เด็กเรียนช้า สมองไม่พัฒนาจริงหรือ


ท่านเคยมีลูกหลานที่มีความช้าในการอ่านหนังสือผิดปกติ มีความช้าในการผสมตัวอักษร หรือช้าในการจำตัวอักษรที่เพิ่งเรียนมาหยกๆ หรือไม่

เด็กเหล่านี้อาจมีปัญหาที่ทางการแพทย์เรียกว่า ดิสเลกเซีย (Dyslexia) เด็กที่เป็นดิสเลกเซียเกิดในคนแถบตะวันตกมากกว่าตะวันออก กล่าวคือในทางตะวันตกมีถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของเด็ก ในขณะที่เด็กเอเชียมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ แต่น่าเสียดายที่เด็กเอเชียมักถูกละเลยไป ทำให้ไม่ได้รับการแก้ไขในเวลาเนิ่นๆ ที่ควรจะเป็น เพราะยิ่งปล่อยไว้นานเท่าใดก็ยิ่งแก้ยากมากขึ้นเท่านั้น เด็กที่เป็นดิสเลกเซียไม่ใช่เด็กโง่ แต่เป็นเด็กที่มีสมองที่มีเส้นประสาทต่อศูนย์กลางในสมองผิดปกติไป และต้องได้รับการฝึกจึงจะปรับสายต่อศูนย์กลางของสมองให้กลับมาเป็นปกติได้ การแก้ไขนี้หากทำตั้งแต่ยังหัดอ่านหนังสืออยู่ก็จะทำง่ายกว่าเมื่อพัฒนามาไกลแล้ว

Dyslexia เป็นสภาวะที่เด็กมีปัญหาในการสะกดตัวอักษร เพราะฉะนั้นในแง่ของภาษาจีนคนที่เป็น dyslexia จึงมีปัญหาในการอ่านและออกเสียงน้อยกว่าภาษาอื่นที่ต้องใช้ตัวสะกด ในอดีตเรามักจะพูดเสมอ ถึงเด็กที่ไม่สามารถแยกตัว b จากตัว d เป็นต้น

ผมมีเด็กพี่เลี้ยงที่บ้านคนหนึ่งซึ่งผ่านลูกๆ ผมไป 3 คน ในการเรียนจนทุกคนจะจบปริญญากันไปหมดแล้ว พี่เลี้ยงก็ยังอ่านไม่ออกจนตัวเดียว ลูกๆ ตอนเด็ก ๆ ต้องอ่านหนังสือให้พี่เลี้ยงฟังก่อนนอน พี่เลี้ยงนี้มีสมองดีมากในการจัดการดูแล จัดเวรทำความสะอาดบ้าน จำสูตรการทำกับข้าวทุกอย่างอยู่ในสมอง แต่มักจะวางของต่างๆ กลับหัวกลับหางเป็นประจำ ทำให้ต้องวินิจฉัยว่าเป็น dyslexia และอธิบายว่าทำไมจึงอ่านหนังสือไม่ออกสักที ทั้งๆ ที่ชัดเจนว่าสมองค่อนข้างฉลาดกว่าคนปกติด้วยซ้ำไป คนที่ปราชญ์เปรื่องในอดีตที่เป็น dyslexia มีอยู่มากมายหลายคนนะครับ รวมทั้งนักประดิษฐ์ที่ขึ้นชื่อลือชา คือ โทมัส เอดิสัน ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟและแผ่นเสียง รัฐบุรุษของสิงคโปร์ ลีกวนยู นักประพันธ์ชื่อดัง อกาธา คริสตี้ และศิลปิน ทอม ครูซ เชื่อไหมครับว่า โทมัส เอดิสัน ไม่พูดจนกระทั่งอายุ 4 ขวบ

ปัจจุบันการศึกษาสมองด้วยเครื่องตรวจสมองชื่อ fMRI (functional MRI) เป็นเครื่องตรวจสมองด้วยสนามแม่เหล็กที่สามารถวัดระดับเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ด้วย ทำให้รู้ว่าสมองส่วนใดที่กำลังทำงานอยู่ในขณะที่ตรวจนั้น จากการศึกษาด้วยเครื่องนี้มา 10 กว่าปี ตอนนี้สรุปได้แล้วว่า ศูนย์กลางที่ทำให้เกิดความสามารถในการอ่านมีอยู่ 3 ศูนย์ในสมอง

ศูนย์ที่หนึ่ง อยู่สมองส่วนหน้า มีชื่อเรียกว่า Phonetic producer สมองส่วนนี้ช่วยในการออกเสียงตัวอักษร ที่เอามารวมกันและช่วยในการวิเคราะห์คำสั้นๆ เป็นสมองที่เริ่มทำงานก่อนในเด็ก ลักษณะการทำงานก็คงดูได้จากเด็กที่หัดพูด หัดอ่านนั่นเอง ศูนย์ที่สอง อยู่ที่บริเวณสมองด้านข้าง ทำหน้าที่วิเคราะห์คำ แยกคำที่มีหลายๆ คำออกและนำไปสานต่อกับการออกเสียงที่ถูกต้อง และ ศูนย์ที่สาม อยู่บริเวณสมองด้านหลังเป็นบริเวณที่ทำให้ออกเสียงโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นคำและตัวสะกดต่าง ๆ

การพัฒนาสมองส่วนต่างๆ เริ่มตั้งแต่สมองส่วนหน้ามาถึงสมองส่วนหลังและมีเส้นประสาทโยงใยต่อกัน ระหว่างศูนย์ทั้งสาม ทำให้การเรียนรู้จากการอ่านคำเดี่ยวๆ มาเป็นคำที่ยาวขึ้น และการที่มองคำแล้วออกเสียงได้โดยอัตโนมัติ จากการศึกษาพบว่าคนที่เป็นดิสเลกเซีย เส้นประสาทที่โยงใยระหว่างศูนย์ทั้งสามผิดปกติ ทำให้คนที่เป็นดิสเลกเซียมีปัญหาในการอ่านคำที่ยาวขึ้น มีปัญหาในการออกเสียงอัตโนมัติเมื่อเห็นคำ นี่คือปัญหาที่ทำให้เกิดการเรียนเรื่องการอ่านช้ากว่าคนปกติ การแก้ไขด้วยการฝึกให้ถูกวิธีเพื่อแก้ไขความผิดปกติของการติดต่อด้วยเส้นประสาทของศูนย์ทั้งสามของหัวสมอง

เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีลูกหลานเรียนอ่านช้าอย่าเพิ่งคิดว่าเขาสมองไม่ดี เขาอาจมีเพียงความผิดปกติบางส่วนของเส้นประสาทที่ถ้าแก้ไขเร็วจะทำให้ไม่มีปัญหาทางสังคม และอาจปราดเปรื่องต่อไปในอนาคตได้ครับ

ศ. นพ. เทพ หิมะทองคำ
อายุรกรรมต่อมไร้ท่อ-เบาหวานและธัยรอยด์


(update 4 มกราคม 2004)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5714 วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600