เด็กอ้วน ปัญหาของใคร

เมืองไทยวันนี้มีปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องแก้อยู่เยอะแยะ ในที่นี้จะไม่ขอพูดถึงปัญหาทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ เพราะไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จะขอพูดถึงปัญหาด้านสุขภาพอย่างเดียวเท่านั้น

เรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนจะยังเถียงกันไม่เลิก คือปัญหาของเด็กอ้วน ซึ่งประเทศไทยในอดีตที่เคยมีแต่เด็กผอมโกรกเพราะขาดโปรตีนและพลังงานอยู่เต็มประเทศ วันนี้กลับกลายเป็นว่าสังคมของเรากำลังเผชิญปัญหาของเด็กอ้วน กล่าวกันว่าในบรรดาประเทศชายขอบมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งหลาย ประเทศไทยกำลังเจอกับปัญหาเด็กอ้วนรวดเร็วที่สุด

คำว่าเร็วที่สุดนั้นไม่ได้หมายความว่ามากที่สุดนะครับ ประเทศออสเตรเลียมีปัญหาเด็กอ้วนมากพอๆ กับสังคมอเมริกันและมีมากกว่าสังคมไทย โดยมีเด็กอ้วนอยู่ในสังคมประมาณ 40% หรือเกือบครึ่งหนึ่ง ส่วนสังคมอเมริกันนั้นไม่ต้องไปพูดถึง เพราะตัวเลขเลย 50% ไปนานแล้ว

เด็กไทยที่มีปัญหาโรคอ้วนนั้นมีไม่ถึงครึ่ง โดยมีประมาณ 25% เท่านั้น แต่ปัญหาที่พบก็คือ อัตราการเกิดเด็กอ้วนในสังคมไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วจนน่าวิตก เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เด็กไทยยังผอมโกรกกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ ปรากฏว่าสัดส่วนเด็กไทยที่เป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นเร็วมาก จนกลายเป็นว่าสัดส่วนของเด็กไทยที่อ้วนขึ้น เกิดขึ้นเร็วที่สุด
เร็วกว่าเด็กจีน อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม หรือแม้กระทั่งเร็วกว่าที่นิวซีแลนด์และออสเตรเลียเสียด้วยซ้ำ

เมื่อเด็กเป็นโรคอ้วนก็พอจะมองออกว่าสังคมไทยในอนาคตจะเต็มไปด้วยคนขี้โรค ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคเก๊าต์ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันสูงในเลือด รวมไปถึงโรคมะเร็ง

นอกจากจะเต็มไปด้วยคนขี้โรคแล้วยังเจอปัญหาคนเป็นโรคก่อนเวลาอันควร แต่เดิมนั้นกว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน อาจจะมีอายุล่วง 50 ปีเข้าไปแล้ว จะเรียกว่าโรคที่เกิดในผู้ใหญ่ก็ไม่น่าจะผิด แต่ความที่คนเราเริ่มเป็นโรคอ้วนกันตั้งแต่เด็ก โรคร้ายเหล่านี้จึงเข้ามาหาเราก่อนเวลา คนจำนวนไม่น้อยเกิดโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 เสียด้วยซ้ำ

ประชากรไทยในอนาคตกำลังจะเป็นประชากรขี้โรค รัฐแทนที่จะมีรายได้จากภาษีของคนกลุ่มนี้ เพื่อนำมาบำรุงสังคมกลับกลายเป็นว่ารัฐต้องหาเงินภาษีมาดูแลคนกลุ่มนี้ สาเหตุก็คือ ร่างกายของคนกลุ่มนี้เสื่อมประสิทธิภาพ ไม่สามารถทำงานหาเงินจ่ายภาษีให้กับรัฐได้ดังที่เคยคาดหวังกันไว้

หากไม่เร่งแก้ปัญหาเด็กอ้วน ต่อไปประเทศไทยก็ต้องเจอปัญหาอย่างที่ในสังคมอเมริกันเจอ นั่นคือแต่ละปีรัฐต้องจ่ายเงินมากกว่า 9 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาเด็กอ้วน ที่ต่อมาเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ขี้โรค เงินจำนวนนี้ไม่นับรวมรายได้ที่ขาดหายไป เพราะคนเหล่านี้หาเงินจ่ายภาษีให้กับรัฐไม่ได้ตัวเลขตามที่คาดหวัง ซึ่งอาจจะเกินแสนล้านก็ได้

จากปี ค.ศ.1991 ถึงปี ค.ศ.2000 คนอเมริกันอ้วนขึ้นเพิ่มจาก 45% กลายมาเป็น 65% ทั้งๆ ที่มีการรณรงค์ลดการบริโภคไขมันกันตลอด 10 ปี สาเหตุก็คือในขณะที่รณรงค์ให้คนลดไขมัน กลับไม่ได้สอนให้คนลดการบริโภคพลังงานด้วย คนที่ลดไขมันก็พากันสวาปามน้ำตาลเข้าไปทดแทน และกินน้ำตาลกันมากกว่าเดิม ถึงวันนี้รู้กันแล้วว่าน้ำตาลสร้างปัญหาทำให้เกิดโรคอ้วนได้ง่ายกว่าไขมันเสียด้วยซ้ำ

นอกจากจะลืมรณรงค์ให้ลดพลังงานและน้ำตาลแล้ว ยังลืมแนะนำให้ออกกำลังกายด้วย ก็เพิ่งช่วงหลังนี้เองที่สังคมอเมริกันเริ่มคลั่งไคล้การออกกำลังกาย แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่ เพราะออกกำลังกายกันอย่างไม่ถูกวิธีและออกจะสายเกินไป นั่นคือ ปล่อยตัวให้อ้วนเผละกัน แล้วค่อยมาคิดถึงการออกกำลังกาย

ปัญหาเด็กไทยอ้วน ทางบ้านก็โทษทางโรงเรียน ทางโรงเรียนก็โทษทางบ้าน ทั้งทางบ้านและโรงเรียนโทษอุตสาหกรรม โทษเรื่องอาหาร จากนั้นก็โทษไปที่รัฐบาลที่ปล่อยปละละเลย ให้มีอุตสาหกรรมประเภทขนมหวานมากเกินไปในสังคม โดยกล่าวหาว่าเป็นเพราะรัฐบาล หวังแต่จะได้ภาษีมากจนเกินไป

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ออกมาโทษสื่อที่เอาแต่ลงโฆษณาอาหารที่ไม่ให้คุณค่าต่อสุขภาพเด็ก หวังแต่จะได้เงินจากการโฆษณาจนลืมนึกถึงสังคม โทษกันไปโทษกันมาจนกลายเป็นงูกินหางไปแล้ว หากจะให้ถูกต้องแล้วอย่ามัวโทษกันเองเลยครับ การแก้ปัญหาเด็กอ้วนนั้นทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน ทั้งผู้ปกครอง ครู โรงเรียน โรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงรัฐบาล

ผู้ปกครองต้องสอนให้เด็กๆ กินอาหารให้เป็นมื้อ ลดการบริโภคน้ำอัดลม ขนมหวาน ท็อฟฟี่ ลงให้ได้ อย่าส่งเสริมอาหารนอกมื้อเป็นอันขาด ครูต้องใส่ใจพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก น้ำอัดลมในโรงเรียนอย่าพยายามให้มี ในสหรัฐอเมริกานั้นเขาพบว่าน้ำอัดลมนี่แหละ คือศัตรูตัวสำคัญของเด็ก ดื่มแล้วก็ติด ดื่มได้ครั้งละมากๆ และสุดท้ายเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย

โรงงานอุตสาหกรรมต้องรู้จักพัฒนาอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ไว้บ้าง ให้มีสารอาหารที่จำเป็น ไขมันให้น้อยลง น้ำตาลลดลง ให้มีใยอาหารมากขึ้น จากนั้นจะทุ่มเงินทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ อาหารที่มีประโยชน์อย่างนี้ให้มากเท่าไหร่ก็ไม่มีใครห้าม พฤติกรรมของเด็กนั้นเขาทำอะไรมักทำตามกลุ่ม หากสร้างกระแสให้เด็กบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์ได้ก็น่าจะรีบทำ

รัฐเองก็ต้องส่งเสริมการออกกำลังกาย จัดสวนสาธารณะให้มากขึ้นเพื่อให้เด็กมีที่ทางที่จะเล่น ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย เลิกสนับสนุนสินค้าที่สร้างปัญหา หากร่วมมือกันทำได้อย่างนี้ปัญหาเด็กอ้วนก็คงแก้ได้ ใครที่คิดจะไปแก้ปัญหากันที่เด็กอย่างเดียว คงแก้ได้ยาก เพราะเด็กนั้นชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเด็ก จะให้เด็กมาร่วมคิดแก้ปัญหาร่วมกับผู้ใหญ่อย่างเรา คงไม่สำเร็จหรอกครับ


(update 26 มีนาคม 2002)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 616 วันที่ 22 - 28 มี.ค. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600