ร้อนนอก อย่าให้ร้อนใน


ในทางการแพทย์แผนไทยมีวิธีการดูแลป้องกันรวมไปถึงรักษาอาการ "ร้อนใน" ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่น่าสนใจมากมาย และที่สำคัญเป็นวิธีที่หยิบฉวยไปใช้ได้ง่าย ไม่เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียง อีกทั้งยังเป็นวิธีไทยๆ ที่เคยได้รับความนิยมในสมัยปู่ย่าตายาย แต่ด้วยเพราะวิทยาการการแพทย์สมัยใหม่ที่เข้ามามีบทบาทอย่างสูงในยุคปัจจุบัน ก็เลยทำให้เรื่องง่ายๆ แบบนี้ถูกมองข้างไป

ธาตุไฟ ต้นเหตุแห่ง "ร้อนใน"

ในทางการแพทย์แผนไทยให้ความสำคัญกับธาตุในร่างกายของคนเรามากค่ะ เพราะเป็นต้นเหตุแห่งภาวะต่างๆ มากมาย ธาตุที่ว่านี้ก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็จะมีธาตุทั้งสี่อยู่ในตัวทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายใครจะค่อนไปทางธาตุไหนมากกว่า ซึ่งเรียกว่าธาตุเจ้าเรือน และธาตุที่ส่งผลให้เกิดภาวะอาการ "ร้อนใน" ได้มากที่สุดก็คือ ธาตุไฟ


ซาง ลิ้นเป็นฝ้า ผดผื่น อาการที่ตามมา

ปริทัยหัคคี คือไฟที่มีผลทำให้ร่างกายเกิดอาการร้อนใน โดยเฉพาะในเด็กเล็กมีโอกาสเกิดอาการนี้ได้ตั้งแต่แรกเกิดเลย ในทางการแพทย์แผนไทยถือว่า การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการไข้ ในขณะที่แพทย์แผนปัจจุบันจะลงลึกในเรื่องของเชื้อโรคที่มีผลกับความเจ็บป่วยต่างๆ อย่างเช่น อาการไข้หวัดก็จะเป็นเพราะเชื้อไวรัส เป็นต้น

ดังนั้นในทางแพทย์แผนไทย ช่วงรอยต่อของฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม จะเป็นช่วงที่ร่างกายปรับตัวไม่ค่อยได้ และขณะที่ร่างกายกำลังพยายามปรับสมดุลบางอย่าง ก็จะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า "สะบัดร้อนสะบัดหนาว" ขึ้น เกิดความร้อนขึ้นภายในร่างกายที่เรียกว่า "ร้อนใน" จึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในช่วงนี้

ลักษณะอาการแสดงออกของร้อนในมีได้หลายอย่าง โดยอาจจะยังวัดไข้ไม่ได้ แต่ภายในร่างกายกลับเกิดอาการเหล่านี้แล้ว เช่น เป็นซางในปากในคอหรือตามตัว ร้อนในคอ ในปากมีเม็ด ลิ้นอาจจะเป็นฝ้าเป็นเม็ด กระพุ้งแก้มเป็นเม็ด เป็นผดตามหน้าอก ซอกพับต่างๆ บางครั้งมือเท้าเย็น แต่ในขณะที่ตัวจะไม่ร้อน หรือไม่มีไข้เมื่อวัดปรอท อาจมีอาการเบื่ออาหาร ไม่อยากกินนม ถ้าเป็นมากๆ ก็อาจอาเจียน เลือดกำเดาไหล และกลายเป็นไข้ในที่สุด


ป้องกัน และรักษา ร้อนในให้ลูกน้อย

ถ้ามองถึงสาเหตุของอาการร้อนในทางแพทย์แผนไทย คุณพ่อคุณแม่ก็คงต้องใส่ใจในช่วงรอยต่อของฤดูกาลแต่ละฤดูมากหน่อย โดยเฉพาะกับเด็กและโดยเฉพาะในฤดูร้อนที่อาการร้อนในจะก่อกวนได้ง่าย ซึ่งร่างกายของเด็กยังค่อนข้างอ่อนไหวง่ายต่อความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และหากไม่สามารถป้องกันได้จริงๆ ก็มีวิธีการรักษาง่ายๆ ที่ช่วยทุเลาอาการได้ ซึ่งการรักษาโดยรวมแล้วก็คือ ทำอย่างไรให้ลูกเรามีร่างกายที่เย็นลง หรือสงบลง นั่นคือต้องพยายามหาอาหาร ยาสมุนไพรที่มีคุณสมบัติที่เย็น และคำแนะนำเหล่านี้คงพอช่วยป้องกัน และช่วยรักษาลูกจากอาการ "ร้อนใน" ได้ด้วยตัวคุณแม่เองค่ะ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ
  • ค่อยๆ หัดให้ลูกคุ้นเคยกับอาการที่ช่วยลดอาการร้อนในซึ่งส่วนใหญ่จะมีรสขม แต่ถ้าพยายามฝึกให้ลูกคุ้นเคยเมื่อเกิดเจ็บป่วยก็จะง่ายต่อการรับอาหารเหล่านี้
  • เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับฤดูกาล เช่น ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศจะเริ่มเย็น ควรเลือกเสื้อผ้าที่หนาและอบอุ่นให้ลูกใส่ ถ้าเป็นช่วงต้นฤดูร้อน ก็เลือกเสื้อผ้าโปร่งสบายให้สวมใส่แทน
  • ช่วงนี้ให้เลี่ยงอาหารประเภทมันๆ ทอดๆ เพราะจะเพิ่มความร้อนให้ร่างกาย
  • เลือกกินอาหารที่มีลักษณะเย็น ลดอาหารที่มีลักษณะร้อน พืชผักผลไม้ที่มีลักษณะเย็น เช่น พืชผักสีเขียวทุกชนิด ส่วนผลไม้ เช่น มะละกอ ส้ม ฯลฯ
  • เลี่ยงที่จะให้เด็กสัมผัสกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงทันทีทันใด เช่น อยู่ในห้องแอร์แล้วออกมาสัมผัสอากาศร้อนฉับพลันทันที

สมุนไพรไทยแบบไหนเหมาะกับเด็ก และลดอาการร้อนใน

  • ใบมะขาม (อย่างเดียว) หรือผสมเถาวัลย์เปรียง ใบย่านาง อย่างละกำมือ ต้มรวมกัน ผสมกับน้ำซาวข้าว อาบให้ลูก จะช่วยลดอาการไข้ทั่วไปหรืออาการร้อนในได้ดี
  • น้ำจับเลี้ยง
  • น้ำกระเจี๊ยบ (ถ้าใส่น้ำตาล ควรเลือกเป็นน้ำตาลทรายแดงเพราะทำจากอ้อย)
  • น้ำดอกแค หรือน้ำสะเดา (นำมาต้มทั้งใบและดอก กรองเอาแต่น้ำดื่มขณะอุ่นๆ)
  • น้ำยาอุทัย
  • พืชผักที่เย็น เช่น ผักกาดแก้ว มะละกอ มะเขือเทศ บวบ ฟัก มะระ
  • ถ้าเกิดผดผื่น ให้ใช้ดินสอพองผสมน้ำประพรมตามตัว ช่วยดับพิษร้อนได้ดีมาก หรือใช้คาลาไมน์เสลดพังพอน ก็ได้
  • ถ้าลิ้นเป็นฝ้าใช้ยากวาดลิ้น เช่น ยาดำ ยาแสงจินดา หรือยาแสงหมึก
  • ยาธาตุอบเชย ช่วยเจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ขับลม และลดอาการร้อนใน
  • ฟ้าทลายโจร แก้ไข้และแก้ร้อนใน
คำแนะนำเหล่านี้เป็นทางเลือกในการป้องกันและรักษาเจ้าตัวเล็ก ในแบบที่ใช้การดูแลด้วยตัวเองเป็นตัวตั้ง ซึ่งจะเห็นว่าสมุนไพรไทยต่างๆ เข้ามามีบทบาทมากมาย ขณะที่ถ้าเป็นการรักษาแบบแผนปัจจุบันส่วนใหญ่ แพทย์จะให้ยาป้ายปากแผนปัจจุบัน (เพื่อยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่เกิดจากร้อนใน) ในการรักษา ซึ่งได้มีการทดลองนำยาป้ายปากแผนปัจจุบันกับเสลดพักพอนครีมและกลีเซอรีน ซึ่งเป็นยาสมุนไพรไทยที่ใช้รักษาอาการร้อนใน มาติดตามผลปราฎว่า ผลการรักษาที่ได้ไม่แตกต่างกัน ที่สำคัญในทางคลินิกพบว่าผู้ที่ดูแลตนเองและเลือกรักษาแนวทางสมุนไพรธรรมชาติ มีความถี่ที่จะกลับมาเกิดอาการเหล่านี้น้อยกว่าใช้ยาแผนปัจจุบันเพียง อย่างเดียว

แต่ทั้งหมดนี้ก็มิได้หมายความว่า เราต้องปฏิเสธการรักษาแพทย์แผนปัจจุบันไปเสียทั้งหมดค่ะ เพียงแต่ว่าหากสามารถเริ่มต้นการปกป้องดูแลลูกรักด้วยวิถีธรรมชาติอย่างง่ายๆ โดยเลี่ยงที่จะพึ่งยาหรือสารเคมีใดๆ ย่อมเป็นทางเลือกอันดับแรกที่ดีที่สุดสำหรับลูก

หวังใจว่าหน้าร้อนคราวนี้หากอาการ "ร้อนใน" มาเยือน คุณพ่อคุณแม่คงรับมือด้วยตัวเองได้ไม่ยาก และขอให้ลูกน้อยหายป่วยในเร็ววันนะคะ


(update 29 มีนาคม 2002)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูกปีที่ 21 ฉบับที่ 243 เมษายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600