การเลี้ยงลูกสมัยนี้ ห่างไกลจากมือของคุณย่าคุณยายมากขึ้นทุกที ทั้งที่สมัยก่อนคุณย่าคุณยายนั่นแหละ
ที่เป็นพี่เลี้ยงมือหนึ่ง เรามาย้อนอดีตกันดูดีไหมว่า เคล็ดลับการเลี้ยงเจ้าหนูสมัยก่อนโน้นมีเรื่องราวดีๆ
อะไรกันบ้าง
ส่งอึ ส่งฉี่...
แค่ชื่อก็ฟังดูแปลกแล้วสิคะ สมัยนี้คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ใส่ใจกับการหัดให้ลูกอึ ฉี่เท่าใด
เพราะมีผู้ช่วยเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปนั่นเอง แต่สมัยก่อนนั้นเขามีวิธีการฝึกให้ลูกอึ ฉี่
เป็นเวลาด้วยการส่งอึและส่งฉี่
วิธีการ ตื่นมาตอนเช้า คุณแม่จะอุ้มลูกไปฉี่ในห้องน้ำ พร้อมส่งเสียงฉี่ๆๆ
ถ้าลูกไม่ฉี่ก็รออีก 10-15 นาที แล้วพามาทำใหม่ ถ้าสังเกตว่าลูกปวดอึก็บอกว่า อึๆๆ ร่วมด้วยก็ได้
ถ้าลูกนั่งได้ให้พาไปอึหรือฉี่ในกระโถน (ถ้าให้ลูกเลือกกระโถนเองจะดีมาก) ชมเชยลูกหน่อย
ถ้าลูกอึหรือฉี่เป็นเวลาสามารถทำได้ทุกวัน ทุกเวลาที่เขาปวดฉี่
คุณหมอเขาว่า ถ้าเด็กไม่มีการต่อต้านเวลาส่งฉี่
ก็จะประหยัดผ้าอ้อมสำเร็จรูปไปได้มากทีเดียว หลักสำคัญการฝึกอึฝึกฉี่ คือต้องใจเย็นและทำอย่างสนุกสนาน
หรือมีตัวอย่างให้ลูกเลียนแบบบ้างก็ดี ที่สำคัญคือ อย่าคาดหวังมาก ลูกทำได้ควรชม
แต่ถ้าไม่ได้อย่าไปดุเพราะเราจะสามารถคาดหวังว่า ลูกจะทำการอึและฉี่ด้วยตนเองได้
เมื่อลูกอายุประมาณสองถึงสามขวบ
ทามหาหิงค์...
พ่อแม่ยุคใหม่อาจเวียนหัวกับกลิ่นของมหาหิงค์กันใช่ไหมคะ แต่สมัยก่อนมหาหิงค์นับเป็นผู้ช่วยมือเอกทีเดียวค่ะ
เพราะว่ากันว่า สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อของลูกได้ชะงัด
วิธีการ ชุบมหาหิงค์บนสำลีพอชุ่มทาวนรอบสะดือเด็ก หลัง มือ และเท้า
นิยมทาหลังอาบน้ำใหม่ๆ แต่ถ้าเด็กร้องงอแงเพราะปวดท้องก็ทาซ้ำได้อีก
คุณหมอเขาว่า สำหรับมหาหิงค์นั้นมีการใช้มานานแล้วค่ะ
ซึ่งทางการแพทย์ยังไม่มีผลการวิจัยแน่ชัด แต่สมุนไพรที่เป็นส่วนผสมนั้น
เชื่อว่าจะทำให้เด็กลดอาการปวดท้องลงอย่างได้ผล ไม่อย่างนั้นคงไม่ใช้กันมานานแบบนี้หรอกจริงไหมคะ
ร้องเพลงกล่อมลูก...
โอ้...ละเห่ แม่นกกาเหว่าเอย... คุ้นกันดีใช่ไหมล่ะสำหรับเพลงกล่อมลูกเพลงนี้ แต่ถ้าให้ร้องกล่อมลูกล่ะก็
คุณพ่อคุณแม่ยุคปัจจุบันอาจจะร้องไม่เป็น แต่สมัยก่อนนั้นเสียงเพลงกล่อมลูกจะร้องกันเป็นเรื่องเป็นราวคล้ายๆ
กับนิทานก่อนนอน เด็กนอกจากจะรู้สึกผ่อนคลายแล้วยังนอนหลับฝันดีด้วยค่ะ
คุณหมอเขาว่า จริงแท้ที่สุดค่ะ
ระหว่างกล่อมลูกแม่ยังสามารถถ่ายทอดความรักจากแม่สู่ลูก เด็กรู้สึกอบอุ่น
เพราะได้ความรักจากแม่อย่างเต็มที่ค่ะ
ยาเขียว แก้อีสุกอีใส...
เมื่อถึงเวลาที่โรคอีสุกอีใสมาเยือน เด็กเล็กจะมีไข้แถมด้วย มีเม็ดพุพองขึ้นเต็มตัวไปหมดค่ะ
คุณย่าคุณยายเราก็มีผู้ช่วยเด็ดเป็น ยาเขียว นั่นเอง นำมาชงดื่มแก้ไข้ตัวร้อนได้
แถมยังนำมาละลายน้ำลูบตามเนื้อตัวเพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็นได้อีกด้วยนะคะ
อ้อ...มีเคล็ดลับอีกนิดว่าลองนำใบมะลิมาขยำให้แหลกจากนั้นค่อยนำมาพอกดูสิคะ
ร่องรอยแผลต่างๆ จะหายเร็วขึ้นค่ะ
หย่านม...
อ๊ะ อ๊ะ ไม่ใช่หย่าร้างนะคะ แต่เป็นการทำให้เด็กเลิกดูดนมค่ะ สมัยก่อนนั้นจะตัดบอระเพ็ดมาทาบริเวณจุกนม
หรือหัวนมของแม่ เมื่อลูกมาดูดเข้าก็จะสัมผัสกับรสขมของบอระเพ็ด แล้วเขาจะเข็ดและเลิกดูดนมไปเลย
(ฟังดูโหดแต่ได้ผลชะงัด)
คุณหมอเขาว่า การหย่านมเด็กมีหลายวิธีค่ะ
ซึ่งการใช้บอระเพ็ดนั้นก็เป็นวิธีหนึ่งและได้ผลในเด็กบางรายเท่านั้น
ซึ่งความขมของบอระเพ็ดไม่ได้มีโทษอะไรแต่ยังมีวิธีอื่นๆ ที่น่าจะดีกว่า เช่น การค่อยๆ ลดจำนวนนมลง
หรือเอาขวดนมไปซ่อน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ค่ะว่าจะใช้วิธีไหนให้เหมาะสมกับอุปนิสัยของลูก
กวาดลิ้น กวาดคอ...
เวลาเด็กเล็กมีอาการไอ เจ็บคอ กินข้าวไม่ได้ คุณย่าคุณยายจะพาไปกวาดคอค่ะ โดยจะใช้ยาไทย
อย่างยาเม็ดตราใบโพธิ์มาผสมกับเกลือและน้ำมะนาวผ่าซีกบางๆ สมัยก่อนจะนำไปบี้กับฝาหม้อดิน
แต่ปัจจุบันบดในที่บดยาก็ได้ค่ะ จากนั้นเอานิ้วชี้ป้ายยาแล้วนำไปกวาดลิ้นและภายในคอของเด็ก ตัวยา
น้ำมะนาวและเกลือจะช่วยขับเสมหะและทำให้เด็กคอชุ่มชื่น ไม่ไอและเจ็บคออีกค่ะ
คุณหมอเขาว่า ยาสมุนไพรไทยมีประโยชน์มากค่ะ
แต่สำหรับวิธีนี้นั้นหมอขอแนะนำว่า นิ้วที่จะไปกวาดคอเด็กจะต้องสะอาดและยาที่จะนำไปกวาดคอเด็ก
ควรได้รับการรับรองจากแพทย์หรือกระทรวงสาธารณสุขก่อนนะคะ
น้ำนมแม่หยอดตาแก้ตาแฉะ ...
น้ำนมแม่นี้มีคุณประโยชน์นานาประการจริงๆ ล่ะค่ะ เพราะนอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารมหาศาลแล้ว
คุณแม่สมัยก่อนยังนำน้ำนมแม่ไปหยอดตาลูกเวลาที่ลูกตาแฉะ หรือมีขี้ตามากได้ด้วยค่ะ
คุณหมอเขาว่า น้ำนมของแม่จะมีสารต่อต้านเชื้อโรคได้ค่ะ
และยังมีคุณสมบัติเป็นน้ำซึ่งจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกจากตาของลูกได้ แต่ผลรักษายืนยัน 100% ยังไม่มีนะคะ
ทางที่ดีคุณแม่ควรใช้ยาหยอดตาของหมอเป็นการดีที่สุดค่ะ
ว่ากันว่าการเลี้ยงลูกนั้นขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณของคุณแม่เป็นหลัก ซึ่งวิธีการหรือตำราใดๆ
คงไม่สำคัญไปกว่าการดูแลและสังเกตพฤติกรรมลูกอย่างใกล้ชิดจากคนเป็นแม่นะคะ
คุณแม่ท่านใดที่มีประสบการณ์การเลี้ยงลูกแบบโบร่ำโบราณและได้ผลดีสามารถเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ
เผื่อว่าวิธีของคุณจะเป็นประโยชน์กับคุณแม่ท่านอื่นๆ ค่ะ
(update 12 พฤศจิกายน 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 102 เมษายน 2547 ]
|