รดน้ำ พรวนดิน ปลูกจินตนาการ
เด็กวัย 1-2 ปี เป็นช่วงวัยที่เหมาะสมสำหรับปลูกฝังให้ลูกได้ซึมซับวิธีคิดและจินตนาการจากคนในครอบครัว
ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพวกเขามากที่สุด คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆ ในบ้านตั้งแต่วัยนี้เลยค่ะ
รู้จักโลกผ่านนิทาน
ลองหาหนังสือนิทานหรือรูปภาพมาอ่านช้าๆ เพื่อให้ลูกมองเห็นภาพต่างๆ ตามไปด้วย
บางครั้งก็อาจหยิบสิ่งที่อยู่รอบข้างลูกน้อยมาผูกเป็นเรื่องราวที่สนุกสนาน เด็กๆ จะได้รู้จักโลกใบนี้มากขึ้น
ทั้งความดี ความชั่ว เจ้าชาย เจ้าหญิง จากนิทานที่เขาได้ฟังนั่นเอง
ปล่อยลูกสำรวจโลกอย่างอิสระ
คุณแม่ควรปล่อยให้ลูกได้สำรวจสิ่งต่างๆ ภายในบ้านอย่างอิสระบ้างนะ ทำใจให้ลืมๆ กระดาษที่ถูกฉีกเกลื่อน
ผ้าที่ถูกรื้อ รอยสีบนกำแพงบ้างเถอะค่ะ คุณแม่แค่เพียงจับตาและระวังอันตรายอย่างใกล้ชิดก็เพียงพอ
คำพูด สำคัญเสมอ
บ่อยครั้งเด็กๆ เห็นต้นไม้แล้วบอกว่าเป็นแม่มด ลายเส้นสียึกยือบนกระดาษจากฝีมือลูกอาจกลายเป็นเครื่องบิน
ผีเสื้อ หรือสุนัขได้นะ สิ่งเหล่านี้หากมองผิวเผินคล้ายกับว่าเด็กพูดเรื่องโกหกและเป็นไปไม่ได้
แต่มองลึกลงไปแล้วความคิดที่ซ่อนอยู่เป็นสิ่งสำคัญกว่า เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงคำพูดเหล่านี้
เพราะความรู้สึกชื่นชอบ คำชมจากพ่อและแม่อยู่ในตัวเด็กทุกคน พอๆ กับรู้สึกผิดหวัง ต่อต้าน
หากความคิดฝันถูกขัดจังหวะลง และพลอยจะทำให้ต่อมจินตนาการของลูกฝ่อลงได้ในอนาคต
"กล้วยต้องเป็นสีเหลืองนะลูก"
"ช้างต้องมี 4 ขานะ"
"ดวงดาวต้องขึ้นตอนกลางคืนเท่านั้น"
ศิลปะมากกว่าแค่จินตนาการ
ทราบกันดีว่าการทำงานศิลปะมีประโยชน์กับทุกคนมากแค่ไหน ตั้งแต่กล้ามเนื้อมือของหนูเริ่มขยับจับสิ่งของได้
คุณพ่อคุณแม่ลองหาดินสอสีเหมาะๆ มือให้ลูกสักหน่อยเพื่อจุดประกายอารมณ์ศิลปินให้หนู
ไม่แน่นะลูกอาจจะสร้างงานศิลปะที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ค่ะ
ไม่ควรกังวลกับผลงานของลูกมากจนเกินไป
เวลาคุณเห็นลูกวาดเขียนอะไรขยุกขยิก ขอทีเถอะค่ะ เลิกตั้งความหวังว่าลูกจะวาดภาพสวยงาม
ประมาณภาพของแวนโก๊ะหรือลีโอนาโด ดาวินซี ปล่อยให้ลูกลากเส้นตามใจชอบซึ่งเป็นการฝึกพัฒนากล้ามเนื้อ
ควบคู่ไปกับจินตนาการของแกด้วย
"ไม่" สกัดจินตนาการ
ความอยากรู้อยากเห็นของลูกจะถูกขัดลง หลังจากคำว่า ไม่ ของแม่นะคะ
แค่ปล่อยให้เด็กสนุกกับกิจกรรมตรงหน้าต่อไปอีกสักนิด ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรือไม่เป็นอันตรายต่อลูกจริงๆ
ก็ควรปล่อยเขาไปก่อนสักพักเถอะ
ใส่ใจกับคำถามของลูก
"อะไร" หรือ "ไรๆ" เป็นคำถามยอดฮิตของวัยหนูนี้เลยล่ะ คุณแม่อย่าละเลยที่จะให้คำตอบกับลูกนะคะ
เพราะเด็กยิ่งถามก็ยิ่งหมายถึงว่าเด็กจะยิ่งคิดและยิ่งรู้มากขึ้นเท่านั้นด้วย
สารพัดวิธีเล่น
การเล่นสำคัญกับลูกมาก แค่ภายในบ้านคุณแม่ลองหาไม้บล็อกมาให้ลูกต่อ สีมาให้ละเลง ดินเหนียวมาให้ขยำดู
หรือพาลูกไปฟังสรรพเสียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงน้ำไหล ดนตรี นกร้อง ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
จับตาจินตนาการลูก
จินตนาการของเด็กๆ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เลอะเทอะหรือไร้สาระหรอกนะ
แต่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ของลูกน้อยที่สำคัญในอนาคต เด็กเล็กๆ มักจะมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้เวลาพ่อแม่ได้ยินคำพูดแปลกๆ เช่น เห็นเงาเป็นสัตว์ประหลาด หรือคุณแม่อาจพบกองผ้า
กองกระดาษถูกรื้อกระจุยกระจายผนังห้องหรือบนโต๊ะอาหารถูกแต้มสีสันจนดูเลอะเทอะ ทำข้าวของที่วางไว้ล้ม
อย่าเพิ่งเออะไปนะคะ เพราะนั่นคือ จินตนาการของลูกได้ออกมาอาละวาดแล้วล่ะ
แต่เด็กทุกคนไม่ได้เกิดมามีจินตนาการเท่ากันหมด ดังนั้น การเลี้ยงดูจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ในการกระตุ้นพลังจินตนาการสำหรับลูกน้อย
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ กิจกรรมสนุกแถมเปี่ยมไปด้วยประโยชน์อย่างนี้ ลองหยิบไปทำดูนะคะ
แต่ฝากไว้หน่อยว่า นอกจากการทำกิจกรรมแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังควรสังเกตดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งก็เป็นตัวช่วยกระตุ้นจินตนาการของลูกน้อยอีกทางหนึ่งด้วยล่ะค่ะ
(update 21 กันยายน 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 100 กุมภาพันธ์ 2547 ]
|