อยู่ดีๆ เจ้าจอมยุ่งก็ประกาศจะแต่งงานกับเพื่อนสาวที่อยู่บ้านซอยเดียวกันเสียนี่
โอย
เล่นเอาคุณยายตาค้างไปเลยค่ะ ต่อมาอีกหนึ่งอาทิตย์ พ่อหนุ่มน้อยของฉันดันมาบอกว่าอกหักเสียแล้ว
เพราะสาวเจ้าบอกว่าจะแต่งงานกับหนุ่มคนอื่น ยังค่ะ
เรื่องไม่จบอยู่แค่นั้น
พ่อหลานชายตัวดีมาขอร้องแกมบังคับให้ดิฉันไปบ้านสาวเพื่อทวงของคืน
ทั้งขนมตะโก้ฝีมือคุณยาย ตัวการ์ตูนฉีดน้ำ และอื่นๆ อีกหลายรายการ
งานยุ่งไม่แพ้ความรักของผู้ใหญ่เลยล่ะค่ะ
ไม่เฉพาะเรื่องชอบหรือรักใคร่อย่างหัวปักหัวปำแค่นี้หรอกนะคะ
คุณยังจะเจอความรักของน้องหนูวัยนี้อีกหลายรูปแบบค่ะ เช่น
- ดูหนังแล้วเห็นพระเอกกับนางเอกเต้นรำในงานแต่งงาน พอบอกแกว่านี่คืองานแต่งงาน
วันรุ่งขึ้นแกก็ชวนคุณพ่อแต่งงานเฉยเลย จริงๆ แล้วเจ้าตัวหมายถึงการเต้นรำแบบที่คู่บ่าวสาว
เขาเต้นเปิดในฟลอร์กันต่างหากเล่า
- พอน้องหนูวัยนี้ชอบเล่นกับเพื่อนต่างเพศคนไหนเป็นพิเศษ เป็นต้องโดนผู้ใหญ่ปากไวล้อทุกทีสิน่า
"แอ๊ะ
ชอบเขาล่ะสิ" เท่านั้นแหละได้เรื่อง คนเก่งประจำบ้านของเราอายยืนม้วนต้วนตัวเป็นเกลียวเชียว
- เพื่อนสาวร่วมก๊วนสนามเด็กเล่นยามเย็นไปบ้านญาติแค่สองอาทิตย์
เจ้าตัวดีโทรศัพท์ไปหาแล้วมาเล่าว่าแม่หนูน้อยไปเล่นน้ำทะเลบ้านป้าไม่รู้ไปแอบขอเบอร์กันตอนไหนสิน่า
ค้นหารัก
การสัมผัส พูดคุย หยอกล้อ ยิ้ม หัวเราะ เป็นการแสดงออกถึงความรัก เอาแบบเข้าใจง่ายๆ
ก็คือเป็นพฤติกรรมเชิงบวกที่คู่กับคำว่ารัก และตรงกันข้ามกับคำว่าเกลียด
ซึ่งมีพฤติกรรมก็ต้องตรงกันข้ามไปด้วยอย่าง ด่า ดุ หน้าบึ้ง เป็นต้น
ความรัก เกิดขึ้นได้อย่างไร แน่นอนว่าคงจะหาคำตอบที่ตายตัวเหมือนบวกเลขได้ยาก
แต่พอจะสรุปได้ดังนี้ค่ะ
- นักจิตวิทยาทั่วไปบอกว่า รักเกิดจากการเรียนรู้ตอนที่ลูกได้ดื่มนมแม่ และความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก
เช่น การกอด สัมผัส พูดคุย และดื่มนมจากอกแม่ครั้งแล้วครั้งเล่านี่แหละทำให้เกิดความรู้สึกรักและผูกพันกัน
- นักสังคมวิทยาบอกว่า รักเกิดจากการเลียนแบบของมนุษย์ในสังคม เมื่อเราเห็นพ่อแม่กอดกัน
กอดลูกพร้อมกับพูดเสมอว่า "พ่อรักแม่นะ" "พ่อรักลูกนะ" ทุกๆ วัน แล้ววันหนึ่งเราก็ตัดสินใจ
จะทำแบบนี้จนกลายเป็นมรดกตกทอดกันมา
- นักประสาทวิทยาก็ต้องการหาว่า สมองส่วนใดกันแน่ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความรู้สึกรัก
ซึ่งก็พอจะบอกได้ว่าสมองส่วนที่เรียกว่า limbic brain ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์
เช่น หัวเราะ ตื่นเต้น ร้องไห้
นอกจากนี้ นักประสาทวิทยายังระบุอีกว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
จะถูกใส่รหัสบรรจุไว้ในสมอง เมื่อเกิดประสบการณ์ซ้ำๆ รหัสนี้ก็หยั่งรากลึกลงไปในสมอง
เช่น ยิ้ม = ความพอใจ = ปฏิกิริยาตอบกลับ
ดูๆ ไปจะเห็นว่า การอธิบายความเรื่องความรักของแต่ละสำนักมีส่วนที่คาบเกี่ยวและสัมพันธ์กัน
จะว่าไปก็ยังเหลืออีกหลายสำนักเลยล่ะ เช่น นักปรัชญา นักสตรีนิยม นักภาษาศาสตร์
เอาไว้จะหาโอกาสเหมาะๆ นำมาเล่าให้ฟังคราวหน้า ฉบับนี้มาว่าเรื่องรักๆ ของน้องหนูต่อดีกว่าค่ะ
รักเอย
จุ๊
จุ๊
อย่าเพิ่งเอะอะไป ถ้าเจ้าวัยซนของคุณกำลังมีความรัก เพราะนั่นหมายถึง
- ลูกมีพัฒนาการทางอารมณ์อีกหนึ่งขั้น ได้พูดถึงความรู้สึกของตัวเอง รัก ไม่รัก ชอบ ไม่ชอบ
แสดงว่าแกบอกอารมณ์และจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้
- น้องหนูกำลังพบใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข อารมณ์ดี รู้สึกถึงรังสีแห่งความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามา
โดยไม่มีแววรังสีอำมหิตมาเจือปน
- ลูกได้ขยายความรู้สึกรักจากพ่อแม่และคนในครอบครัวไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว
เช่น ครู เพื่อน ต้นไม้ ลูกเจี๊ยบ น้องหมาหูตูบ นังเหมียวที่เข้ามาพันแข้งพันขา
เป็นการเรียนรู้ที่จะติดต่อสื่อสารกับสิ่งแวดล้อมและโลกภายนอกค่ะ
- ได้ค้นพบคำว่า "รัก" เป็นคำแสดงความรู้สึกอย่างง่ายๆ
- รักเป็นการเลียนแบบพฤติกรรมทางสังคม ทั้งคำพูดและท่าทางจากผู้ใหญ่
เพื่อจะเข้าใจโลกของผู้ใหญ่และวิธีอยู่บนโลกใบนี้
ช่วยหนูเรียนรู้ รัก
- ให้ลูกได้ใช้เวลาเรียนรู้และปรับตัวในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นบ้าง
- อย่าติดเบรกลูกด้วยคำพูดประชดทำนอง อุ๊ย
แก่แดด กระแดะ ปล่อยให้แกได้เล่าเพื่อระบายความรู้สึก
และนิสัยนี้จะติดไปถึงตอนโตด้วย แกจะรู้สึกไว้ใจคุณยิ่งขึ้น
- ถ้าลูกผิดหวังเพราะคนที่แกรักไม่ปลื้มตอบ ปล่อยให้แกรู้สึกผิดหวังบ้าง และช่วยลูกสร้างสัมพันธ์กับเพื่อน
เช่น แบ่งขนมหรือของเล่นให้ ไปเยี่ยมยามเพื่อนป่วย
- สอนน้องหนูให้รู้จักขอบเขตในการปฏิบัติตัวต่อสิ่งที่เรารัก เช่น อย่าเล่นดึงหางเจ้าตูบอย่างนั้น มันเจ็บนะ
- เมื่อลูกติดสิ่งที่รักมาก อย่าเพิ่งหักหาญน้ำใจ อนุโลมยอมตามไปก่อน เมื่อแกไปเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
เช่น เพื่อน คุณครู การ์ตูน ดอกไม้ แกก็จะค่อยคลายอาการติดของรักชิ้นเก่าไปเอง
ตรงกันข้ามพอแกไม่อยากเล่นแล้ว ควรจะสอนวิธีเก็บเข้าตู้ครอบถุงพลาสติกกันฝุ่น
เผื่อวันหลังเกิดอารมณ์ปลื้มหวนคืนมาจะได้ไม่วิ่งวุ่นกัน
- สอนลูกเรื่องการให้อภัยเพื่อน เมื่อเพื่อนไม่ตั้งใจทำให้โกรธ เช่น ทำของเล่นพัง เดินชนจนหกล้ม
การสอนให้น้องหนูเรียนรู้ที่จะรักอย่างฉลาดตั้งแต่ตอนนี้
จะเป็นพื้นฐานให้แกรับมือกับความรักในวัยหนุ่มสาวด้วยค่ะ อ้อ
ลืมบอกไป
ตอนนี้เจ้าหลานชายตัวแสบของดิฉันหันมารักปลาหางนกยูงในบ่อแทนแล้วล่ะค่ะ
(update 12 มีนาคม 2002)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 95 กันยายน 2546 ]
|