอ่านหนังสือกับพ่อแม่นี่ล่ะ
ความจริง พูดถึงกันมามากแล้วนะคะ เรื่องการอ่านหนังสือกับลูกว่ามีส่วนช่วยในเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ
ของลูกมากมาย ทั้งช่วยพัฒนาโครงข่ายเส้นประสาทในสมอง ช่วยเรื่องพัฒนาการด้านการฟัง การมองเห็น
การได้ยิน การสัมผัส และเรื่องภาษา
โดยเฉพาะในวัยขวบแรกเป็นวัยที่ประสาทสัมผัสของลูกกำลังอ่อนไหวมาก นั่นคือประสาทสัมผัสกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ช่วงวัยนี้จึงเป็นวัยที่พ่อแม่สามารถใช้สื่อต่างๆ ในการกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
และหนังสือก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการช่วยพัฒนาสมองและประสาทสัมผัสของลูกค่ะ
เครื่องมือในการรู้ภาษา
เบบี้วัย 6 เดือนแรก การทำงานของสายตาสองข้างยังไม่ประสานกัน มือก็ยังหยิบจับสิ่งของไม่ได้
ช่วงนี้คุณแม่ควรอ่านออกเสียงให้ลูกฟังให้ดังขึ้นสักหน่อย เพื่อดึงความสนใจของลูก
เสียงที่ดังและใบหน้าของคุณพ่อคุณแม่ที่ลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆ
จะช่วยให้ลูกจดจำน้ำเสียงและใบหน้าของคุณพ่อคุณแม่ได้ ลูกจะซึมซับน้ำเสียงและสีหน้าของคุณพ่อคุณแม่
ซึ่งเป็นการเรียนรู้เรื่องการสื่อภาษาได้อย่างตรงประเด็นที่สุด
เมื่อลูกเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ได้มากขึ้น การอ่านหนังสือให้ลูกฟังครั้งละประมาณ 15 นาที
เลือกหนังสือที่มีประโยชน์หรือวลีสั้นๆ ง่ายๆ หนาแค่ไม่กี่หน้า อ่านเสียงดัง ฟังชัด มีน้ำหนักสูงๆ ต่ำๆ
ลูกก็จะได้เรื่องของคำศัพท์ไปอีกอย่างหนึ่ง
และสังเกตไหมคะว่าเด็กๆ จะชอบให้อ่านหนังสือเล่มโปรดซ้ำๆ การอ่านซ้ำๆ จะช่วยให้ลูกจดจำคำศัพท์ต่างๆ
ได้เร็วขึ้นและเส้นใยประสาทในสมองที่เกี่ยวกับการจดจำก็จะพัฒนาไปพร้อมกับความทรงจำในการอ่านหนังสือกับพ่อแม่แต่ละครั้ง
การอ่านที่หลากหลาย
ในการอ่านหนังสือกับลูกแต่ละครั้ง ควรมีวิธีการอ่านที่หลากหลาย ไม่ใช่เอาลูกมานั่งตักแล้วอ่านๆ
ไปเรื่อยๆ แต่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกโดยตรง
ควรจะมีการสลับท่าทางบ้าง เช่น ถ้าเอาลูกนั่งตักแล้วอ่านไปด้วยกัน ชี้ชวนดูไปด้วยกันสักพัก
ก็อาจจะต้องหันมานั่งประจันหน้ากันบ้าง แล้วก็ดูรูปไปด้วยกัน เราจะได้มองหน้าลูกของเราไปด้วยได้
คุณพ่อคุณแม่อาจจะทำท่าทางให้เข้ากับเรื่อง เช่น กระต่ายมันมีหูยาวนะลูก ทำหูยาวให้ลูกดู
หากมีอุปกรณ์ที่เข้ากับเรื่อง เช่น ที่คาดผมรูปสัตว์ต่างๆ หรือหมวกที่เป็นรูปหน้าสัตว์ในนิทาน
ก็สามารถเอามาใส่และแสดงท่าทางประกอบไปด้วยได้
หัวใจของการอ่านหนังสือกับลูกที่สำคัญคือต้องมีการเปลี่ยนหลายๆ ท่า ต้องมีการมองหน้า สบตา
เพื่อให้ลูกได้ดูว่าปากเราพูดอะไร แล้วเราก็ชี้ให้เขาดู จับมือเขาไปสัมผัสรูปภาพในหนังสือ เพราะสำหรับช่วงอายุนี้
การที่ลูกสามารถเชื่อมโยงประสาทสัมผัสต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ เช่น ฟังแม่พูดก็รู้ว่าแม่กำลังพูดถึงเนื้อหาในหนังสือที่มองเห็นอยู่ เป็นต้น
เติบโตอย่างชิดใกล้
ผลพลอยได้จากการอ่านหนังสือด้วยกันอย่างสนุกสนานนี้ พ่อแม่ลูกจะได้ใกล้ชิดกันและกันมากขึ้น
ซึ่งความรู้สึกใกล้ชิดและอบอุ่นใจของลูกนี้ก็มีส่วนช่วยพัฒนาสมองของลูกอีกทางหนึ่ง
นอกจากช่วยเรื่องพัฒนาการด้านสมองและทางร่างกายอื่นๆ
การที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่อย่างใกล้ชิดระหว่างการอ่านหนังสือ ยังทำให้ลูกเรียนรู้เรื่องทักษะทางสังคม
และความสุขเมื่อได้สนุกสนานไปกับกิจกรรมการอ่านยังช่วยให้ลูกพัฒนาทักษะทางอารมณ์
และการตอบโต้ทางอารมณ์ความรู้สึกกับพ่อแม่
ซึ่งเชื่อเถอะค่ะว่าความประทับใจต่างๆ เหล่านี้ จะประทับอยู่ในความทรงจำของลูกอย่างลึกล้ำ
ไปจนตลอดชีวิตของลูกเลยทีเดียวล่ะค่ะ
สนุกกับการสัมผัสหนังสือ
หนังสือสำหรับเด็กๆ มีหลายรูปแบบ และทำจากหลากหลายวัสดุ การเปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสหนังสือที่มีผิวสัมผัสต่างกัน
หรือหนังสือที่มีสีสันหลากหลายบ้าง จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของลูก และช่วยให้ลูกสนุกกับการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น
- หนังสือผ้านุ้มนุ่ม เด็กๆ จะได้สัมผัสผ้านุ่มๆ เป็นการฝึกประสาทการสัมผัส และฝึกกล้ามเนื้อมือ
- หนังสือป็อบ-อัพแสนสนุก เปิดหนังสือขึ้นมาก็พบกับภาพป็อป-อัพน่ารักเด้งออกมา
เด็กๆ จะมองได้ไม่เบื่อและเรียนรู้เรื่องมิติความกว้าง-ยาว-ลึกของสิ่งของ
- หนังสือลอยน้ำ เป็นหนังสือพลาสติก เวลาอาบน้ำใช้หนังสือนี้หลอกล่อให้เด็กสนุก
- หนังสือพื้นผิวเป็นลายนูน เป็นลักษณะของหนังสือที่ใช้สื่อผสม เช่น เอาผ้ามาเย็บหรือติดเป็นรูปภาพให้นูนออกมา
ให้ลูกได้สัมผัสหนังสือเหล่านี้ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องพื้นผิวที่แตกต่าง พื้นผิวนูนๆ ต่ำๆ นี้จะดึงดูดให้ลูกอยากสัมผัสได้ไม่รู้เบื่อ
- หนังสือนิทาน (ที่ใช้กระดาษแข็งและหนา) ใช้กระดาษแข็งและหนา แต่ไม่คมเพื่อให้เด็กหยิบจับแต่ละแผ่นได้สะดวก
ปลอดภัย และที่สำคัญลูกจะไม่สามารถฉีกหรือขยำแล้วเอาเข้าปากได้
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก :
รศ.พญ.นิตยา คชภักดี ผู้อำนวยการสถานบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว
(update 9 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูกปีที่ 21 ฉบับที่ 248 กันยายน 2546 ]
|