เรียนรู้แบบ 4 mat ผสานสมองซ้ายขวา พัฒนาสู่ความเป็นหนึ่ง


คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงคุ้นเคยกับการปฏิรูปการศึกษาดีพอสมควร นักเรียนยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟังหรือผู้รับความรู้อีกแล้ว หากแต่เป็นศูนย์กลางของการเรียน ได้คิด ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง และครูก็มีหน้าที่เป็นผู้จัดประสบการณ์ ไม่ใช่ผู้ถ่ายทอดวิชาเท่านั้น ดังนั้นการศึกษาในยุคนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเจ้าตัวเล็กกับคุณครูอีกแล้ว พ่อแม่เข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมในการเรียนของลูกมากขึ้น จนบางครั้งเหมือนกับการเรียนไปพร้อมๆ กับลูกด้วย การจัดการเรียนรู้หรือแนวคิดทางการศึกษาจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคุณพ่อคุณแม่ เพื่อจะได้เข้าใจสิ่งที่ลูกเรียน เข้าใจลูก เข้าใจการศึกษาในยุคนี้ได้ดียิ่งขึ้น การปฏิรูปการศึกษามุ่งให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข แนวคิดและหลักการมากมาย ถูกนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ แนวคิดหนึ่งที่สามารถตอบสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษาได้ และได้รับความสนใจมากก็คือ การจัดการเรียนรู้แบบ 4 mat ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ ที่พัฒนาศักยภาพสมองให้มีความสมดุลทั้งซ้ายและขวา

สมองซีกซ้ายและขวา สมองของมนุษย์มีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง ทั้งควบคุมความรู้สึก การรับรู้ ควบคุมระบบความคิด ความจำ การแสดงพฤติกรรม และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย สมองซีกซ้าย ทำหน้าที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ การแยกแยะ การจัดลำดับ รายละเอียด เหตุผล การแสดงออกทางภาษา อักษร ตัวเลข และจำนวน สมองซีกขวา ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการภาพรวม การเคลื่อนไหว และมิติสัมพันธ์แบบต่างๆ

การจัดการเรียนรู้แบบ 4 Mat จะช่วยส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของสมองให้ทำงานอย่างสมดุล ไม่ให้โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง พัฒนาขึ้นจากการค้นคว้าวิจัยของ เบอร์นิส แมคคาร์ธี นักแนะแนวทางการศึกษาซึ่งเชื่อในศักยภาพของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล เขาเชื่อว่าผู้เรียนแต่ละคนนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกัน เขาแบ่งผู้เรียนออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้เรียนที่ถนัดด้านจินตนาการ ผู้เรียนที่ถนัดด้านการวิเคราะห์ ผู้เรียนที่ถนัดด้านการใช้สามัญสำนึก และผู้เรียนที่ถนัดการรับรู้จากประสบการณ์รูปธรรมไปสู่การปฏิบัติ ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบ 4 mat เพื่อตอบสนองการใช้สมองทั้งซีกซ้ายและขวา พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพทุกด้าน

ดังนั้น 4 mat จึงเป็นการจัดการเรียนรู้ สร้างสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เด็กมีคุณลักษณะดี มีปัญญาและมีความสุข เมื่อเรียนจบกระบวนการแล้ว เด็กจะต้องเรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นคนดี และมีปัญญาซึ่งสอดคล้องกับ การเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา


เข้าใจ 4 mat อย่างง่ายๆ
การจัดกระบวนการเรียนรู้ จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน และแบ่งออกเป็น 8 ขั้น
ส่วนที่ 1 เป็นการสังเกตไตร่ตรองจากประสบการณ์ตรง
- ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจของเด็กด้วยการให้เขาสังเกต ใช้สมองซีกขวา - ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ประสบการณ์จากการสังเกต ให้อยากเรียนรู้ต่อไป ใช้สมองซีกซ้าย
ส่วนที่ 2 เรียนรู้จากการสังเกตและไตร่ตรองไปสร้างความคิดรวบยอด
- ขั้นที่ 3 วิเคราะห์จากสิ่งที่สังเกตได้เชื่อมโยงกับการหาความรู้ใหม่ เน้นกิจกรรมการพัฒนา สมองซีกขวา - ขั้นที่ 4 พัฒนาความคิดรวบยอดด้วยองค์ความรู้และการค้นคว้าพัฒนาสมองซีกซ้าย
ส่วนที่ 3 นำความคิดรวบยอดที่ได้ไปสู่การปฏิบัติ
- ขั้นที่ 5 ปฏิบัติทำกิจกรรม ทดลอง พัฒนาสมองซีกซ้าย - ขั้นที่ 6 สร้างชิ้นงานที่เป็นของตนเอง ตามที่ถนัด ใช้สมองซีกขวา
ส่วนที่ 4 เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการปฏิบัตินำไปใช้ในชีวิต
- ขั้นที่ 7 วิเคราะห์คุณค่าของงานและความรู้ที่ได้เพื่อนำไปใช้ในชีวิต พัฒนาสมองซีกซ้าย - ขั้นที่ 8 แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น ใช้สมองซีกขวา


จะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบ 4 mat ทั้ง 4 ส่วน 8ขั้นตอน เริ่มต้นจากการสังเกต หาความรู้เพิ่ม นำมาทดลองปฏิบัติและวิเคราะห์แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น ซึ่งเป็นการเรียนที่เป็นกระบวนการไม่ใช่แต่เพียงนั่งฟังครูสอน ทำการบ้านแล้วสอบเท่านั้น หากแต่ได้ฝึกการสังเกต คิด ทำ และนำมาใช้ในชีวิต มาใช้ที่บ้านก็ได้ การจัดการเรียนรู้ 4 mat อาจเป็นกิจกรรมของคุณครูโดยตรง แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาใช้พัฒนาศักยภาพของลูกที่บ้านก็ได้


ตัวอย่างกระบวนการเรียนรู้แบบ 4 mat

ถ้าอยากให้ลูกน้อยมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ก็ควรจะให้ลูกมีมโนมติเกี่ยวกับสัตว์ว่า สัตว์มีหลายชนิดซึ่งมีรูปร่างต่างกัน แยกประเภทโดย สัตว์ที่อยู่บนบกกับในน้ำ แล้วเด็กก็จะมีความรู้ว่าสัตว์ที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท นั้นมีตัวอะไรบ้าง โดยคุณพ่อคุณแม่อาจพูดคุยกับเจ้าตัวเล็กถึงสัตว์ที่เคยเห็นว่ามีลักษณะอย่างไร มีรูปร่างอย่างไร กินอะไร เดินอย่างไร แล้วชวนเจ้าตัวเล็กแยกประเภทของสัตว์ออกเป็น 2 กลุ่มคือ สัตว์บกกับสัตว์น้ำ ฝึกให้เขาแยกแยะจากการไตร่ตรอง หรือคุณพ่อคุณแม่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ หาหนังสือให้ดู ดูภาพยนต์ หรือชวนกันวาดภาพระบายสีด้วยก็ได้ค่ะ

วันดีคืนดี ก็ลองชวนเจ้าตัวเล็กสร้างประดิษฐ์เกี่ยวกับสัตว์ดูสิคะ แล้วจะพบว่าเขามีความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น จากนั้นให้เขาสร้างสิ่งประดิษฐ์ตามจินตนาการได้เลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจสร้างงานไปพร้อมๆ กับลูก หรือถ้ามีจอมซนตัวโต พี่สาว น้องชายอยู่ที่บ้าน ลองชวนมาสร้างสิ่งประดิษฐ์ไปด้วยกันเลยค่ะ อย่าลืมนำผลงานของเจ้าตัวเล็ก พี่ใหญ่ ของคุณพ่อคุณแม่และคนอื่นๆ มาแบ่งปันกันดู แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถามให้ลูกตอบ พลัดกันชื่นชมและให้กำลังใจกัน เป็นความสุขสนุกในครอบครัวที่ลูกน้อยได้พัฒนาศักยภาพสมองทั้งซ้ายและขวา ส่งเสริมให้ลูกเป็นคนดี มีปัญญาและมีความสุขด้วยค่ะ


(update 17 มิถุนายน 2004)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 พฤษภาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600