เมื่อเอ่ยถึงคำว่า "ความรัก" เรามักทึกทักกันเองว่า น่าจะหมายถึงความรักของชายหนุ่มหญิงสาวเท่านั้น
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว "ความรัก" ไม่ใช่เรื่องเฉพาะเจาะจงว่าเป็นเรื่องของหญิงชาย
แต่มีความหมายกว้างขวางรวม ตั้งแต่แรกเกิดจนจากโลกนี้ไป
ความรักเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกเพศ ทุกวัย
อาจจะกล่าวได้ว่า ความรัก เป็นความรู้สึกที่ติดตัวเรามาตั้งแต่ถือกำเนิดเกิดมาลืมตาดูโลก
บางทฤษฎีก็บอกว่า ความรักฟักตัวตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เลยทีเดียว ในรูปแบบของ อารมณ์ ที่เกิดขึ้น
บางคนบอกว่าเป็น สัญชาตญาณ อย่างหนึ่ง
เป็น สัญชาตญาณของการสร้าง ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์อยู่แล้วทุกผู้ทุกนาม
และมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
ในขณะที่อยู่ในท้องแม่ ก็จะมี ความรู้สึกรักและผูกพันกับแม่
แต่การแสดงออกอาจจะไม่ชัดเจนจนคนเป็นพ่อแม่จะรับรู้ได้
ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรักจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัยอย่างไม่หยุดนิ่ง
นักจิตวิทยา ซิกมัน ฟรอยด์ แบ่งความรักเป็นขั้นๆ โดยเริ่มกันตั้งแต่ แรกเกิด ความรู้สึกรัก
รู้สึกพึงพอใจของเด็กแรกเกิดจะอยู่ที่ปาก เขาจะรู้สึกพอใจมีความสุขมากที่ใช้ปากดูดนมแม่
ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ได้น้ำนมมารดามาทำให้อิ่มท้องเท่านั้น แต่เป็นความสุขจากการที่ใช้ปาก
จากแรกเกิดก็มาถึง ช่วงโตอีกหน่อย สัก 2-3 ขวบ เด็กจะมีความรักความพึงพอใจ
และมีความรู้สึกรักที่ได้เรียนรู้ว่า ทวารของร่างกายเปิดปิดเองได้ ตามธรรมชาติ
ช่วงนี้เด็กจะมีความสุขที่ได้เล่นอึหรือฉี่ ที่ออกมาจากทวารของตัวเอง
พอโตขึ้นมาอีกหน่อยเด็กก็จะพอใจที่จะ เล่นกับอวัยวะเพศ ของตนเอง
เมื่อโตขึ้นไปอีกถึงช่วงหนุ่มสาว ความรักความพึงพอใจที่ทำให้มีความสุข
ก็จะมี เรื่องเซ็กซ์ เข้ามาเกี่ยวข้อง
ความรัก เป็นความรู้สึกพึงพอใจ ผูกพันกับอะไรบางอย่าง รวมทั้งมีความรู้สึกดีๆ ต่อสิ่งที่รัก
ซึ่งไม่จำเป็นต้องเน้นหนักเป็นความรักกับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น แต่อาจเป็นความรักที่เกิดกับวัตถุก็ได้
หรืออาจจะพัฒนาไปไกลถึงความรักที่เป็นนามธรรมสักหน่อย เช่น รักชาติ รักลัทธิ
ความเชื่อต่างๆ รักศาสนาที่พ่อแม่บอกให้นับถือตามพ่อแม่ แม้แต่ความรักในคุณงามความดีก็จะมีเกิดขึ้นได้
เมื่อความรักพัฒนาไปตามลำดับเช่นนี้ จึงควรมี การปลูกฝังความรักให้เด็ก
อย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกเกิดกันเลยทีเดียว
การปลูกฝังความรักมักทำให้เป็นไปตามธรรมชาติ ตามความจำเป็น ตั้งแต่เรื่องการกิน
การนอน การดูแลความสะอาด
ในเรื่องของการกิน เมื่อเขาหิว เขาจะร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่
เมื่อเด็กร้องขอและได้รับการตอบสนองที่เหมาะสม ก็จะสั่งสมความรักความผูกพันให้เกิดขึ้นกับเด็ก
ถ้าเด็กได้รับการตอบสนองที่เหมาะสมจากการร้องขอที่พอเหมาะพอสม เขาก็จะชื่นชม
แต่ถ้าเขาร้องขอที่เกินพอดี คุณพ่อคุณแม่ก็จำเป็นต้องมีความอดทนที่จะให้เขาเรียนรู้ด้วยตนเอง
ถึงความพอดีที่จะได้ความรักจากพ่อแม่
เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักการสร้างสมดุลของการให้และรับความรัก
เขาจะต้องได้รับการปลูกฝังให้เรียนรู้ว่า นอกจากจะทำให้ตัวเองพึงพอใจแล้ว
ก็จะต้องทำให้ผู้อื่นพึงพอใจด้วย
ถึงแม้ความรักจะเริ่มจากตัวเองก่อน แต่เราก็สามารถสอนและปลูกฝังให้กระจายความรักไปยังพ่อแม่พี่น้อง
รวมถึงเพื่อนที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตด้วย
เมื่อโตขึ้นไปอีกหน่อย เราก็อาจค่อยๆ ปลูกฝังให้เขาปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ รอบตัว
ที่สำคัญของการปลูกฝังความรักให้เด็ก อยู่ที่การให้เขารู้จักที่จะเรียนรู้เรื่อง
การให้ การรับ และ การรอคอย
เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงของชีวิตตั้งแต่แรกเกิดจนเติบใหญ่
เรื่องความรักมักหนีไม่พ้นเรื่องของการให้ การรับ
ถ้าเรารู้จักให้ความรักผู้อื่นก่อน เราก็จะได้รับความรักกลับคืนมาเช่นกัน
รวมถึง การรอคอย ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม
เพราะความรักมักต้องควบคู่ไปกับการรอคอยเสมอ
การปลูกฝังความรักให้เด็กตั้งแต่ยังเล็กๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น
เป็นเรื่องจำเป็นที่พ่อแม่หลายคนมองข้าม จนก่อให้เกิด ความพิกลพิการทางความรัก
เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้คุณภาพ เพราะไม่ได้ปลูกฝังความรักตั้งแต่ยังตัวน้อยๆ
อย่ามัวคอยให้เขาเติบโตตามยถากรรมเลย
เริ่มปลูกฝังความรักให้เด็กวันนี้ เพื่อจะได้มีความรักที่มีคุณภาพติดตัวตลอดไป
(update 31 พฤษภาคม 2547)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 15 ฉบับที่ 5791 วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ]
|