ตอนนี้มีกระแสตื่นตัวมากว่ามนุษย์อาจมีอายุถึง 100 ปี ยังไม่พอ บางท่านว่าถึง 120 ปีได้
สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ตจึงให้ข้อมูลว่าทำอย่างไร
มนุษย์จะอายุยืนถึงขนาดนั้น ซึ่งก็คงเป็นกระแสตะวันตกคือ ต่อสู้กับสัจธรรมของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย
ซึ่งเราคุ้นเคยกันดีในวัฒนธรรมตะวันออก
ดังที่เราเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟังถึงสมัยก่อนนี้ อย่างคุณยายทวดของหมอเองท่านเป็นชาวชุมพร
ปฏิบัติสมาธิและเจริญในธรรมจนท่านกำหนดได้ว่าท่านจะจากไปในวันใด ท่านให้ลูกหลานนำธูปเทียนมาขอขมา
และให้นิมนต์พระมาสวดมนต์ และท่านก็จากไปอย่างสงบที่บ้านของท่านเมื่อ 60 ปี ก่อนนี้
ปกติท่านเป็นที่เคารพของชาวบ้านคอยช่วยเหลือลูกหลานของทุกๆ บ้านยามเจ็บไข้ได้ป่วยอายุยืน
และทำงานดูแลบ้านเองตลอด โดยไม่ได้กินวิตามินเสริมหรืออาหารเสริมมากมายเหมือนสมัยนี้
ส่วนฝรั่งก็ตื่นตัวมาก ใครเขียนหนังสือเกี่ยวกับอายุยืนหรือมีสูตรลับ
เคล็ดลับอายุวัฒนะประเภทอมตะไม่ตายง่ายๆ จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
พอดีหมอได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งดังมากๆ ชื่อ THE LONGEVITY STRATEGY :
HOW TO LIVE TO 100, USING THE BRAIN BODY CONNECTION เป็นเบสต์เซลเลอร์ทีเดียว
เขียนโดย DAVID MAHONEY ซึ่งค้นคว้าวิจัยทางสมองและร่างกายมาก อ่านแล้วก็ได้ความรู้สึกดี
นึกใจในว่า โอ้โฮ เขามีการวางแผนกลยุทธ์ให้ผู้ใหญ่อายุตั้ง 100 ปี ตั้งเป้าไว้เลย
แล้วพวกเราผู้ดูแลเด็กจะไม่มีการตั้งเป้าปักธงอะไรกับเขาเลยหรือ
ในเมื่อทุกอย่างตั้งต้นจากเด็กเป็นเสาหลัก ถ้าเด็กมีสุขภาพไม่ดี มี lifestyle ที่ไม่เหมาะสม สิ่งแวดล้อมไม่ดี
การเลี้ยงดูไม่ดี เสาหลักผุกร่อนจะไปอยู่ถึง 100 ปีไหวหรือ แค่ 50 ก็จอดแล้ว
ยังมีหนังสืออีกหลายๆ เล่มที่ขายดีระดับโลกเช่นกัน LIVE NOW AGE LATER :
PROVEN WAYS TO SLOW DOWN THE CLOCK ส่วนหนังสือไทยเราก็ออกมามากมาย
หลายกระแสล้วนแต่แนะนำผู้ใหญ่และผู้สูงอายุในอายุยืนมากๆ แถมการวิจัยเรื่อง HUMAN GENOME PROJECT
สำเร็จเร็วขึ้นเท่าไร มนุษย์จะรู้ยีนส์ในตัวเองว่ามีโรคอะไรซ่อนอยู่รับยีนก่อโรคอะไรจากพ่อแม่
และบรรพบุรุษก็จะรีบแก้ไขซ่อมแซม นี่คือการเจริญด้านวิทยาศาสตร์ ทางไบโอเทคโนโลยีอีกหน่อยการเปลี่ยนไต
ตับ หัวใจ อาจไม่ต้องรออวัยวะบริจาคจากมนุษย์ เราอาจใช้ขบวนการทางวิทยาศาสตร์สร้างขึ้นมา
เช่น ตอนนี้สร้างหูมนุษย์เกาะติดตัวหนูได้แล้ว ถ้าอยากเป็นอมตะในอนาคนอาจจะทำ Cloning ตัวเองเอาไว้ ฯลฯ
นั่นคือความก้าวหน้าของกระแสตะวันตก แต่บ้านเราก็ทันสมัยวิ่งตามเขาไม่ยอมพลาด
ปัจจุบันการผ่าตัดหัวใจเป็นของปกติธรรมดา ได้ยินคนโน้นคนนี้เข้าซ่อมสุขภาพกลับมาเป็นคนละคน
สมัยก่อนพวกหัวใจขาดเลือดจะตายกันตั้งแต่อายุ 40-50-60 ปี ตายไปก็คิดว่าสัจธรรม
ถึงเวลาต้องกลับบ้านเก่า แต่พอมีความก้าวหน้าทางการแพทย์ มนุษย์ทุกคนย่อมใฝ่หาและพากันอยากอายุยืน
ที่กล่าวนี้คือผู้ที่มีทรัพย์พอจะเสียค่ารักษาพยาบาล แต่คนทั่วไปยังไม่มีโอกาสเช่นนี้
ความจริงโรคภัยไข้เจ็บทั้งมวลที่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุทุกข์ทรมานนี้ ส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานมาจากวัยเด็ก
ถ้ามีการเตรียมการณ์ไว้ดี เหมือนการวางแผนกลยุทธ์ STRATEGIC PLANNING ให้อายุยืน
นั่นคือต้องวางแผนตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ว่าทำอย่างไรให้ลูกเราแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
หรือเป็นก็แต่พอควร ดูแลตนเองได้ เพราะไม่มีใครรอดพ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่แล้ว
ชีวิตเริ่มในครรภ์มารดา 40 สัปดาห์ ขณะตั้งครรภ์นั้นสิ่งที่แม่ได้รับจะถ่ายทอดสู่เด็ก
แม่จึงต้องระวังอาหาร ถ้าแม่เป็นภูมิแพ้ ควรเลี่ยงอาหารทะเล ถ้าแพ้นมวัวก็เลี่ยงไปกินนมถั่วเหลือง
ถ้าพ่อสูบบุหรี่ควรงดเลยค่ะเพราะควันบุหรี่ที่พ่อสูบ แม่จะได้รับและลูกจะได้เช่นกัน
ยิ่งแม่สูบก็หายห่วงเลย ลูกได้รับและมีการวิจัยเจาะน้ำคร่ำของแม่ตั้งครรภ์มาตรวจพบว่า
มีนิโคตินในน้ำคร่ำที่พ่อแม่สูบบุหรี่ ซึ่งจะมีผลต่อลูกทำให้มีน้ำหนักตัวน้อย
มีโอกาสเสี่ยงต่อมะเร็งตอนเขาโตขึ้น และมีผลต่อหลอดเลือดและหัวใจของลูกด้วย
สารและโลหะหนักมีผลต่อสมองเด็ก โดยเฉพาะสารตะกั่ว แม่ตั้งท้องควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด
ถนนใดมีการจราจรคับคั่ง ฝุ่นมาก มีการก่อสร้าง ควรหลีกเลี่ยง อาหารการกินก็กินอาหารไทยๆ นี่แหละ
อย่าลืมผักผลไม้มีวิตามินมาก โดยเฉพาะโฟเลตมีในผักคะน้าและผักอื่นๆ ช่วยการเจริญของสมอง
บางคนพูดว่าตอนสวมแหวนหมั้นก็กินผักไว้เยอะๆ ตุนวิตามิน พอท้องก็จะมีให้ลูก
ส่วนพ่อก็อย่าซุกซนเอาโรคทางเพศสัมพันธ์มาให้แม่เพราะไม่ว่าจะเป็นซิฟิลิสหรือเอดส์
(ตอนนี้เอดส์ดังกว่า) มีผลต่อลูกชัวร์เลย สิ่งเสพติดอื่นต้องหลีกเลี่ยงหมด เหล้าและแอลกอฮอล์ทุกชนิด
เช่น ไวน์และยาดองต่างๆ ก็มีผลต่อเด็ก แม่ติดเหล้าทำให้สมองส่วนหน้าไม่พัฒนา เด็กปัญญาอ่อน
สภาพจิตใจของแม่ก็สำคัญ คิดแต่สิ่งดีงาม ถ้ารักษาศีลได้ดีที่สุด เมื่อแม่มีอารมณ์เครียดจะส่งผ่านให้ลูกอยู่ไม่สุขสบาย
เครียดมากๆ สารคอร์ติซอลผ่านสู่ลูกอาจมีผลต่อการพัฒนาสมองส่วนนอกที่เราเรียกว่า CORTEX ได้
การไปฝากครรภ์นั้น แพทย์จะตรวจเช็กสุขภาพทั้งความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคเอดส์ ฯลฯ
ดีมากๆ เพราะถ้าตรวจพบจะรีบให้การรักษา การฝากครรภ์และการคลอดจึงมีความสำคัญมาก
หลังคลอด สายสัมพันธ์แม่ลูกเริ่มจากการให้นมแม่ การได้กอดจูบลูบไล้ตามร่างกายลูก
กระตุ้นการพัฒนาสมองและทำให้อารมณ์ชื่นบานทั้งแม่ทั้งลูก ดังนั้นการเรียกร้องลาพักคลอด 90 วัน
สำคัญมากในการพัฒนาเด็ก บางรายได้แค่เดือนเดียว บางโรงงานหาคนอื่นมาทำแทน
ตอนแม่ครบลาคลอดก็เกือบตกงาน ฯลฯ ใน 90 วันนี้เป็นนาทีทองของการพัฒนาสมอง ร่างกาย
และสวัสดิภาพของลูก พ้นจากนั้นแล้วผู้ดูแลเด็กมีเด็กมีความสำคัญมาก
ถ้าทุกโรงงานและสถานที่ราชการหรือเอกชน มีเนิร์สเซอรี่ให้หญิงแม่ลูกอ่อนนำลูกไปด้วย
มีหน่วยงานทำหน้าที่รับดูแล และแม่สามารถแวะมาให้นมลูกได้ ลูกจะพัฒนาดีมากๆ ค่ะ
แรกเกิดถึง 4 ปีแรก คือนาทีทองในการพัฒนาลูก ทั้งทางสมอง ไอคิว อีคิว เอ็มคิว เอสคิว
และคิวอื่นๆ รวมถึงการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นคนดีจะได้จากพ่อแม่มากที่สุด
การสอนในโรงเรียนไม่สามารถจะมาทดแทนพ่อแม่ได้ จึงอย่าพยายามผลักดันลูกไปโรงเรียน
เพื่อพ้นภาระความรับผิดชอบ เพราะหน้าที่พ่อแม่มีตลอดชีวิตจนกว่าจะตายจากกันไป
สะสมคลั่งที่ดีงามให้แก่ลูก ส่วนมากพ่อแม่มักนึกถึงเงินฝาก เงินออมเพื่อการศึกษาของลูก
แท้จริงคลังในที่นี้มีทั้งเห็นด้วยตาและไม่สามารถเห็นด้วยตา มีทั้งรูปธรรมและนามธรรม
ตัวอย่างเช่น คลังความแข็งแรงของกระดูก เราเรียกว่า BONE BANK ที่จะสะสมจนเป็นผู้ใหญ่และแก่เฒ่า
อายุยืน 100 ปี จึงมาจากคลังของเด็ก ถ้ารู้จักให้อาหารลูกเหมาะสม ให้มีการออกกำลังกาย
แคลเซียมจะสะสมในกระดูกช่วยการเจริญเติบโตทุกระยะ ซึ่งเด็กจะสูงเร็วมากช่วง 2 ปีแรก
4 ปีเริ่มสูงไม่เร็วนัก แต่ก่อนเข้าวัยรุ่นเด็กจะสูงเร็วมาก
ช่วงวัยรุ่นตั้งแต่ 12-21 ปี เป็นเวลานานถึง 9 ปีที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย
ร่างกายต้องการอาหาร แร่ธาตุ และการออกกำลังกายจึงจะมีคลังแคลเซียมเพียงพอ
มีการวิจัยแยกกลุ่มเด็กกินอาหารธรรมดาไม่ออกกำลังกาย กับเด็กอีกกลุ่มกินอาหารมีประโยชน์
ร่วมกับการออกกำลังกาย พบความหนาแน่นของกระดูกดีในกลุ่มหลังที่มีการออกกำลังกายด้วย
ซึ่งคลังกระดูกนี้จะช่วยป้องกันโรคกระดูกผุ และหักง่ายในวัยทองทั้งชายและหญิง
เดี๋ยวนี้คนไทยกระดูกหักง่าย บางทีอายุแค่ 30-40 ปียังไม่ถึงวัยทอง
เดินสะดุดขาตัวเองล้มลงหัก 2 ข้างเลย ทั้งนี้เพราะวิถีชีวิตไทยอยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่ตากแดด นั่งโต๊ะ
ไม่เดินออกกำลังกันเลย การสังเคราะห์วิตามินดีที่ต้องการแสงแดดในการออกฤทธิ์ก็มีน้อย
คนไทยสมัยนี้จึงกระดูกเปราะหักง่ายกว่ายุคสมัยที่เราทำเกษตรกรรม กสิกรรมอย่างสมัยก่อน
ป้องกันโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง เริ่มจากวัยเด็ก
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ มีส่วนของพันธุกรรมกำหนด ข้อนี้แน่นอน
ถ้าปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ญาติโยมของเราเป็นโรคนี้ ตัวเราและลูกเรามีส่วนจะถ่ายทอดพันธุกรรม
ทั้งนี้ไม่นับเขยและสะใภ้ซึ่งเขาก็คงรับพันธุกรรม โรคอะไรมาบ้างเพื่อถ่ายทอดสู่หลานของเรา
ดังนั้นแม้ว่าเลือกคู่ได้ก็จงเลือกคู่ที่มีประวัติโรคน้อยๆ หน่อย ประเภทไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
ถ้าโรคมากทั้งสามีภรรยา เตรียมเงินทุนไว้เยอะๆ เพราะบั้นปลายชีวิตท่านจะอยู่ในไอ.ซี.ยู.
หรือรักษาด้วยคีโม หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ เงินที่สะสมไว้อาจจะร้อยละ 70-80 ที่หมดไปกับการนี้
โรคเรื้อรังทั้งหลายนี้ยังรวมถึงโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคไต โรคตับบางชนิด
และโรคทาง GENETIC เกี่ยวกับการพัฒนาการล่าช้า และปัญญาอ่อน ซึ่งถ้าเราดูแลเด็กอย่างถูกต้อง
แนะนำวิถีชีวิตและพฤติกรรมการกิน การดำรงชีวิต การศึกษา และสำคัญที่สุดคือให้ปัญญากับเด็ก
เด็กอาจจะพ้นจากการเป็นโรคที่ถ่ายทอดมา หรือยืดระยะเวลาการปลอดโรคได้นาน
ตัวอย่างชัดเจนคือ โรคเบาหวานซึ่งเพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก จนมีการเตือนจากองค์การระดับโลกว่าจะเกิด
EPIDEMIC OF DIABETES ใน ค.ศ. 2000 เป็นต้นไป เป็นโรคระบาดที่น่ากลัวกว่าเอดส์ด้วยซ้ำ
เพราะเรื้อรัง นำมาซึ่งความพิการทั้ง ตาบอด ไตวาย หัวใจวาย ต้องตัดขา ฯลฯ ถ้าดูแลไม่ดี
มูลค่าการรักษาที่เราต้องสูญเสียไปกับเบาหวานมากกว่าหลายๆ โรค เพราะประชากรเบาหวานจะมากขึ้น
โดยเฉพาะแถบประเทศเอเชียตะวันออเฉียงใต้นี้
ดังนั้น ถ้าเราสอนลูกให้รู้จักกินอย่างมีสติ มีความพอประมาณในการกิน
รู้จักแบ่งเวลาออกกำลังกาย และทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แทนการนั่งนอนดูทีวี
ขี้เกียจช่วยงานบ้านจนเคยชินนิสัยนี้ไปจนโต ลูกของเราก็จะมีแนวโน้มเป็นเบาหวานน้อยลง
เพราะการกินมากและไม่ออกกำลังกายจะเกิดความอ้วนและนำไปสู่เบาหวานง่ายขึ้น
จะเห็นว่าการที่ผู้ใหญ่จะอายุยืนถึง 100 ปี ถ้าไม่ปูพื้นฐานการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมกับธรรมชาติ
เขาจะพบกับโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง ทำให้คุณภาพชีวิตบั้นปลายไปไม่ถึงดวงดาว
จึงควรรณรงค์ปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กจะดีกว่าค่ะ
(update 31 มีนาคม 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 243 เมษายน 2546 ]
|