นอกบ้าน โลกเรียนรู้แสนสนุกของหนูวัยจิ๋ว


...ถึงวันที่พลังแขนขาพร้อมกับการก้าวสำรวจพลังของความอยากรู้อยากเห็น
พร้อมปะทุได้ตลอดเวลา โลกในบ้านจึงดูแคบไปแล้วสำหรับหนูจิ๋ววัยพ้นขวบ

แน่นอนค่ะว่า นอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว ของเล่นและการเล่นสำคัญกับหนูๆ ไม่น้อย แต่ถ้าถึงวันที่หนูน้อยอายุแตะเส้นขวบปีแรกไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังเก็บหนูให้เล่นของเล่นอยู่แต่ในบ้าน เหมือนเมื่อครั้งยังแบเบาะอยู่ล่ะก็ รู้ไว้เถอะค่ะว่า คุณกำลังพลาดโอกาสที่จะได้เห็นปรากฏการณ์ การเรียนรู้ครั้งสำคัญของลูกไปโดยไม่รู้ตัว

เพราะวัยนี้ของลูกต้องการที่กว้างๆ ไว้เป็นสนามซ้อมพละกำลังของแข้งขาและกล้ามเนื้อ ต้องการเห็นและสัมผัสทุกสิ่งที่เป็นของจริงในธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ภาพที่ถูกจำลองไว้ในหนังสือภาพถ่าย หรือของเล่นเท่านั้น

และเพราะในช่วงวัยเริ่มต้นแบบนี้ เด็กๆ เขารับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านกลไกของประสาทสัมผัสทั้ง 5 บวกกับการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับสิ่งรอบๆ ตัว ซึ่งถ้าได้ใช้ประสาทสัมผัสมากเท่าไหร่ การเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายและซึมแน่นในการรับรู้ของเด็กมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกันถ้าสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวลูกหลากหลาย เชิญชวน ท้าทายและกระตุ้นลูกให้ปฏิบัติและฝึกฝนมาก การเรียนรู้ของลูกก็เกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถจดจำได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน สิ่งแวดล้อมจึงมีอิทธิพลต่อพัฒนาการของเด็กๆ อย่างยากจะปฏิเสธได้

แล้วอย่างนี้ยังคิดจะเก็บเจ้าตัวเล็กของคุณไว้กับตุ๊กตา หุ่นยนต์ บล็อกไม้ ทีวี ฯลฯ ในบ้านอีกหรือเปล่าคะ ???

5 สิ่งปิดโอกาสการเรียนรู้ของลูก
  • ยุ่งยาก
  • วุ่นวาย
  • เลอะเทอะ
  • รถติด
  • ไม่มีเวลา
5 เรื่องที่พ่อแม่หลายคนยุคนี้นึกถึง เมื่อคิดจะพาลูกวัยเฮี้ยวออกเที่ยวนอกบ้าน คุณพ่อ คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตตัวเองบ้างนะคะว่า เราปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านี้เข้ามาอยู่ในความคิดเราหรือเปล่า และถ้ารู้สึกว่ามันกำลังวนเวียนอยู่ล่ะก็ อย่าปล่อยให้ 5 เรื่องนี้มาเป็นอุปสรรคการไปสู่โลกเรียนรู้ของลูก ในเมื่อคุณรู้แล้วว่าโลกภายนอกท้าทาย เชิญชวนและกระตุ้นให้ลูกเราเกิดการเรียนรู้ได้มากมาย เทียบกันแล้วมีค่ามากกว่าเจ้า 5 สิ่งที่กังวลอยู่เป็นไหนๆ ซึ่งถ้าคุณตระหนักถึงประโยชน์ที่แท้จริง จะเกิดกับเจ้าตัวเล็กเมื่อออกไปเที่ยวนอกบ้านเป็นอย่างดีแล้ว เรื่องยุ่งยาก วุ่นวาย เลอะเทอะ หรือแม้แต่การไม่มีเวลา ปัญหารถติด ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กในสายตาคุณไปเลย


เตรียม ! พร้อมก่อนออกนอกบ้าน
  • เลือกสถานที่ให้เหมาะ อย่างที่บอกว่าที่ไหนๆ ก็เป็นแหล่งเรียนรู้ของลูกได้ แต่ถึงกระนั้นบางที่ที่มีคนเยอะๆ พื้นที่ที่จำกัด อากาศร้อนอบอ้าว ไม่ถ่ายเทก็ไม่เหมาะจะพาลูกไปหรอกค่ะ เพราะรังแต่จะเป็นอารมณ์กันทั้งคนพาไปและคนถูกพาไป และถ้าเจ้าตัวเล็กของคุณเป็นเด็ก (ขี้) เมารถ เมาเรือ ก็ไม่ควรเลือกสถานที่ที่ไกลเกินไปด้วย

  • เช็กอารมณ์ลูกนิด ก่อนพาลูกออกเที่ยว ดูจังหวะอารมณ์ลูกหน่อยว่าพร้อมกับการออกเที่ยวหรือไม่ ง่วงมั้ย หรือสุขภาพร่างกายช่วงนั้นปกติดีหรือเปล่า เพื่อไม่ให้ทริปนอกบ้านครั้งนั้นต้องกลายเป็นทริปแสนวุ่น จนทำให้คุณเข็ดขยาดกับการพาลูกออกนอกบ้านในคราวต่อๆ ไป

  • ให้เวลาลูกเต็มที่ วันที่คุณพาลูกออกเที่ยวก็ต้องยอมอุทิศเวลาให้กับเขาอย่างเต็มที่สิคะ ไม่ใช่พาลูกออกนอกบ้านแล้วก็คอยเร่งให้ลูกรีบเล่น รีบเลิก เพราะคุณต้องการไปทำกิจกรรมส่วนตัวที่ต้องการบ้าง ก่อนออกจากบ้านให้คิดซะว่าถ้ามีเวลาเหลือคุณได้เที่ยวบ้างก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ คุณเองก็จะได้ไม่มานั่งหงุดหงิดในช่วงเวลาแสนสนุกของลูกค่ะ

  • เตรียมอุปกรณ์เสริมให้พร้อม เช่น ขนมนมเนย น้ำดื่มไว้บำรุงตอนหนูๆ อ่อนเพลีย ของเล่นและเทปเพลงโปรดติดรถไปด้วย เอาไว้แก้เบื่อ กันการงอแง หรือของเล่นที่เชื่อมโยงกับสถานที่ที่ไป เช่น ชุดเล่นทราย ลูกบอลเล็ก กระดาษและสี ฯลฯ เพื่อให้การเล่นและเรียนรู้ของลูกสมบูรณ์เต็มที่ อ้อ อย่าลืมอุปกรณ์สำคัญอีกอย่างคือ คาร์ซีต (car seat)

  • ใช้โอกาสให้คุ้ม จะออกตะลอนกันไปนอกบ้านทั้งทีก็หากิจกรรมต่อเนื่องจากการไปเที่ยวนอกบ้านครั้งนั้นสักหน่อย เพื่อให้เกิดการต่อยอดการเรียนรู้อย่างเต็มที่ เช่น อาจจะชวนลูกนึกถึงหน้าตาของสัตว์ที่ไปเห็นมา แล้วพูดคุยหรือวาดรูปตามภาพที่นึก หรือเก็บดอกไม้ ใบหญ้ามาทำงานศิลปะเล็กๆ น้อยๆ ต่อที่บ้าน อ่านนิทานเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อ เป็นต้น
ถ้าเตรียมเรื่องเล่านี้พร้อม เรื่องยุ่งยาก วุ่นวาย เลอะเทอะ ก็คงจะเพลาลงไปบ้าง


ที่ไหนๆ... ก็โลกเรียนรู้ของหนู
  • สถานหญ้าหน้าบ้าน สวนสาธารณะใกล้บ้าน พื้นที่เขียวๆ แม้เพียงพื้นที่เล็กๆ หน้าบ้านก็มีแหล่งเรียนรู้มากมาย ท้าทายความอยากรู้ของลูกอยู่ ทั้งดอกไม้ ใบไม้ หนอน แมลง แสงแดด สายลม ฯลฯ อยู่ที่คุณจะเชิญชวนลูกให้เรียนรู้เรื่องไหน อย่างไร อาจจะเตรียมว่าวตัวเล็กๆ กังหันเอาไปวิ่งเล่นในสนามหญ้า หรือให้สังเกตดอกไม้ แมลง หรือแม้กระทั่งแสงแดด หรือจะเปลี่ยนให้เป็นลานเล่นดิน เล่นทราย เล่นน้ำ หรือเป็นที่เปลี่ยนบรรยากาศมื้อว่างวันหยุดของครอบครัว หรือสถานที่สำหรับนิทานเอกเขนก แทนการเล่านิทานในห้องสี่เหลี่ยมก็น่าจะเหมาะดีค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องเลอะเทอะเหมือนอยู่ในบ้าน

    ปัจจุบันนี้ตามสวนสาธารณะมักจัดให้มีดนตรีในสวนอยู่เป็นระยะด้วย เรียกว่าไปที่เดียวได้ประโยชน์หลายต่อ ทั้งที่โล่งกว้าง อากาศสดชื่นสำหรับลมหายใจสะอาด ลานออกกำลังเพื่อฝึกความแคล่วคล่อง ความรื่นรมย์จากบรรยากาศโดยรอบ เสียงดนตรีเพื่อกล่อมเกลาจิตใจสุนทรีย์และอ่อนโยน และเพื่อนร่วมฟังเพลงที่เป็นแบบฝึกหัดทักษะทางสังคมให้เจ้าตัวเล็กและตัวคุณเอง ด้วยประโยชน์มากมายขนาดเนี้ยทางเลือกนี้น่าสนมั้ยล่ะค่ะ

  • พิพิธภัณฑ์ ให้ดีให้เหมาะกับเด็กวัยนี้ต้องเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่เด็กๆ สามารถเข้าไปสัมผัสกับข้าวของต่างๆ ที่แสดงอยู่ได้ หรือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีสิ่งดึงดูดใจหรือสิ่งที่เด็กๆ ชอบ เช่น พิพิธภัณฑ์เด็ก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต่างๆ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ท้องฟ้าจำลอง เป็นต้น

  • แหล่งธรรมชาติสดใส ทะเล น้ำตก สถานที่เหล่านี้ตื่นตาตื่นใจ สำหรับเจ้าตัวเล็กได้มากอยู่แล้ว บางครั้งคุณเองก็ไม่ต้องหากิจกรรม อะไรให้เขามากมาย แค่เป็นเพื่อนเล่นและดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ก็พอแล้วค่ะ

  • สวนสัตว์ มีสัตว์มากมายหลากหลายให้หนูๆ ทำความรู้จักและเรียนรู้คำศัพท์ได้ และถ้าจุดไหนที่เขาอนุญาตให้อาหารสัตว์ได้ อย่าลืมชวนเจ้าตัวเล็กสนุกกับกิจกรรมนี้นะคะ เพราะอีกหนึ่งโอกาสที่เราใช้กล่อมเกลาลูกให้รู้จักการแบ่งปันได้ค่ะ อาจด้วยการเปิดสมุดภาพ สมุดนิทานที่มีรูปสัตว์ให้ดูก่อน แล้วจึงค่อยให้ไปพิสูจน์สิ่งที่อยากรู้จากของจริง เป็นการเริ่มต้นปลูกฝังลักษณะนิสัยการค้นคว้าไปในตัวค่ะ

  • บ้านญาติมิตร อีกแค่ไม่กี่ปีเจ้าตัวเล็กของเราก็ต้องออกไปสู่โลกภายนอกบ้านแล้ว ถ้าเราได้สร้างโอกาสให้ลูกเริ่มเรียนรู้ทักษะทางสังคมจากคนใกล้ตัวอย่าง ปู่ ย่า ตา ยาย ญาติผู้ใหญ่ก่อนก็จะเป็นการเตรียมพร้อมลูกทางหนึ่ง นอกจากนี้สัมพันธ์ในครอบครัวใหญ่ก็จะเหนียวแน่น กลมเกลียวกันมากขึ้นด้วย

  • งานกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ เป็นอีกแหล่งที่มีเรื่องชวนรู้ให้หนูๆ ได้สนุกกัน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ ที่มักมีการจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น ถนนคนเดิน มหกรรมละคร ด็อกโชว์ งานนิทานเด็ก หรือแม้แต่กิจกรรมที่เหล่าเจ้าของสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ จัดขึ้น ก็ช่วยเปิดโลกของลูกให้กว้างขึ้น ยิ่งถ้าเป็นงานที่จัดสำหรับเด็กด้วยแล้ว นอกจากเนื้อหาของกิจกรรมยังเท่ากับให้ลูกได้ซ้อมเข้าสังคมกับเพื่อนเด็กด้วยค่ะ

  • วัดและกิจกรรมงานบุญ อย่าเพิ่งทำหน้าเบ้อย่างนั้นค่ะ ถึงบรรยากาศความสงบในวัดกับความซุกซนของเจ้าจอมป่วน จะดูสวนทางกันไปบ้าง แต่การให้ลูกได้สัมผัสบรรยากาศสงบเย็นบ้างก็จะช่วยกล่อมเกลา และสอนลูกไปในตัว ในเรื่องการควบคุมตัวเองตามสถานการณ์ต่างๆ แม้วันนี้ลูกจะยังทำไม่ได้เลยหรือทำได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่การได้เริ่มย่อมดีกว่าจริงมั้ยคะ

  • ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ช้อปปิ้งของคุณแม่บ้าน ที่นี่มีข้าวของมากมายให้หนูสัมผัส เห็นหน้าตา รูปทรงที่แตกต่าง เห็นรูปแบบการซื้อขาย และถ้าทุกชิ้นที่แม่หยิบแม่บอกและพูดคุยกับหนูว่ามันคืออะไร ราคาเท่าไหร่ ให้หนูช่วยหยิบของบ้าง สอดแทรกเรื่องจำนวนลงไปหน่อย หนูก็ได้รู้ทั้งคำศัพท์และจำนวนแบบไม่น่าเบื่อ แล้วยังจดจำเข้าใจได้ดีเชียวล่ะ แต่ต้องระวังอย่าให้เจ้าตัวเล็กกวาดข้าวของบนชั้นลงมาแล้วกัน

ห่างห้างได้เป็นดี..

ไม่ใช่จะต่อต้านการพาลูกไปห้างสรรพสินค้าเสียทีเดียวนะคะ แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากขอให้เป็นแหล่งสุดท้ายที่เราจะนึกถึง เมื่อคิดจะพาเจ้าตัวเล็กออกเที่ยวค่ะ ก็แหม... ไหนๆ จะพากันไปผจญกับการจราจรทั้งที ก็น่าจะให้ได้ผลที่คุ้มค่าหน่อยสิคะ ที่ห้างสรรพสินค้าไม่มีธรรมชาติจริงให้หนูสัมผัส มีแค่เครื่องเล่นหยอดเหรียญ สินค้าล่อตา ล่อเงิน ผู้คนก็ขวักไขว่ อากาศไม่ถ่ายเท ไม่เหมาะเป็นแหล่งเรียนรู้ของหนูเท่าไหร่

แต่ถ้าห้างสรรพสินค้าเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับครอบครัว คุณก็ควรเลือกกิจกรรมที่ลูกจะได้เรียนรู้ และเพิ่มพูนทักษะด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ เช่น สวนน้ำ ซุ้มกิจกรรม ศิลปะตามมุมต่างๆ ร้านหนังสือ เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้ดีกว่าม้าหยอดเหรียญแน่นอนค่ะ


นี่แค่ตัวอย่างยังมากขนาดนี้ ฉะนั้นแค่คุณตั้งใจว่าสัปดาห์หนึ่งหรือเดือนหนึ่งจะพาเจ้าตัวเล็กไปผจญภัยนอกบ้าน ตามสถานที่ที่แนะนำนี้ไปทีละแห่งๆ เท่านี้เจ้าตัวเล็กของคุณก็ได้ปลดปล่อยพลังเรียนรู้ในตัวอย่างเต็มที่ ได้เพิ่มพูนทักษะมากมายแล้ว โอกาสพิเศษเพื่อการเรียนรู้แบบนี้เกิดขึ้นได้ค่ะ อยู่ที่ตัวคุณเองแล้วล่ะว่าจะปล่อยโอกาสนี้ของลูกผ่านไปเฉยๆ หรือจะใช้มันอย่างคุ้มค่า เพื่อพัฒนาการที่รุดหน้าของลูกที่คุณรัก

ว่าแต่วันหยุดนี้คิดหรือยังว่าจะกระเตงเจ้าตัวเล็กไปตะลอนที่ไหนกันดี


(update 11 พฤศจิกายน 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 254 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600