เจ้าหนูมีปัญหาด้านภาษาหรือเปล่านะ


ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อความหมายที่สำคัญ เป็นกุญแจนำไปสู่การเรียนรู้ เด็กที่มีความผิดปกติหรือความบกพร่องด้านภาษา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจภาษา การรับรู้ภาษาจากผู้อื่น หรือการสื่อความให้ผู้อื่นรับรู้ความคิดความต้องการของตน จึงควรได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว ลองสังเกตพฤติกรรมข้างล่างนี้ว่ามีพฤติกรรมใดบ้างที่ปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะนานๆ ครั้งหรือมีระดับน้อย ก็ควรได้รับการพิจารณา ยิ่งมีข้อความที่ปรากฎให้เห็นมากก็ยิ่งแสดงถึงภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเด็กที่มีความผิดปกติด้านภาษา ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

เรียนรู้การพูดได้ช้า
  • พูดได้ช้ากว่าวัย
  • ต้องรับความช่วยเหลือจากนักแก้ไขการพูด
  • การใช้ไวทยากรณ์ให้ถูกต้องทำได้ช้ากว่าวัย
ความยุ่งยากเกี่ยวกับการเรียงลำดับทางภาษา
  • พบว่าการเล่าเรื่องตามลำดับเหตุการณ์เป็นเรื่องยาก
  • การจำคำคล้องจอง บทดอกสร้อย ชื่อวัน ชื่อเดือน ชื่อปี ชื่อพยัญชนะ ล้วนเป็นเรื่องยาก
  • หัดนับเลข และจำตัวพยัญชนะได้ช้า
  • เรียงลำดับคำในประโยคไม่ถูกต้อง
ความยุ่งยากในการหาคำ
  • หลงลืมท่อนกลางของประโยค
  • มักต้องพยายามหาคำที่จำเป็นบ่อยๆ
  • ใช้คำหนึ่งแทนอีกคำหนึ่ง
  • ลืมชื่อหรือคำที่คุ้นเคย
  • ยกมือในชั้น แต่แล้วเกิดจำไม่ได้ว่าจะตอบว่าอะไร
  • เรียนรู้ชื่อสีได้ช้า
  • มีความยุ่งยากในการเรียนรู้ชื่อตัวอักษร หรือตัวเลข
  • พบว่ายุ่งยากที่จะอ่านคำที่เห็นบ่อยๆ
  • อ่านไม่คล่อง
ไม่มีความเชื่อมั่นในการพูด
  • ไม่เต็มใจพูดกับคนแปลกหน้า
  • มักไม่อาสามาพูดหน้าชั้น
  • มักไม่ชอบพูดโทรศัพท์
ยุ่งยากในการแสดงออกทางภาษา
  • สับสนใจการใช้คำ เช่น “เมื่อวานนี้” หรือ “พรุ่งนี้”
  • พูดสลับคำ เช่น เขาหิวข้าว เป็น เขาข้าวหิว
  • ยุ่งยากที่จะพูดว่าตนหมายความว่าอย่างไร
  • เลิกล้มที่จะพยายามอธิบาย มักพูดว่า “ช่างมันเถอะ”
  • ใช้ท่าทาง สีหน้า และท่าใบ้มากกว่าคนอื่นๆ
ยุ่งยากทางการรับรู้ทางภาษา
  • สงสัยว่าจะมีปัญหาในการฟังทั้งๆ ที่การได้ยินเป็นปกติดี
  • บางครั้งจับใจความผิดเมื่อรับฟังเรื่องราวบางอย่าง
  • ไม่สนุกกับการฟังนิทาน เรื่องราว ชอบดูรูป หรือทำกิจกรรมมากกว่า
  • มักลืมเองต่างๆ ที่ครูสอน
  • มักมีทีท่าว่าอยู่ในโลกส่วนตัว
  • มักทำผิดเมื่อครูมอบหมายงานหรือบอกให้ทำ
  • ใช้วิธีดูเพื่อนๆ ที่โรงเรียนว่าเขาทำอะไรกันเพื่อทำตาม
    มักขอให้ครูพูดซ้ำ หรืออธิบายใหม่ให้ชัดเจน
  • เบื่อหรือหลุด หากต้องฟังอะไรเป็นเวลานานๆ
ความยุ่งยากเกี่ยวกับการออกเสียง
  • มีปัญหาในการเปล่งเสียงตั้งแต่เด็ก
  • พูดคำคล้องจองไม่ค่อยได้ หรือพูดได้ไม่ดี
  • มีปัญหาในการพูดคำที่มีสัมผัสอักษร
  • พบว่าการอ่านออกเสียงเป็นเรื่องยาก (จำเสียงไม่ได้ ออกเสียงควบกล้ำไม่ได้)
  • พบว่าการสะกดคำโดยการออกเสียงเป็นความลำบาก ทำได้ยาก
  • พูดผิด เอาคำที่เสียงคล้ายกันมาปนเปกัน
ความยุ่งยากเกี่ยวกับภาษาทางสังคม
  • ไม่ใช้ภาษาในการแก้ปัญหาทางสังคม กลับใช้กำลังแทน
  • ไม่มีทีท่าจะเข้าใจลักษณะของการออกเสียง เช่น น้ำเสียง ความดัง
  • ไม่เข้าใจคำพูดตลก ความเปรียบ หรือการพูดเล่นคำ
  • ไม่แสดงสีหน้าหรือการสบตาที่เหมาะสม
  • ไม่รอจังหวะในการสนทนาเพื่อเปลี่ยนกันพูด
  • ไม่ค่อยฟังว่าคนอื่นต้องการอะไร เช่น เหมาเอาว่าผู้ฟังรู้ว่าเขาคือใคร
  • พูดดังมากเกินไป เบามากเกินไป หรือเร็วเกินไป
  • หัวเสียหรืออารมณ์เสีย เมื่อไม่สามารถเข้าใจตนเอง
  • เมื่ออารมณ์ไม่ดีหรือมีปัญหามักอธิบายไม่ได้ว่ามีอะไรที่ไม่พอใจ
  • ลืมใช้คำที่แสดงมรรยาททางสังคม เช่น สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ เป็นต้น
ปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการได้ยิน
  • พบว่ามีความลำบากในการฟังถ้ามีเสียงรบกวน
  • ไวต่อเสียงดัง
  • วอกแวกง่ายจากเสียงรบกวน

(update 16 กันยายน 2004)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มิถุนายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600