ลูกเจ้าปัญหา


เอ่ยถึงคำว่า "ปัญหา" คงไม่มีใครอยากให้เข้ามาแผ้วพานในชีวิตให้อิดหนาระอาใจเล็กๆ น้อยๆ หรือปล่อยให้เป็นปัญหาใหญ่ๆ จนเกิดความทุกข์ใจแต่อย่างใด

ถึงเราไม่อยากมีปัญหา แต่ปัญหาก็มักมีมาให้เราเข้าไปแก้ไขอยู่ตลอดเวลา จนมีคำกล่าวของนักปราชญ์บางท่านบอกว่า “ชีวิตที่ไม่มีปัญหา เหมือนเกิดมาไม่มีชีวิต” หรือบางท่านเคยพูดคำคมถึงปัญหาไว้ว่า “ปัญหามีไว้ให้แก้ไข ไม่ใช่ให้ยอมจำนน" เป็นคำคมเพื่อปลุกปลอบใจไม่ให้ท้อแท้เมื่อมีปัญหา แต่พยายามให้กำลังใจเพื่อแก้ไขปัญหา

อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ท่านๆ เลยที่ต้องมีปัญหาหลากหลายเข้ามาในชีวิตให้คิดแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แม้แต่เด็กตัวเล็กตัวน้อยก็มีปัญหาเข้ามาในชีวิต ตั้งแต่ตัวกระจิริดขณะที่กำลังแบเบาะกันทั้งนั้น

เป็นปัญหาที่เกิดจากความสงสัยในสภาพแวดล้อมที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัว สงสัยในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหามากมายในความคิดคำนึง เมื่อยังไม่ถึงวันที่จะสื่อสารด้วยวาจาออกมาได้ ปัญหามากมายเหล่านี้ก็ยังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจน จากคุณพ่อคุณแม่หรือคนรอบข้าง

แต่คุณพ่อคุณแม่หรือคนรอบข้างก็พอจะเห็นอากัปกิริยาความสงสัยในสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิตของลูก จึงมักได้ยินเสียงอธิบายให้ลูกรับรู้ถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ หรือพยายามชี้แจงแถลงไขให้ลูกรู้ว่า สิ่งของที่รูปร่างหน้าตาแบบนี้เรียกว่าอะไร เพื่อตอบข้อข้องใจที่ยังไม่ได้เปล่งวาจาให้ลูกได้รับรู้ระดับหนึ่ง

จนกระทั่งถึงวันหนึ่ง วันซึ่งแปรสภาพจาก ทารก เข้าสู่ วัยเด็ก วัยที่พอจะสื่อสารด้วยวาจากับบิดามารดาได้เมื่อไหร่ เราจะได้ยิน คำถาม มากมายที่เกิดจาก ความสงสัยในชีวิต ถูกผลิตออกมาถามคุณพ่อคุณแม่ หรือคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา จนคุณพ่อคุณแม่หลายคนเริ่มทนที่จะตอบปัญหาต่างๆ ไม่ไหว เพราะรู้สึกว่ามีมากมายเกินกว่าจะตอบได้ หรือบางเรื่องก็ ไร้สาระ ในความคิดเห็นของคนเป็นพ่อแม่แต่สำหรับลูกมันเป็นเรื่อง มีสาระ ที่เขาอยากจะหาคำตอบ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนไม่ชอบที่ลูกมีปัญหามาถามมากมาย เพราะพ่อแม่เองก็มีปัญหามากมายให้แก้ไขอยู่แล้ว หลายๆ ครั้งเราจึงอาจได้ฟัง คำไม่พอใจ จากปากของคนเป็นพ่อเป็นแม่เมื่อได้ยินปัญหาจากลูกๆ จนบางคนบ่นลูกของตนเองว่าเป็น “ลูกเจ้าปัญหา"

จริงๆ แล้วคนเรามีปัญหาสงสัยในเรื่องราวต่างๆ ของชีวิต จนอยากรู้อยากถามหาความกระจ่างอยู่ตลอดตั้งแต่เด็กจนโตอยู่แล้ว

เพียงแต่ตอนเป็นเด็กเล็กๆ ลูกไม่รู้จะไปตั้งปัญหาถามใคร จึงต้องหันไปถามคนที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด คือ คุณพ่อคุณแม่ แต่พอเขาโตขึ้นเขาก็จะมีบุคคลอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตให้เขาติดตามถามปัญหาได้มากขึ้น

เขาจะมีทั้งเพื่อน มีทั้งครูและผู้รอบรู้ต่างๆ ข้างกายพอที่จะขวนขวายหาคำตอบที่ประเดประดังเข้ามา

ถ้าเขาโตมากขึ้นไปอีกจนถึงขั้นใช้เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ เขาก็จะมีแหล่งหาคำตอบของปัญหาได้อีกทางหนึ่งด้วย

เพราะฉะนั้นลูกเล็กๆ ที่ยังไม่สามารถเสาะแสวงหาคำตอบได้จากคนอื่น จึงมักหยิบยื่นปัญหาให้คุณพ่อคุณแม่ชี้แจงแถลงไขกันอยู่ตลอดเวลา

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเหนื่อยหน่ายกับการอธิบายความให้ลูกได้รับรู้ ถึงแม้มันจะดูน่าเบื่อหน่ายก็ตาม เพราะในความเป็นจริงแล้วการเป็นมนุษย์เจ้าปัญหาของลูก ช่วยปลูกฝังสิ่งดีให้เกิดขึ้นในชีวิตของเขาอย่างชัดเจน 2 ข้อ คือ

  • ข้อแรก ปัญหาสร้างปัญญา

    คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจว่าปัญหาต่างๆ ที่หยิบยกขึ้นมาสอบถามนั้น เป็นกระบวนการในการเสริมสร้างปัญญาให้ลูก
    พ่อแม่จึงไม่ควรเบื่อหน่าย
    แต่ควรจะรับฟังด้วยความตั้งใจและพยายามอธิบายคำตอบที่เป็นเหตุเป็นผล
    เหตุผล ที่คุณพ่อคุณแม่หยิบยกขึ้นมาตอบนั้น จะ ช่วยฝึกลูก ให้รู้จัก หาเหตุผล และ ฝึกทักษะ ในการ ใช้เหตุผล เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิต
    คนที่ใช้เหตุผลประกอบการดำเนินชีวิต ย่อมมีสิทธิที่จะมีชีวิตที่เป็นสุขมากกว่าคนที่ใช้ อารมณ์ หรือ ความรู้สึกนึกคิด ในการพิจารณาเรื่องราวต่างๆ เพียงอย่างเดียว
    ปัญหา ที่มาจากปากของลูกจึงช่วยปลูกฝัง ปัญญาที่เข้มแข็ง ถ้าได้แรงสนับสนุนจากคุณพ่อคุณแม่ช่วยตอบช่วยอธิบายด้วยเหตุผล

  • ข้อสอง ปัญหาทำให้ไม่มีปัญหา

    ข้อดีที่ลูกยกปัญหาขึ้นมาถามหรือหยิบยกขึ้นมาพูดคุยด้วย จะช่วยทำให้ ปัญหาไม่มีปัญหา
    เพราะคำอธิบายที่สาธยายออกไปจะก่อให้เกิดความเข้าใจ เมื่อเกิดความเข้าใจปัญหาย่อมหมดไป
    เหนือสิ่งอื่นใด การที่ลูกมีปัญหามาถามหรือมาปรึกษายังทำให้รู้ว่า การเติบโตของลูกกำลังพัฒนาไปถึงขั้นไหน พ่อแม่จะ ได้เตรียมความพร้อม รองรับการเติบโตของลูกได้เป็นอย่างดี
    สำหรับปัญหาที่ลูกซึ่งโตขึ้นมาแล้วหยิบยกมาถาม จะได้รู้ความในใจ อันไหนที่อาจเป็นปัญหาที่ส่งสัญญาณว่า ต้องรีบแก้ไข จะได้แก้ให้ทันท่วงที
จะเห็นได้ว่า ปัญหาจากปากของลูกที่พ่อแม่หลายคนคิดว่าเป็นปัญหา แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ปัญหาแต่เป็น ขุมทรัพย์อันประเสริฐ ที่ก่อให้ เกิดผลดีต่อการเจริญเติบโตของลูก ตลอดเวลา ไม่ว่าลูกจะอายุน้อย หรืออายุมากเมื่อมีปัญหามาให้คุณพ่อคุณแม่ต้องตอบเมื่อไหร่ก็ตาม ขอให้ตอบด้วยความเต็มใจ

อย่าไปมองว่าเป็นลูกเจ้าปัญหา
เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่มองแบบนั้นเมื่อใด
คุณพ่อคุณแม่นั่นแหละคือตัวเจ้าปัญหาซะเอง!


(update 23 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5861 วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600