หลังจากการคลอดลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลก มีคุณแม่กลุ่มหนึ่งค่ะที่ลูกน้อยกลับต้องคลอดก่อนกำหนด
หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ และลูกรักได้ถูกนำส่งเข้าห้องผู้ป่วยทารกแรกเกิดภาวะวิกฤติ (Neonatal Intensive Care Unit)
ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อดูแลเด็กทารกที่มีอาการเจ็บป่วยหนักและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยมีคณะกุมารแพทย์
และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่รู้ไหมคะว่า การดูแลและความรักจากแม่เป็นยาวิเศษช่วยลูกได้พอๆ
กับการรักษาทางแพทย์เชียวนะ
คุณแม่สามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อมองหาความร่วมมือว่าบทบาทใดที่คุณแม่จะทำเพื่อดูแลลูกได้บ้าง
ในกรณีที่ลูกได้หลุดพ้นจากภาวะวิกฤติรุนแรงต่างๆ แล้ว แต่คุณแม่จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล
และคุณพยาบาลอย่างใกล้ชิดก่อนนะคะ
ให้นมแม่แก่ลูกน้อย นมแม่จะช่วยลดการติดเชื้อ และมีคุณค่าทางอาหารเหมาะสมกับลูกมากกว่าอาหารชนิดใดๆ ทั้งหมด
โดยทารกที่ไม่สามารถดูดนมแม่เองได้ แม่สามารถปั๊มนมแม่มาเก็บไว้ได้ แต่ถ้าลูกพ้นจากภาวะวิกฤตแล้ว
คุณแม่สามารถให้นมจากอกของแม่ได้ค่ะ
ถ่ายทอดรักผ่านกายสัมผัส การสัมผัสของแม่สู่ลูกอย่างอ่อนละมุน ช่วยฟื้นฟูประสาทสัมผัสและพัฒนาการของลูกได้
เพียงแม่วางมือลงบนตัวลูกและลูบเบาๆ วางนิ่งไว้สักพัก ลูกจะตื่นตัวกับการสัมผัสและจะรู้สึกสบายขึ้น
จ๊ะ...จ๋า... คุยกับลูกกันเถอะ ทารกจะสามารถจดจำเสียงของแม่ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องแม่เชียวนะ
ดังนั้น ลองหาโอกาสพูดคุยกับลูกบ้าง ถึงแม้ลูกจะไม่ได้ตอบรับต่อเสียงของคุณอย่างชัดเจน แต่เชื่อเถอะว่า
เขาจะมีความสุข ลดอาการเครียดลงได้หลังจากฟังเสียงของแม่ที่คุ้นเคย
หมั่นมาเยี่ยม ถึงแม้ว่าลูกจะอยู่ในตู้อบ และใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่แม่สามารถเข้าเยี่ยมลูกอย่างสม่ำเสมอได้นะคะ
โดยคุณแม่ควรรู้กฎระเบียบของหอผู้ป่วย และทำตามเงื่อนไขต่างๆ ของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยค่ะ
แต่หากแม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากเกินไปก็ควรให้เวลากับตัวเองในการพักผ่อนด้วยนะคะ
Kangaroo Care ลูกจิงโจ้อบอุ่นในกระเป๋าหน้าท้องแม่ฉันใด Kangaroo Care ก็คือการทำให้ลูกน้อย
เกิดความอบอุ่นมากเช่นเดียวกันค่ะ แม่สามารถอุ้มลูกน้อยขึ้นอิงแอบที่อกให้การสัมผัสระหว่างผิวแม่กับผิวทารกนานที่สุด
เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผลดีจะเกิดทั้งสองฝ่ายเชียวนะคะ โดยทารกจะมีพัฒนาการดีขึ้น นอนหลับดีขึ้น
ร้องไห้ลดลง และการหายใจดีขึ้นด้วย ฝ่ายแม่ก็จะมีน้ำนมที่ไหลดีขึ้นด้วยค่ะ
หากทารกแรกเกิดมีอาการดังต่อไปนี้ แพทย์จะรับไว้ดูแลอย่างใกล้ชิดใน NICU ทารกค่ะ
- น้ำหนักตัวน้อยถึงน้อยมาก ทารกน้ำหนักต่ำกว่า 1,250 กรัม ด้วยสาเหตุคลอดก่อนกำหนด
- ปอดเจริญไม่เต็มที่ ทารกหายใจไม่ได้อย่างปกติจนแพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
- ติดเชื้อรุนแรง เช่น แบคทีเรียในระหว่างการคลอด
- สำลักน้ำคร่ำหรือขี้เทาในปอด
- หัวใจพิการแต่กำเนิด แพทย์ต้องติดตามเฝ้าระวังสัญญาณชีพจรของทารกอย่างใกล้ชิด
- ผิดปกติตั้งแต่กำเนิดทางด้านศัลยกรรม ซึ่งทารกจะต้องการการผ่าตัด เช่น
กรณีลำไส้อุดตันหลอดลมหรือหลอดอาหารตีบตันหรือมีรูรั่ว เป็นต้น
- ไส้เลื่อนกระบังลม คืออาการที่ลำไส้ไปอุดตันในช่องอก
ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดภาวะวิกฤตินี้ ก็จะมีแพทย์และพยาบาลคอยติดตามเฝ้าระวังอุณหภูมิ
ความดัน ชีพจร การเต้นของหัวใจเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงปริมาณน้ำนมที่ได้รับ
และการขับถ่ายอย่างละเอียดด้วยค่ะ ด้วยเหตุนี้คุณแม่อาจจะเห็นอุปกรณ์ประหลาดๆ รอบตัวลูกเต็มไปหมด
จึงควรมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์น่ารู้ต่างๆ กันก่อนดีกว่า
ตู้อบ ใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้มีความอบอุ่น เด็กแรกเกิดที่ผิดปกติมักจะมีภาวะตัวเย็นต่ำกว่า 36.5 องศาเซลเซียส
การอยู่ในตู้อบจะช่วยให้ทารกสามารถรักษาอุณหภูมิร่างกายที่เหมาะสมไว้ได้ เพื่อให้ทารกมีอุณหภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียส
การใส่ท่อช่วยหายใจ แพทย์จะใช้ท่อช่วยหายใจใส่ทางปากเข้าสู่หลอดลมคอของลูกเพื่อช่วยในการหายใจค่ะ
โดยทีมแพทย์จะใช้ออกซิเจนช่วยทารกเท่าที่จำเป็นในระยะฉุกเฉินเท่านั้น เพราะถ้าใช้มากเกินไป
เด็กอาจจะมีอันตรายหรือตาบอดได้
สายสวนหลอดเลือดทางสะดือ ปกติทารกจะมีสายสะดือซึ่งประกอบด้วยหลอดเลือดดำ
และแดงขนาดใหญ่พอใส่สารอาหารและน้ำรวมไปถึงยาและเลือดได้สะดวกโดยเฉพาะในภาวะวิกฤติค่ะ
แต่จะไม่คงไว้นานเพราะเด็กอาจติดเชื้อได้ หลังจากนั้นจะย้ายมาให้ทางหลอดเลือดส่วนปลายที่แขนและขาแทน
สายอาหาร ในกรณีที่ทารกไม่สามารถดูดกลืนนมมารดาได้ พยาบาลจะให้น้ำนมแม่
หรือน้ำนมผสมผ่านทางสายยางทางปากที่ส่งต่อไปยังกระเพาะของเด็ก จนกระทั่งสามารถดูดกลืนนมได้เอง
ข้อควรระวัง : การที่แม่จะสามารถดูแลลูกอย่างใกล้ชิด แม่จะต้องมีสุขภาพแข็งแรง
ถ้าป่วยต้องสวมหน้ากากป้องกัน ต้องสวมเสื้อกาวน์สะอาด และล้างมือก่อนเข้าไปเยี่ยมลูกนะจ๊ะ
(update 30 กันยายน 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 101 มีนาคม 2547 ]
|