การเรียนภาษาหนึ่งๆ ต้องใช้เวลามาก จึงต้องหาแรงจูงใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรียนได้อย่างสนุกและมีเป้าหมาย
จนกระทั่งสามารถไปถึงขั้นพัฒนาสติปัญญาของตนได้ การเรียนภาษาจึงคือการพัฒนาตน
และยังขยายโอกาสให้กับตนเองสู่โลกกว้าง และย้อนกลับมาที่การเข้าใจในตนเอง ไม่ใช่เพียงการทำมาหากิน...
ระยะนี้เป็นช่วงสอบเอ็นทรานซ์รอบแรก แต่สำหรับเด็กๆ มัธยมปลายที่มีสายตายาวไกล
ช่วงเวลาของการเตรียมตัวดูจะเริ่มนับตั้งแต่เปิดเทอมขึ้น ม.4 และค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายภาค ม.6
ต่อด้วยการติวทบทวนรอบสุดท้ายก่อนจะไปสำแดงความรู้ที่ได้เรียนมาตลอดวัยเด็กและวัยรุ่น
เพื่อผ่านเข้าสู่การเรียนขั้นที่ต้องคิดวิเคราะห์ ซับซ้อนขึ้น...ในมหาวิทยาลัย
ถ้าวัยมัธยมไม่ตั้งท่าให้ดีๆ ก็เหมือนกับการก่ออิฐฐานรากแบบโย้ๆ เย้ๆ พอจะต่อยอดเรียนรู้ในขั้นสูงขึ้น
ทั้งเพื่อวิชาการหรือเพื่อการใช้ชีวิต ก็อาจไม่ได้รับผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย หรืออาจต้องใช้เวลาและเงินทองมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
ถึงตอนนั้นหลายคนจะอึดอัดรำคาญกับความรู้อันกระท่อนกระแท่นของตนเอง เลยเกิดจะอยากเรียนขึ้นมาใหม่
เกิด แรงจูงใจ... ทีตอนพ่อกับแม่จ่ายสตางค์ให้เรียนสบายๆ กลับคิดไม่ได้... น่าตีไหมคะ
การเรียนให้ได้ดี มีเทคนิคสำคัญตรงการสร้างแรงจูงใจนี้ด้วย คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยกันกับลูก
มองไกลไปข้างหน้าว่าสิ่งที่ลูกจะเลือกเรียนนั้นให้อะไรกับชีวิต เพราะข้างหน้านั้นต่างหากคือชีวิตจริง
พอเห็นหนทางอันสนุกสดสวยรออยู่...แรงจูงใจก็จะตามมา
ดร.สิริวรรณ จุฬากรณ์ จากภาควิชาภาษาตะวันตก (ฝรั่งเศส) คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า
คนที่เรียนภาษาได้ดี นอกจากจะเป็นพรสวรรค์แล้วยังเกิดจากการพัฒนาได้ ถ้าตั้งใจมุ่งมั่นและ... มีแรงจูงใจ
พ่อแม่อาจช่วยคิดก่อนว่าครอบครัวเห็นความจำเป็นไหม ที่ลูกจะต้องรู้ภาษาต่างประเทศมากกว่าหนึ่ง
และครอบครัวจะเชียร์ลูกไปทางไหน จากนั้นก็ค่อยสร้างแรงจูงใจให้กับลูก... นอกเหนือจากลูกจะต้อง
บิลด์ อารมณ์ให้ตนเอง ว่าทำไมเราถึงได้อยากเรียนภาษา
- ภาษาไพเราะ ผู้คนน่ารัก อาหารอร่อย
ลูกๆ หลานๆ บางคนเลือกเรียนภาษาเพราะอยากไปประเทศนั้น เช่น อิตาลี เห็นว่าเป็นภาษาที่มีสำเนียงไพเราะ
เช่น ฝรั่งเศส ติดใจในวิวทิวทัศน์และผู้คนที่น่ารัก เช่น ญี่ปุ่น หรือแม้แต่เพราะชอบอาหารประจำชาตินั้นๆ
นี่อาจเป็นจุดตั้งต้นได้ พอเรียนไปนานๆ จะพบว่า ได้เข้าไปสู่สังคมอื่น รู้จักและเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง
เกิดความยอมรับและมิตรภาพตามมา
- ภาษาพาสู่การทำงานในต่างแดน
ภาษาของเพื่อนบ้านก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ปัจจุบันมีเปิดสอนกันมากขึ้น ทั้งเขมร เวียดนาม พม่า ลาว
การได้เรียนรู้ภาษาซึ่งหมายรวมถึงวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน ทำให้สามารถทำงานในบริบทของเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง
และถ้ารู้ภาษาสากลของโลกก็ทำงานอยู่ในบริบทโลกได้ การรู้ภาษาเพื่อนบ้านสามารถสร้างสัมพันธไมตรีแทนที่จะทะเลาะกัน
ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเราอาจจะอยากทำธุรกิจกับเพื่อนบ้าน เช่น พม่า มาเลเซีย เขมร ฯลฯ
คนท้องถิ่นย่อมประทับใจถ้าเราพูดภาษาเขาได้
- ภาษาพาสู่ ประสบการณ์แปลกใหม่
การเรียนภาษาต่างประเทศอีกภาษาหนึ่งให้ได้ดีและเข้าใจแตกฉาน อาจนำไปสู่ประสบการต่างๆ
หลากหลาย ดร.สิริวรรณเล่าถึงการเดินทางสู่ประสบการณ์แปลกใหม่ผ่านการเป็นล่ามภาษาฝรั่งเศส
เมื่อครั้งหนึ่งมีการซ่อมแซมงานจิตรกรรมชั้นสูงของไทย มีนักวิชาการมาจากอิตาลี ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม
เนเธอแลนด์ อเมริกา ครั้งนั้นได้มีโอกาสเข้าไปใช้ความสามารถเฉพาะตัวแลกกับความรู้ด้านการซ่อมแซมภาพเขียนโบราณ
ด้วยเทคนิควิธีและมุมมองของตะวันตก ทำให้เข้าไปในอีกแวดวงหนึ่งและได้เรียนรู้การซ่อมแซมศิลปวัตถุชนิดได้รู้เห็นวงในทีเดียว
ไม่เพียงแต่การอ่านหนังสือหรือดูทีวี
อีกครั้งหนึ่ง คณะทำงานคนไทยต้องเดนทางไปในถิ่นที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส
คนเรียนภาษาและล่ามก็จะได้เดินทางไปพบเพื่อนต่างสีผิว อาฟริกา อาหรับ แคนาดา หรือเพื่อนชาวมุสลิม
ได้รู้จักเข้าใจและสร้างมิตรไมตรีในถิ่นที่แปลกๆ ซึ่งถ้าไม่ได้เรียนภาษาก็อาจไม่ได้ไปถึงตรงนั้น
บางครั้งก็ได้มองกลับมาที่ตนเอง ผ่านงานวิจัยต่างชาติที่พูดถึงเมืองไทย อ่านไกด์บุ๊คที่พูดถึงเมืองไทย
ได้รู้ว่าเขาคิดและมองคนไทยอย่างไร สามารถทำความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น
ไกลไปกว่านั้น คือการได้รู้โลกกว้างผ่านภาษาหลักของโลก ทุกอย่างที่เป็นอดีต ปัจจุบัน
และวิทยาการก้าวหน้าเพื่ออนาคต ล้วนมีแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสหรือญี่ปุ่น การได้รู้ภาษาเหล่านี้
จึงเท่ากับเปิดโลกกว้างแห่งการเรียนรู้นั่นเอง
ดร.สิริวรรณ ยกตัวอย่างวรรณกรรมโนเบลบางเรื่องยังไม่มีแปลเป็นภาษาไทย แต่ภาษาฝรั่งเศสแปลแล้ว
ภาษาญี่ปุ่นยิ่งไม่ต้องห่วง มีสื่อสิ่งพิมพ์ดีๆ ที่ไหนในโลก ญี่ปุ่นไม่พลาดที่จะหามาแปลให้คนญี่ปุ่นอ่าน
การรู้ภาษาอื่นและเสาะแสวงหาเรื่องดีๆ มาอ่าน เหมือนได้รู้โลกอีกมุมหนึ่งที่มีผู้รวบรวมหรือแปลไว้
ฝรั่งเศสนั้นเปิดโลกตั้งแต่ดาวอังคารไปจนโลกใต้น้ำ จึงสามารถสร้างพลเมืองให้รู้ลึกและกว้าง
ทุกอย่างผลิตมาให้พลเมืองในสังคมแห่งการเรียนรู้ เมื่อรู้ภาษาฝรั่งเศส ก็พลอยได้อยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้ไปด้วย
เช่นเดียวกับอมเริกา ญี่ปุ่น และเยอรมนีที่มีองค์ความรู้ของโลก มีการจัดเก็บที่เป็นระบบ
เพราะเขาเป็นชนชาติที่สนใจความเป็นไปของโลก
ภาษาจึงพาสู่ความรู้ของโลก อารยธรรมของโลก
- ภาษาพาสู่ การพัฒนาสติปัญญา
การเรียนรู้ภาษา นอกจากเจรจาหาข้าวกินและถามทางได้ในขั้นต้นแล้ว ช่วยให้มีงานทำ
ช่วยให้ได้เห็นโลกกว้าง ได้เข้าสู่ประสบการณ์แปลกใหม่ ในระยะยาวถ้าไปไกลถึงการอ่านวรรณกรรมโลก
ก็จะพาไปสู่การพัฒนาสติปัญญาได้ ดร.สิริวรรณ เล่าว่าได้อ่าน 100 ปีแห่งความโดดเดี่ยว วรรณกรรมโนเบล
จากภาษาฝรั่งเศสที่แปลมาจากภาษาสเปน อ่านแล้วเข้าใจร้องไห้ไปกับเรื่องราวและมีอารมณ์ชื่นชมในความดีงาม
ก็สามารถช่วยบ่มเพาะสติปัญญาเปิดเข้าสู่อีกโลกหนึ่งที่เป็นโลกของสติปัญญาและการใคร่ครวญ
นอกจากนี้จะเห็นว่าเว็บไซต์ต่างๆ มีให้เลือกภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน ญี่ปุ่น
คนที่รู้ภาษาอย่างลึกซึ้งก็สามารถเข้าไปในโลกนั้นและพัฒนาสติปัญญาผ่านตรงนั้นได้
- หลากหลายภาษาในมหาวิทยาลัย
เมื่อสร้างแรงจูงใจโดยการบอกเล่าให้ลูกฟังประโยชน์ของการเรียนภาษาแล้ว
มาดูกันว่าในมหาวิทยาลัยมีภาษาใดอีกบ้าง
ในชั้นมัธยม ลูกๆ หลานๆ อาจเลือกเรียนภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น เมื่อถึงขั้นมหาวิทยาลัยยังมีภาษาสเปน
รัสเซีย โปรตุเกส อิตาเลียน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยน่าจะเป็นสถาบันที่มีภาษาให้เลือกหลากหลายที่สุด
ธรรมศาสตร์ก็มีให้เลือกไม่น้อย ส่วนเอแบคจะเน้นภาษาต่างประเทศเพื่อการทำธุรกิจ เช่นเดียวกัน...
ราชภัฏหลายแห่งที่มีการสอนภาษาฝรั่งเศสเพื่อการทำงานได้อย่างดี
ภาษานั้นทำให้เราพบโลก เกิดการครุ่นคิด และชีวิตคนเรานั้นยาว ไม่ใช่แค่เรียนจบ ต้องสะสมความรู้
เติมประสบการณ์ตลอดเวลา พัฒนาสติปัญญาไปเรื่อยๆ สติปัญญารวมๆ กันเป็นวัฒนธรรมโลก ขับเคลื่อนโลกไป
คุณพ่อคุณแม่ถ้าเข้าใจข้อนี้ก็สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับลูกได้สารพัดเรื่องค่ะ
(update 20 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา..
life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 103 ตุลาคม 2547 ]
|