ผมได้ขออนุญาตทางศูนย์การแพทย์นวบุตรสตรีและเด็ก ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์ Baby massage จาก Carroll & Brown Publishers Limited
และแปลโดยครูเมย์ นักกายภาพบำบัดเด็กให้นำมาเผยอแพร่ความรู้ที่มหัศจรรย์นี้แก่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ รวมทั้งคุณแม่มือใหม่
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะนำวิธีการสัมผัสที่เป็นการนวดมาให้คุณแม่ได้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ของคุณแม่และทารก
ในปัจจุบันจะเห็นมี Spa นวดเพื่อผ่อนคลาย ผุดขึ้นมามากมายเป็นดอกเห็ด แถมราคาสุดแพง ชั่วโมงละหลายพันบาทก็มีในโรงแรมใหญ่ๆ
เหตุที่คนนิยมก็เพราะมันช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รวมทั้งจิตใจให้คลายความเครียด ความกังวล ความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงาน
วันไหนทำงานแล้วถูกเจ้านายตำหนิโดยไร้เหตุผลหรือมีเรื่องที่แก้ปัญหาไม่ตก บางคนก็แวะเข้าไปนวด ไป Spa ช่วงเย็นเพื่อหาเวลาผ่อนคลาย
ให้สิ่งที่เลวร้ายในชีวิตของวันนั้นมันหายไปจาก
ตัวเด็กที่คลอดมาใหม่ๆ ก็เช่นกัน เขาเคยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบหนึ่งในช่วงเวลานานนับ 40 สัปดาห์
เมื่อคลอดออกมาเขาก็จะอยู่ในอีกสภาวะหนึ่ง คุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของคุณแม่ไม่เครียด
ผมมักจะได้ยินคุณแม่หลายคนที่คลอดกับผมเสร็จก็มาบ่นว่า รู้อย่างนี้จับลูกเอากลับคืนไว้ในท้องก็จะดีหรอก
ไม่ต้องหลับต้องนอนเลยทั้งคืน ไม่รู้ว่าจะร้อง (หาสวรรค์วิมาน) อะไร ต้องขอโทษนะครับที่ต้องเขียนตามที่คุณแม่บ่นมาเช่นนี้จริงๆ ก็คุณแม่
และหมอเองจะไปถามเด็กเขาคงจะไม่มีปัญญาตอบเราว่าเขาเครียดเรื่องอะไร ให้นมก็แล้ว อุ้มก็แล้ว ไกวเปลก็แล้วยังไม่หยุดร้อง
โถ! คุณแม่ก็ง่วงนอน คุณพ่อก็หงุดหงิด บอกให้ป้อนนมลูกจะได้หยุดร้องที่ไหนได้ลูกกลับบ้วนเอาหัวนมออกมาเพราะไม่ได้หิว
แล้วเราจะรู้ไหมว่า ลูกเราเครียดอะไร ชาวบ้านโบราณก็บอกว่า เด็กปวดท้องเลยร้องไห้ทามหาหิงส์ให้เขาจะได้ผายลม
มันก็ไม่ใช่ ฉบับนี้เราลองมาเล่าสู่กันฟังว่า การนวดนี้จะช่วยให้ลูกผ่อนคลายได้เหมือนกับได้ยานอนหลับจากสัมผัส
การนวดนี้ คือ เมื่อลูกน้อยลุกขึ้นมาร้อง ค่อยๆ พาลูกนอนลงและพยายามนวด ลูกจะผ่อนคลายและหลับได้นานขึ้นหลังการนวด
การนวดที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ทารกเคยได้รับในระหว่างชีวิต คือการเกิด ในช่วงเวลาที่มดลูกบีบตัวแรงบีบนี้จะกระตุ้นระบบประสาทรอบๆ
และอวัยวะสำคัญของทารกให้เตรียมพร้อมในการใช้ชีวิตภายนอกครรภ์มารดา
ผิวนุ่มๆ ของเจ้าตัวเล็กนี้จะไวต่อการสัมผัส และมือของคุณแม่นี้แหละจะเป็นสิ่งกระตุ้นที่แสนวิเศษต่อร่างกายของหนูน้อย
เพื่อพัฒนาการที่สมบูรณ์ทางร่างกาย อารมณ์และการปรับตัวที่เหมาะสม หากหนูน้อยทุกคนได้รับการนวดด้วยเทคนิคที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
จะช่วยให้คุณแม่ตรวจสอบได้ทันทีว่าไม่มีกล้ามเนื้อและข้อต่อใดๆ ซ่อนความตึงหรือความฝืดกระด้างอยู่เลย
และยังมั่นใจได้เลยว่าเจ้าตัวเล็กจะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และเรียนรู้ผ่อนคลายความตึงเครียด
ซึ่งหมายความว่าทั้งร่างกายและอารมณ์ของทารกนั้น จะไม่มีการเจ็บปวดชอกช้ำใดๆ หากแต่จะมีความสนุกสนาน
มั่นใจกับการเคลื่อนไหวในทุกท่วงท่า การนวดจึงเป็นการบำบัดและเป็นทักษะหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับพ่อแม่มือใหม่
เพราะทำได้รวดเร็ว สะดวก
เวลาในการนวดควรเลือกเวลาที่เหมาะสม เพราะอาจทำให้ลูกจดจำความรู้สึกที่ไม่ดีเอาไว้ บางเวลาเขาอาจจะชอบ
บางเวลาก็จะเบื่อ ระยะเวลาที่ดีที่สุดของเด็กเล็กคือ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หลังจากอิ่มนม หากอิ่มเกินไปการนวดจะยิ่งทำให้ไม่สบายตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องนวดหน้าท้องหรือลูกต้องนอนคว่ำเพื่อให้คุณแม่นวดแผ่นหลัง แต่ถ้าลูกหิวลูกจะไม่ทนให้นวด
ไม่ว่าแม่จะขอนวดเพียงเล็กน้อยก็ตาม เวลาที่เหมาะสมแก่การนวดคือ เวลาก่อนนอน หลังอาบน้ำ
หรือเวลากลางวันเมื่อลูกได้นอนเต็มอิ่มแล้ว เขามักจะตาแป๋วและคึกคักเวลาที่คุณแม่นวดให้
พยายามนวดในเวลาเดียวกันทุกวันเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ คาดการณ์ล่วงหน้าและรอคอยการนวดได้
หากลูกได้รับวัคซีนมาควรรอให้ครบ 48 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ หลีกเลี่ยงบริเวณที่ฉีดยา
ถ้าเป็นก้อนแข็งให้คุณคลึงบริเวณนั้นเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ลูกจะรู้สึกดีขึ้น
สัมผัสเป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารและเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสายใยความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก
การนวดสัมผัสช่วยให้คุณแม่แสดงอารมณ์ความรัก และเติมความต้องการต่อการแตะต้องสัมผัสซึ่งกันและกัน
ประโยชน์ในการนวดจึงมีทั้งด้านอารมณ์และร่างกาย ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการเจริญเติบโต
เมื่อกล้ามเนื้อลูกผ่อนคลาย อารมณ์หงุดหงิดของลูกน้อยก็จะน้อยลง และยังช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวด
ความเครียด การปรับตัวต่อการเผชิญสิ่งแวดล้อมได้หลังคลอด และยังช่วยก่อกำเนิดสานใยรักที่มีความเชื่อมั่น
ความเข้าใจ ในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างคุณและลูก หากคุณพ่อมือใหม่กล้าที่จะสัมผัสลูกมากยิ่งขึ้น
จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างสายใยรักให้แนบแน่น และเรียนรู้ว่าจะอุ้มลูกด้วยความมั่นใจได้อย่างไร
การนวดอย่างสม่ำเสมอช่วยลดฮอร์โมนความเครียด หรือสารคอร์ติโซล (Cortisol) ในกระแสเลือด
ให้อยู่ในระดับต่ำคงที่ในช่วงระหว่างที่นวด
การนวดช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขหรือเอนโดฟินส์ ซึ่งสารเอนโดฟินส์นี้จะช่วยลดความเจ็บปวดในร่างกาย
เมื่อร่วมกับการลดสารคอร์ติโซลจะทำให้ลูกมีความสุขและสบายไปทั้งตัว เวลาที่คุณแม่นวดคุณแม่ยังสามารถใช้สายตาจับจ้องลูก
จูบ ลูบไล้ สัมผัส และใช้เสียงพูดคุยซึ่งเป็นการกระตุ้นการมอง การกะระยะของสายตา การจดจำ และแยกแยะใบหน้า
และน้ำเสียงต่างๆ อีกทั้งช่วยพัฒนาทักษะการเล่นสำหรับลูกไปในตัว
เมื่อคุณแม่สัมผัสลูก ความรู้สึกนี้จะถูกส่งข้อไปยังระบบประสาทส่วนกลางเพื่อให้ร่างกายแสดงการรับรู้
และตอบสนองทั้งทางร่างกายและอารมณ์ต่อสิ่งแวดล้อมที่ลูกได้สัมผัส การสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อยก็มีความสำคัญพอๆ
กับวิตามิน เกลือแร่ และโปรตีน เพราะมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดีของลูก
เด็กที่ขาดสัมผัสอย่างจริงจังจะไม่สามารถเติบโตได้ดี เมื่อกล้ามเนื้อได้คลายตัว กล้ามเนื้อจะดูดซึมอาหารจากเลือด
และหดตัวช่วยไล่เลือดกลับไปยังหัวใจ และเนื่องจากระบบการหมุนเวียนของทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่นักบริเวณรอบตัว
เช่น กระหม่อม มือ และเท้า จึงมักจะเย็นอยู่บ่อยๆ การนวดยังช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดทำให้มือและเท้าน้อยๆ
ของลูกอุ่นขึ้น การนวดช่วยให้มีความผ่อนคลาย และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อในเวลาที่ลูกยืดขยับตัว
เพื่อเล่นซุกซนในท่วงท่าต่างๆ ช่วยทำความสะอาดผิวพรรณและช่วยขจัดขี้ไคล เพราะช่วยปิดรูขุมขนและขับเหงื่อ
ซึ่งเป็นน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวหนังเกิดความยืดหยุ่นและเต่งตึง การนวดและการเคลื่อนไหวกระตุ้นการทำงาน
ของระบบน้ำเหลืองให้ไหลเวียนได้ดีและขับของเสีย และช่วยปรับปรุงสภาพภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อโรคของหนูน้อยให้ดียิ่งขึ้น
ในหนังสือนี้เขียนว่า ปราชญ์ชาวกรีกโบราณได้ให้นิยามไว้ว่า สุขภาพดี หมายถึง การมีร่างกายที่สดชื่น
การสัมผัสด้วยความรักช่วยให้เรารู้สึกดี ลูกน้อยก็เช่นกัน คุณแม่อ่านมาถึงตรงนี้คงเข้าใจเหตุและผลของการนวดให้ลูกน้อย
ต่างจากสมัยก่อนที่เราเคยถูกเลี้ยงอยู่ในเปลไกวไปมาเพื่อให้หลับ อาจเป็นได้ว่าที่คุณแม่เครียดทุกวันนี้
เพราะตอนเด็กคุณแม่เองไม่เคยถูกนวดแบบสมัยนี้ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมทั้งตัวหมอด้วย เสียดายว่า
ผมไม่สามารถถ่ายทอดภาพและจินตนาการเฉกเช่นต้นฉบับได้ หากคุณแม่สนใจอยากอ่านฉบับเต็มของ Baby massage
สำหรับคุณแม่มือใหม่ กรุณาติดต่อได้ที่ โทร. 02-2536942-4 เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือหาซื้อหนังสือเล่มนี้มา
เพื่อเป็นสาระประโยชน์ซึ่งมีมากมายเกินกว่ามูลค่าของเงินที่คุณแม่ได้เสียไป หนังสือดีๆ อย่างนี้ ผมขอสนับสนุนครับ
(update 25 กันยายน 2004)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มิถุนายน 2547 ]
|