จอมป่วน ชวนปวดหัว


"เธอ (เขา) เปลี่ยนไป"

เป็นคำบ่นของคุณแม่ท่านหนึ่ง ถึงเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งพ้นขวบได้ไม่กี่วัน และคงเป็นคำบ่นของคุณแม่อีกหลายๆ ท่าน ที่จู่ๆ ลูกที่แสนดีกลับกลายมาเป็นแสนซ่าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ ทำเอาคนเป็นพ่อแม่ตั้งตัวไม่ติดเลยล่ะ

อย่าเพิ่งตัดพ้อต่อว่าเจ้าตัวเล็กกันเลยค่ะ ที่วัยป่วนของลูก ทำท่าจะจบลงที่การเซ็นสัญญาเปิดศึกอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ซะแล้ว ครั้งนี้ก็เลยรวบรวมสุดยอด (ที่คิดว่าเป็น) ปัญหาเด็ดของวัยมัน...น พร้อมข้อสังเกตที่จะทำให้คุณเข้าใจหัวอกของหนูๆ วัยนี้ ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ ยังมีสงบศึกแบบสันติวิธีมาฝากกันด้วย


  • ฉันเป็นฉันเอง

บอกกันทุกครั้ง เตือนกันทุกหนว่า เตรียมตัวเตรียมใจให้ดี เชียวนา เพราะเมื่อไหร่ที่อายุของลูกเหยียบย่างเข้าขวบที่สอง พร้อมๆ กับพัฒนาการทางร่างกายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อนั้นแหละ อาการที่ว่ามาข้างต้นทั้งหมด (เผลอๆ จะมากกว่านี้) ต้องเกิดขึ้นกับหนูๆ ร้อยทั้งร้อยรับรองได้ ไม่ต้องดูอื่นไกลค่ะ น้องทีมงานคนนี้ที่เพิ่งฉลองวันเกิดลูกครบ 1 ขวบไปเมื่อ 2 วันก่อน วันนี้นั่งคิ้วผูกโบพร้อมเปรยให้ฟังว่า “ลูกหนูมันเป็นอะไรไม่รู้พี่ ช่วงนี้ตื้อสุดๆ ปกติจะไม่ค่อยซน แล้วจะแคร์หนูมาก บอกอะไรจะเชื่อ แต่ช่วงนี้ห้ามอะไรก็ไม่ฟัง พอเราปล่อยให้ทำเองก็ร้องไห้ ทำสายตาประมาณว่า ทิ้งฉันทำไมเนี่ย” ก็ได้แต่ปลอบใจน้องไปว่า เนี่ยแหละ ใช่เลย อาการที่เด็กวัยนี้มักเป็นกัน แปลว่าลูกที่รักของท่านมิได้ผิดปกติอะไร

พฤติกรรมฮอตฮิตที่เด็กวัยขวบปีที่สองมักเป็นกันก็คือ
การกัด ซึ่งไม่ใช่กัดขนม กัดของเล่นหรอกนะคะ ที่ว่ากันเนี่ย กัดเนื้อคนนี่แหละค่ะ
ดึงผม อันนี้ก็แล้วแต่ถนัดค่ะ บางคนถนัดดึงผมคนอื่น บางคนชอบดึงผมตัวเอง
โวยวาย อาละวาด เมื่อไม่ได้อย่างใจ
ชอบรื้อ ชอบค้น อะไรที่ห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
ดื้อ เอาแต่ใจตัวเอง
คำว่า “ไม่” เท่านั้นที่หนูใช้ ...เฮ้อ

ต้องบอกว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมทางลบ (ที่ไม่ใช่ปัญหา) เป็นเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์วิธีหนึ่ง และจะมาพร้อมกับอารมณ์ขุ่นมัวของหนูเสมอ แต่การตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมนี้ของลูก ก็ต้องควบคู่ไปกับการไม่ปล่อยเลยไปนะคะ เพราะอาจพัฒนาไปเป็นปัญหาความก้าวร้าว หรือใช้ความรุนแรงได้ โดยเฉพาะการกัด เพราะสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้อื่นโดยตรง แต่จริงๆ แล้วทางแก้ปัญหามีมากมายค่ะ โดยพ่อแม่ต้องเริ่มจากทำความเข้าใจก่อนว่า ลูกรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากเป็นพิเศษ แหม ก็เดินได้แล้วนี่ หยิบของเองก็ได้แล้ว ร้องกรี๊ดพ่อแม่ก็หยุดฟัง กระทืบเท้าก็ดังดีซะด้วย ทึ้งผมพี่เลี้ยงซะหน่อยพอหายโมโห เพราะสิ่งเหล่านี้ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นวิธีที่ทำให้ทุกคนยอม อะไรประมาณนี้

หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็คือ ใจเร็วกว่าร่างกาย คือใจน่ะอยากทำนู่นทำนี่แต่เจ้าร่างกายที่ยังเตาะแตะต้วมเตี้ยมมันทำได้ไม่ทันใจ หนูก็พาล หงุดหงิด เกรี้ยวกราด สังเกตได้ว่าช่วงนี้อารมณ์ของหนูจะเปราะบางมากเป็นพิเศษ ขี้แย ขี้โมโห ขี้หงุดหงิด

และอีกสิ่งที่สำคัญคือ ความคาดหวังและคำสั่งห้าม (แบบไม่มีเทคนิค) ของพ่อแม่ที่เห็นว่าหนูพูดรู้เรื่อง ฟังรู้เรื่อง ก็เริ่มสั่งสอน เริ่มดุ เริ่มห้ามไปหมด ขณะที่ทั้งหมดที่พ่อแม่เห็นว่าไม่ดี มันคือโลกที่หนูยังไม่เคยได้เรียนรู้ ได้สัมผัสเลยนะ เห็นใจกันหน่อยสิ

พอมาผสมกับภาวะอารมณ์ของวัยนี้ ที่เขายังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเองได้ดีเท่าผู้ใหญ่ ไม่รู้ว่าควรจะแสดงออกแบบไหนที่เหมาะสม ทำให้อะไรๆ ดูแย่ไปหมดในสายตาของพ่อแม่

ทางออกที่ดีที่สุดคือ แก้ปัญหาแบบมีสติค่ะ อย่าใช้อารมณ์แลกอารมณ์กัน วิธีนี้ไม่เกิดผลดีใดๆ เลย มีแต่เสียกับเสีย ขอยืนยัน


  • ปลดปัญหา (พฤติกรรม) ทีละเปลาะ

ปัญหาที่ว่ามาทั้งหมดนี้มีวิธีแก้ปัญหาที่ใช้หลักการเดียวกันค่ะคือ
  • การเข้าใจภาวะที่เกิดขึ้นว่าเป็นขั้นหนึ่งของพัฒนาการลูก

  • ตระหนักรู้ว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าปล่อยไปก็ไม่ดีแน่ เพราะลูกจะกลายเป็นเด็กที่ไม่ยอมปรับตัวในเรื่องต่างๆ เช่น ถ้าสาเหตุจากใจร้อน ไม่อดทนรอ การที่พ่อแม่ตามใจเพื่อหยุดพฤติกรรม ลูกก็ไม่ได้เรียนรู้ที่จะรู้จักรอคอย เช่นเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ เช่น การรู้จักฟังคนอื่น รู้จักควบคุมอารมณ์ การที่จะเรียนรู้ว่าไม่มีอะไรที่จะได้อย่างที่ต้องการ หรือการทำร้ายคนอื่น ทำให้คนอื่นเจ็บเป็นสิ่งที่ยอมรับกันไม่ได้ เป็นต้น

  • รู้ว่าในวัยก่อน 3 ขวบแบบนี้ การใช้เหตุผลเป็นเรื่องหลักสำหรับลูก อาจไม่ได้ผล แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ การเบี่ยงเบนความสนใจจากเหตุการณ์ตรงหน้า เช่น ถ้าลูกกัด แสดงว่าเขาโกรธ หรืออยากระบายความรู้สึก ก็ควรยุติพฤติกรรมนั้น ดึงลูกออกอย่าปล่อยให้เขากัด และต้องบอกให้รู้ว่าการทำแบบนี้คนอื่นรู้สึกอย่างไร หรือถ้าลูกชอบปาข้าวของ ไม่ว่าจะมาจากการนึกสนุกหรืออารมณ์เสีย ต้องบอกลูกให้รู้ว่าทำพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้ ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ต้องใส่ใจดูแลเก็บของที่คิดว่าไม่ให้เด็กเล่นให้พ้นมือเพื่อป้องกันความเสียหาย

  • อย่ายอมตามใจเมื่อลูกใช้พฤติกรรมเหล่านี้เพื่อเรียกร้อง เพราะถ้าสำเร็จในครั้งนี้ลูกก็จะเรียนรู้ว่า วิธีการนี้ใช้ได้ผลแน่ๆ ในครั้งต่อไป

  • พยายามเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงออกทางอารมณ์ด้วยวิธีอื่น เช่น เมื่อเขาพูดได้เก่งขึ้น ก็พยายามฝึกให้เขาสื่อสารด้วยการพูด บอกความรู้สึกมากกว่าแสดงออกทางพฤติกรรม

  • ใกล้ชิดและสังเกตลูก ถ้าช่วงนี้ลูกอยู่ในภาวะอารมณ์หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห ก็พยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้ลูกเกิดอารมณ์เหล่านี้ได้ง่าย เช่น เลี่ยงผู้คน สถานที่ต่างๆ ที่วุ่นวายหรือสิ่งที่เขาไม่ชอบ

  • ให้กำลังใจและปลอบโยนเมื่อลูกรู้สึกเครียดหรือโมโห แสดงให้ลูกเห็นว่า คุณเข้าใจ รับรู้ได้ถึงอารมณ์อันขุ่นมัวของลูก คุณไม่ได้นิ่งนอนใจหรือไม่ให้ความสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องบอกลูกด้วยว่า แม้แม่จะเข้าใจแต่ก็ไม่สามารถปล่อยให้ลูกทำแบบนี้ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งเสนอทางเลือกอื่นให้ เช่น ถ้าลูกพอจะพูดคุยรู้เรื่องแล้ว ก็อาจบอกเขาว่า “ไม่ดึงผมพี่นะคะ ทำแบบนี้ไม่ได้ พี่เขาเจ็บ ถ้าหนูไม่ชอบก็บอกได้นี่คะ”
เหล่านี้เป็นคำแนะนำของนักจิตวิทยาทั้งในและต่างประเทศ หลายๆ ท่านที่รวบรวมมานำเสนอเป็นทางออกให้คุณพ่อคุณแม่กันค่ะ

แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ลองมาดูกันค่ะว่า แล้วกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในวัยนี้เขาแก้ปัญหากันยังไง
”น้องไทเปอายุ 2 ขวบครึ่ง ตอนนี้เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองทำให้ดื้อเป็นบางครั้ง เวลาที่ดื้อ เช่น แม่เรียกอาบน้ำไม่ยอมมา หรือร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล คุณแม่จะใช้วิธี 'เงียบ' ปล่อยให้ร้องไป แล้วบอกเขาว่า เงียบก่อนแล้วมาคุยกันไม่งั้นเวลาไทเปร้องไห้แล้วแม่ฟังไม่รู้เรื่อง พอเขาหยุดร้องก็จะบอกเหตุผลให้เราฟังว่าทำไมถึงร้อง เราก็จะบอกเขาว่า มีอะไรก็ให้บอก ไม่ใช่เอะอะก็ร้องไห้ หลังจากนั้นพอมีอะไรเขาก็เข้ามาบอก แม่ก็จะกอดเขาไว้แล้วฟังเขาพูด อันไหนมีเหตุผลก็จะอธิบายกันค่ะ”

แม่น้องไทเป

”น้องเน็ทอายุ 1 ปี 2 เดือน ชอบกัด กัดเจ็บและแรงมาก โดยเฉพาะกับแม่นี่จะชอบกัดมาก ทุกครั้งที่น้องกัด แม่จะห้าม ทำท่าดุ บอกลูกว่ากัดไม่ได้ กัดแล้วแม่เจ็บ ทำแบบนี้ทุกครั้ง จนลูกจำได้ ตอนนี้เลิกกัดแล้วค่ะ”

แม่น้องเนย

”น้องแจนนี่อายุ 1 ปี 6 เดือน ชอบตีหน้าแม่ ดึงผม สารพัด แม่ต้องแกล้งทำเป็นร้องไห้ และบอกว่าหนูทำมามี้เจ็บ มามี้ก็ร้องไห้สิคะ วันหลังอย่าทำอีกนะ น้องแจนนี่ก็รับฟัง เข้ามากอดแล้วบอกว่า โอ๋ โอ๋ ปลอบแม่ใหญ่เลยค่ะ (แต่วันหลังก็ทำอีก อิ อิ)”

แม่น้องแจนนี่

”น้องลูกชุบอายุ 1 ปี 3 เดือนค่ะ เริ่มมีอาการลงไปนอนดิ้นๆ ทำตัวอ่อนไม่ให้อุ้มขึ้นมาเวลาขัดใจ ก็จะใช้วิธีเบี่ยงเบนเธอให้สนใจอย่างอื่นแทน พอเธอลืมอาการก็หายค่ะ บางทีก็มีดึงผมนะคะ จะดึงผมตัวเอง ก็จะเอาของเล่นที่ลูกชอบมาให้ถือ แล้วชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยค่ะ ลูกก็เลิกดึงไปเอง”

มลช

”น้องอั๊ส อายุ 1 ปี 7 เดือนก็ชอบกัด ชอบดึงผมเหมือนกัน บางทีเกเรก็เอาข้าวมาละเลง แรกๆ แม่ก็มีโกรธนะคะ แต่พอเราเรียกสติกลับมาได้ก็โอเค จากนั้นไม่ว่าเขาทำอะไรดิฉันก็จะตั้งสติตัวเองไม่ให้โกรธก่อน พยายามทำความเข้าใจ แล้วจะเตือนเขาทันทีอย่างนิ่มนวล เวลาพูดเหมือนง่ายนะคะ แต่ทำจริงๆ ยากเหมือนกัน แต่ผลก็ดีนะคะ เขาคงรู้สึกว่าไม่ไปบังคับมาก เพราะเราพูดดีๆ ด้วย”

แม่น้องอั๊ส


เอาล่ะค่ะ มีเทคนิคดีๆ มากมายซะขนาดนี้ เวลาเกิดสถานการณ์คับขันขึ้นมา แทนที่จะเปิดศึกระหว่างกัน ก็ลองใช้สันติวิธีเหล่านี้ดูบ้างละกันนะ


(update 12 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 248 กันยายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600