เมื่อเจ้าตัวเล็ก อยากเลี้ยงเจ้าตัวป่วน


หลายครั้งที่เราเห็นเด็กๆ เล่นอยู่กับสัตว์เลี้ยง อย่าง เด็กตัวเล็กๆ ยืนอยู่ข้างสุนัขตัวใหญ่ เด็กหญิงให้อาหารปลาที่ว่ายอยู่ในสระ เด็กชายตัวอ้วนกลมอุ้มแมวเหมียวด้วยความรักใคร่ ภาพต่างๆ เหล่านี้บอกให้รู้ว่าเด็กมีความสุขเพียงใดที่ได้อยู่ใกล้ๆ สัตว์เลี้ยง เพราะบางครั้งสัตว์เลี้ยงก็เป็นเหมือนเพื่อนที่คุยด้วยได้ในโลกจินตนาการของเขา เป็นน้องได้ในยามที่เขาอยากแสดงความรับผิดชอบปกป้องดูแล แม้กระทั่งในหนังสือสำหรับเด็ก เราก็เห็นอยู่บ่อยๆ ว่า ตัวละครสัตว์ในเรื่องสามารถคุยกับเด็กได้เสมอ เด็กกับสัตว์เลี้ยงจึงมีความผูกพันที่คุ้นเคย

เจ้าตัวเล็กของคุณแม่อาจกำลังมีสัตว์เลี้ยงอยู่ในความรับผิดชอบหรืออาจเคยรบเร้าขอเลี้ยงสัตว์ เมื่อเดินผ่านร้านสัตว์เลี้ยง นั่นเป็นธรรมชาติของเด็กๆ อยู่แล้วค่ะ ซึ่งทัศนะของสัตวแพทย์ และ นักจิตวิทยาก็เห็นตรงกันว่า การเลี้ยงสัตว์ส่งผลดีต่อเจ้าตัวเล็กค่ะ


สิ่งดีๆ จากการเลี้ยงสัตว์ ในทัศนะของสัตวแพทย์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลแสดงทัศนะถึงข้อดีของการให้เด็กเลี้ยงสัตว์ว่า “การเลี้ยงสัตว์จะทำให้เด็กมีจิตใจอ่อนโยน มีความเข้าใจที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักคุณค่าของสิ่งมีชีวิต รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักดูแลผู้อื่น จนกระทั่งเกิดเป็นความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ที่สำคัญยังช่วยให้เด็กรู้จักการแสวงหาความรู้ เพื่อให้สามารถเลี้ยงสัตว์ของเขาได้อย่างมีคุณภาพ ในด้านคุณธรรมนั้น เรื่องความเมตตา เป็นประการแรก เพราะเขาต้องรู้จักเห็นอกเห็นใจ จะเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ ต้องคิดถึงสัตว์เลี้ยงด้วย เมื่อเห็นสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยงบาดเจ็บก็ช่วยเหลือ เมื่อเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงแล้ว อีกหน่อยก็สามารถช่วยคนอื่นได้ ซึ่งจะติดเป็นนิสัยไปจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่”


สิ่งดีๆ จากการเลี้ยงสัตว์ ในทัศนะของนักจิตวิทยา

รศ.ดร.ดวงเดือน ศาสตรภัทร อาจารย์พิเศษประจำสาขาจิตวิทยา คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า “ในทางจิตวิทยา การเลี้ยงสัตว์หรือการที่เด็กได้มีโอกาสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ประเด็นแรกที่เด็กจะได้รับคือเด็กจะรู้จักถึงความมีเมตตา รู้จักรัก ถ้าเด็กไม่มีโอกาสได้เลี้ยงสัตว์หรืออยู่กับสัตว์ เด็กจะไม่รู้จักความเมตตาเลย กลายเป็นเกลียดสัตว์ และการที่เด็กได้ฝึกการแสดงออกถึงความเมตตากับสัตว์ จะทำให้เด็กพัฒนาตนเองโดยไม่รู้ตัว เป็นคนที่มีศีลธรรมและจริยธรรมเมื่อเขาโตขึ้น

ประเด็นที่สอง เขาจะรู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา สังเกตง่ายๆ เช่น เด็กผู้ชายบางคนชอบเล่นแรงๆ ดึงปีกแมลง หักขามด เขาไม่รู้เลยว่าการทำอย่างนั้นทำให้สัตว์บาดเจ็บอย่างไร ถ้ามีสัตว์อยู่ในบ้าน แล้วแม่คอยสอนว่าการที่ลูกทำอย่างนั้น ลูกรู้ไหมว่าสัตว์รู้สึกอย่างไร เจ็บปวดอย่างไร ถ้ามีใครดึงแขนลูกบ้าง ลูกจะรู้สึกอย่างไร ยังไม่ทันที่แขนลูกจะหลุดออกไปเหมือนแมลงหรอก ลูกก็จะร้องว่าเจ็บแล้ว ทีนี้เด็กก็จะเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่า การกระทำของเขาส่งผลกับสิ่งมีชีวิตหรือคนอื่นๆ อย่างไร ทำให้เวลาที่เขาจะทำอะไร เขาจะต้องคิดถึงสิ่งนี้ก่อนเสมอ การเลี้ยงสัตว์จะช่วยให้เขารู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องปลูกฝังให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก


เลี้ยงสัตว์ในบ้านก็ดีนะ

การเลี้ยงสัตว์ในบ้าน เป็นการช่วยให้เจ้าตัวเล็กได้ใกล้ชิดกับสัตว์มากขึ้น เด็กจะได้เรียนรู้เพิ่มมากขึ้น เราไปดูข้อดีของการเลี้ยงสัตว์ในบ้านกันดีกว่าค่ะ
  • ลูกไม่ใช่ศูนย์กลาง ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น
    การอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ เพราะเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นโดยเฉพาะเมื่อเด็กโตขึ้น เจ้าตัวเล็กที่เคยเป็นบุคคลสำคัญของบ้าน จะไม่ใช่คนสำคัญที่สุดอีกแล้ว เมื่อเขาไปอยู่ในสังคม เขาต้องรู้จักคิดถึงคนอื่นๆ ด้วย ดังนั้น การปลูกฝังให้เจ้าตัวเล็กสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ การเลี้ยงสัตว์นี่แหละค่ะ ที่ทำให้เขารู้จักอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เจ้าตัวเล็กจะฝึกความมีเมตตากล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยน ละเอียดอ่อน รู้จักนึกถึงคนอื่น จนเป็นนิสัยติดตัวไป เมื่อเข้าสังคมเขาก็จะใช้ความรู้สึกนี้ในการอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

  • วินัย เกิดได้จากการเลี้ยงสัตว์
    การปลูกฝังความมีระเบียบวินัย และความรับผิดชอบ เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านให้ความสนใจ ซึ่งสามารถปลูกฝังได้หลายวิธี ซึ่งวิธีหนึ่งที่สามารถสร้างวินัยและความรับผิดชอบให้ลูกได้คือการเลี้ยงสัตว์ค่ะ เพราะเจ้าตัวเล็กแสนซนของคุณแม่จะต้องรู้จักการแบ่งเวลา ไปดูแลทำความสะอาดและให้อาหารกับสัตว์เลี้ยง ถ้าให้อาหารช้า ผิดเวลาไป เจ้าสัตว์นั้นคงจะร้อง หรือแม้กระทั่งเรื่องความสะอาดเอง เขาก็จะรู้จักดูแลตัวเอง และสัตว์เลี้ยงให้สะอาดด้วย การเลี้ยงสัตว์สักตัวนั้นต้องการความเอาใจใส่และความรับผิดชอบที่เขาต้องฝึกฝน ในการดูแลสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าด้วยค่ะ

  • เรียนรู้เรื่องสัตว์
    การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเป็นเรื่องที่สามารถทำให้เด็กรู้จริงด้วยตนเอง เพราะเขาจะได้สัมผัสการเรียนรู้ด้วยตัวเอง จากการสังเกต คิด และค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเขา ในเรื่องที่เป็นประโยชน์มากสำหรับการเลี้ยงสัตว์ และการเรียนรู้ของเขาเอง เพราะเขาต้องคอยสังเกตว่าสัตว์ที่เขาเลี้ยงมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างไร เช่น เลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่ง สอนมันจนกระทั่งสามารถปัสสาวะในโถได้ สังเกตทุกวันว่ามันปัสสาวะอย่างไร แต่มีวันหนึ่งมันนั่งอยู่นาน ปัสสาวะไม่ออก เด็กก็จะสังเกตแล้วว่ามันมีอาการผิดปกติแน่ อย่างนี้ต้องพาไปหาหมอ หมอวินิจฉัยว่าเป็นนิ่ว ซึ่งจะเป็นความรู้แก่เขาที่จะดูแลรักษาพยาบาลสัตว์ของเขาต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะซึมซับในตัวเลยค่ะ

ก่อนเลี้ยงต้อง...

เมื่อเจ้าตัวเล็กร้องอยากขอเลี้ยงสัตว์ขึ้นมา ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจ คงต้องพิจารณาหลายๆ ส่วนประกอบกันใช่ไหมคะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร แนะนำว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อสัตว์เลี้ยงให้ลูก ต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ก่อนค่ะ
  • เข้าใจลูกก่อน
    ก่อนจะเลี้ยงสัตว์ คุณแม่ต้องเข้าใจลูกว่ามีนิสัยอย่างไร รักสัตว์เพียงใด และมีความรับผิดชอบมากแค่ไหน ซึ่งต้องดูอายุด้วย ว่าลูกมีความพร้อมแล้วหรือยัง บางครั้งถ้ายังเด็กเกินไป ความรับผิดชอบที่คาดหวังให้มีเขาก็ยังมีไม่ได้หรอกค่ะ แต่ถ้าหากอยากฝึกก็อาจเลือกสัตว์ให้เหมาะกับวัยของลูกก็ได้

  • จะเลี้ยงอะไรต้องศึกษา
    ก่อนจะเลี้ยงสัตว์ชนิดใดต้องมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์ที่จะเลี้ยงก่อนนะคะ ต้องทำความเขาใจว่า สัตว์ชนิดที่นำมาเลี้ยงมีนิสัยอย่างไร กินอะไร อยู่อย่างไร เพื่อให้จัดหาให้กับสัตว์ได้เหมาะสม พื้นที่ในบ้านเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ชนิดนั้นไหม ซึ่งพ่อแม่ต้องช่วยหาความรู้ด้วย จะหวังว่าลูกจะมีความรู้อย่างเดียวไม่ได้ค่ะ พ่อแม่ต้องรู้ก่อน แล้วคอยชี้แนะ คงไม่เหมาะนักที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกอย่างเดียว

  • สอนให้แบ่งเวลา
    การเลี้ยงสัตว์สักตัวถือเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งเลยนะคะ มีภาระมากมาย ตั้งแต่ให้อาหาร ล้างกรง ล้างตู้ อาบน้ำ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยลูกให้รู้จักแบ่งเวลาให้เป็น ต้องมีเวลาส่วนหนึ่งที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแล แบ่งเวลาให้กับการเรียนและกิจกรรมอื่นๆ ด้วย

ให้ลูกเลี้ยงสัตว์เมื่อไรดี

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเลี้ยงสัตว์ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรทำความเข้าใจลูกก่อนนะคะ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร แนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตก่อนว่า ลูกมีความพร้อมในด้านความรับผิดชอบแล้วหรือยัง มีความสนอกสนใจสิ่งอื่นแล้วหรือยัง สามารถทำอะไรได้บ้างแล้ว ซึ่งโดยทั่วไป เด็กควรจะมีอายุ 5 ขวบขึ้นไปจึงจะสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดี ส่วนเด็กเล็กอาจยังรับผิดชอบอะไรไม่ได้มากนัก ก็อาจมอบหมายหน้าที่ง่ายๆ ให้เขาทำไปก่อน


สัตว์ที่เหมาะกับเด็ก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร แนะนำวิธีการเลือกสัตว์ว่า “การเลือกสัตว์ที่เหมาะกับเด็ก ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กด้วย ถ้าเป็นเด็กเล็กมากๆ อาจให้เลี้ยงสัตว์ที่ไม่ต้องสัมผัส เพราะภูมิต้านทานยังมีน้อย และไม่ควรเป็นสัตว์ที่ต้องรับผิดชอบมาก เช่น การเลี้ยงปลา โดยคุณอาจมอบหมายให้เขาเป็นผู้ให้อาหารก็ได้ ยังไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบล้างตู้ปลา หรือ ทำความสะอาดอะไรมาก งานนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองไปก่อน เมื่อเด็กโตขึ้นก็ค่อยเพิ่มความรับผิดชอบให้เขา และไม่ควรเลือกสัตว์ที่ต้องการการดูแลมาก บางครั้งแม้แต่ปลาก็ยังต้องการการดูแลมากเป็นบางชนิด ต้องเลือกชนิดที่ทนทานหน่อย เพราะเด็กยังไม่มีความสามารถในการดูแลมากนัก ปลาที่ทนทานก็เช่น ปลาสอด สีดำ สีแดง ดูเพลิดเพลิน พวกนี้จะดูแลง่ายหน่อย ถ้าเป็นแมว สุนัข ก็ต้องดูว่าลูกเป็นภูมิแพ้หรือไม่ เลือกสุนัขที่เป็นเพื่อนเล่นกับเด็กได้ เช่น โกลเดนท์ ลาบาดอร์ หรือแม้แต่สุนัขพันธ์ทางที่เราคัดแล้ว ก็สามารถนำมาเลี้ยงอยู่กับเด็กได้ อย่างเดียวที่ควรหลีกเลี่ยงคือ สุนัขที่ต้องการการทะนุถนอม ที่ต้องเอาใจใส่ฟูมฟักเป็นพิเศษ รวมไปถึงสุนัขที่มีไว้อารักขาเพราะมันจะมีความดุอยู่ในตัว เช่น โดเวอร์แมน

นอกจากนี้ ถ้าเลือกแมวก็ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะแมวเป็นสัตว์ที่อารมณ์ไม่ค่อยคงที่ อาจดุง่าย โมโหง่าย เด็กอาจจะเข้าใจอารมณ์ของแมวได้ยาก ขนของแมวก็อาจเป็นอันตรายได้ถ้าเข้าจมูกหรือเด็กแพ้ สัตว์แต่ละชนิดก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะฉะนั้นก่อนจะเลือกสัตว์เลี้ยงใดก็ตามจะต้องศึกษาก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยพิจารณาถึงความเหมาะสมในด้านอื่นๆ”


เลี้ยงสัตว์...ต้องระวัง

ถึงแม้ว่าการเลี้ยงสัตว์จะเอื้อผลดีกับเจ้าตัวเล็กของคุณแม่ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางประการที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ
  • รักได้ ...แต่อย่ามาก
    บางครอบครัวอนุญาตให้ลูกนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในห้องนอนได้ พวกฝุ่น ขนสัตว์ อาจเป็นอันตรายได้นะคะ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เฉพาะห้องนอนหรอกค่ะที่จะมีฝุ่นหรือขนสัตว์อยู่ ดังนั้นก่อนที่จะเลี้ยงสัตว์ต้องดูก่อนว่าลูกแพ้หรือเปล่า เพราะอาจจะเป็นภูมิแพ้ หรือเป็นโรคบางอย่างได้ ก็อาจให้เล่นอยู่นอกบ้าน ไม่นำเข้าบ้าน และไม่ให้ใกล้ชิดมากเกินไปค่ะ

  • อันตรายเกิดได้
    สัตว์ก็ยังคงเป็นสัตว์นะคะ มันไม่รู้หรอกว่าการกระทำอย่างใดทำได้หรือไม่ได้ สัตว์ยังคงมีสัญชาตญาณของสัตว์ บางครั้งลูกอาจเผลอไปทำให้มันเจ็บโดยไม่รู้ตัว เจ้าสัตว์ตัวนั้นก็อาจกัด หรือข่วนลูกได้ เพราะมันก็ต้องป้องกันตัวของมัน ดังนั้นควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิด และสอนลูกเสมอว่าการกระทำแบบใดที่อาจเกิดอันตรายกับลูกได้ เพื่อเขาจะได้เข้าใจและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเป็นอันตรายค่ะ

อยากเลี้ยง แต่ไม่ช่วยดูแล

ถ้าสมมติว่าคุณแม่ซื้อสัตว์เลี้ยงให้เจ้าตัวเล็กแล้วปรากฏว่าแรกๆ ก็มาช่วยดูแลเอาใจใส่ดีอยู่หรอก ช่วยเล่นช่วยเลี้ยง แต่พอนานไป กลายเป็นเจ้าตัวเล็กช่วยเล่น แต่ไม่ช่วยเลี้ยง ภาระทั้งหมดตกเป็นของคุณแม่อีกแล้ว จะทำยังไงดีนะ คราวนี้

ก็คงมีทางเลือก 2 ทางค่ะ ทางแรกคุณแม่อาจจะต้องเลี้ยงต่อไป ปล่อยให้ลูกเป็นฝ่ายเล่นอย่างเดียว กับทางที่สองคือ ค่อยๆ สอนให้เจ้าตัวเล็กตระหนักในความรับผิดชอบดูบ้าง ถ้าเคยตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนนำเจ้าสัตว์ตัวนี้มาเลี้ยงแล้วล่ะก็ ต้องย้อนกลับมาทบทวนพูดกันด้วยเหตุผลแล้วล่ะค่ะ แต่ถ้ายังไม่เคยตกลงกันไว้ คุณแม่อาจต้องหาวิธีพูดให้เจ้าตัวเล็กเข้าใจว่าสัตว์เลี้ยงก็เป็นของเขาเหมือนกัน มอบหมายหน้าที่ประจำให้เลย หรือตั้งเงื่อนไขกับลูกว่า ถ้าลูกยังไม่สามารถดูแลเจ้าสัตว์นี้ได้ก็อาจจะต้องนำไปให้คนอื่นเลี้ยง เพราะเขาคงจะดูแลดีกว่าเราแน่ๆ ถ้าเจ้าตัวเล็กไม่ยอมให้นำไปให้คนอื่น นั่นก็แสดงว่าเขารักและหวงสัตว์น้อยตัวนั้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าเขาสามารถดูแลเจ้าสัตว์ตัวนี้ด้วยความรับผิดชอบได้ค่ะ

สัตว์เลี้ยง เป็นเพื่อนกับเด็ก ผูกพันกับเด็กอย่างแนบแน่น ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือในนิทาน บางทีคุณแม่อาจหาสัตว์เลี้ยงสักตัวไว้เป็นเพื่อนเล่นของเจ้าตัวเล็ก ให้เจ้าสัตว์ตัวน้อยเป็นผู้สอนให้เขามีความรับผิดชอบ เมตตากรุณา และเอื้อเฟื้อต่อสิ่งมีชีวิต และสร้างความละเอียดอ่อนในหัวใจดวงน้อยให้เติบโตอย่างอ่อนโยน


(update 2 ธันวาคม 2004)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 กรกฎาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600