50 เรื่องชี้วัดลุกรักสุขภาพดี


คุณพ่อคุณแม่เวลาเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมา ย่อมต้องการให้ลูกแข็งแรง เก่ง เป็นคนดี มีความสุข และมีความปลอดภัยในชีวิต ซึ่งโดยรวมๆ แล้วสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการนี้เรียกว่า สุขภาพที่ดีครับ

สุขภาพ ในความหมายขององค์การอนามัยโลกนั้นหมายถึง ความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ แต่จะให้ได้อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว เรื่องแต่ละเรื่องก็มีความเชื่อมโยงกัน การที่พ่อแม่เน้นความสำคัญในบางเรื่องแต่ไปลืมในอีกบางเรื่อง ก็จะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อกัน เช่น เน้นความเก่ง เรียนมาก เรียนพิเศษทั้งวัน ไม่มีเวลาได้ทำกิจกรรมอื่นที่สนุกสนาน เด็กก็จะขาดความสุข มีปัญหาทางอารมณ์ ซึมเศร้าได้ง่าย

หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น พ่อแม่กลัวการบาดเจ็บ ห้ามลูกเล่นทุกอย่าง ขาดโอกาสเล่นกับเพื่อนและเล่นกลางแจ้ง ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ขาดความมั่นใจ มีปัญหาเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ เป็นคนมีความวิตกกังวลสูง เป็นต้น ดังนั้นการเลี้ยงดูเด็กให้เจริญเติบโต เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีนั้น ผู้เลี้ยงดูต้องคำนึงถึงความหมายของคำว่า สุขภาพขององค์การอนามัยโลก นั่นหมายถึงต้องเลี้ยงเด็กให้เติบโต สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ

การเลี้ยงดูเพื่อให้เด็กมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้องจัดการดูแลเด็กและฝึกอบรมเด็ก เพื่อให้รู้จักการดูแลตนเองแล้ว สิ่งประกอบภายนอกครอบครัวเองมีอิทธิพลต่อสุขภาพเด็กมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นชุมชน วัฒนธรรม ระบบการจัดการทางสังคม ระบบสวัสดิการ ระบบการศึกษา ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบสุขภาพ

ดังนั้นเราจะมั่นใจว่าลูกจะมีสุขภาพที่ดีได้หรือไม่นั้น เราต้องสอน ต้องดูแลเขา นอกจากนั้นเรายังต้องมีส่วนร่วมในการกระตุ้นและทำงานกับชุมชนในการจัดระบบระเบียบในชุมชน กระตุ้นและมีส่วนร่วมในการจัดระบบระเบียบสังคม เพื่อให้เด็ก ตัวเรา ชุมชนของเรา และทุกส่วนในสังคมเกิดความตระหนักในอันตรายรอบด้าน สนใจห่วงใยเด็ก และคิดถึงเด็กก่อนเสมอ (kid first)

ฉบับนี้ขอเสนอตัววัดสุขภาพที่ดีสำหรับเด็ก (good health indicators) ซึ่งเป็นตัววัดแนวบวกที่คุณพ่อคุณแม่จะใช้ดูไว้ว่า ลูกเราน่าจะมีสุขภาพที่ดีในมิติต่างๆ คือสุขภาพร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ ในมิติของการดูแลโดยครอบครัว ชุมชน และสังคม ดังที่กล่าวมาหรือไม่

ตัวชี้วัดสุขภาพดีในมิติต่างๆ สำหรับเด็กอายุ 1 ถึง 5 ปี ให้ตอบคำถามว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่


การเจริญเติบโต
1. ดูแลให้ลูกมีน้ำหนักตามเกณฑ์อายุ
2. ดูแลให้ลูกมีส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ
3. ดูแลลูกให้กินอาหารได้เหมาะสมตามวัยทั้งปริมาณและมื้ออาหาร
4. แต่ละมื้อลูกต้องได้รับอาหารครบ 5 หมู่ และมีกากใยอาหารเพียงพอ เช่น แป้ง โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ (ยกเว้น 6 เดือนแรกที่ลูกยังควรได้รับนมแม่ หรือนมผงสำหรับทารกเท่านั้น)
พัฒนาการ
5. เปิดโอกาสรวมทั้งมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ลูกได้ฝึกพัฒนาการการเคลื่อนไหว เช่น ยืน เดิน ปีนป่าย ให้เหมาะสมตามวัย
6. ส่งเสริมและหากิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนพัฒนาการการใช้มือของลูก เช่น การหยิบของชิ้นเล็ก ต่อบล็อกไม้ ขีดเขียน ให้เหมาะสมตามวัย
7. พูดคุยสื่อสารกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นการส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาและการพูดที่ดีที่สุด โดยดูให้เหมาะสมตามวัย
8. เรียนรู้และเข้าใจพัฒนาการด้านสังคมของลูก รวมทั้งช่วยเหลือและส่งเสริมให้เหมาะสมตามวัย เช่น สังเกตว่าลูกมีพัฒนาการเรื่องการกลัวคนแปลกหน้าหรือไม่ รู้จักแยกแยะ ระหว่างคนในครอบครัวที่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้า รู้จักขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ สามารถใช้ช้อนตักอาหาร และเลียนแบบกิจกรรมผู้ใหญ่ได้
9. หากิจกรรมสนุกๆ มาเล่นกับลูก และควรเลือกเกมการเล่นที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และสร้างแรงจูงใจให้ลูกสนใจสิ่งรอบตัวเพราะนั่นคือการเรียนรู้ที่สำคัญอย่างหนึ่ง
สุขภาพตามระบบร่างกาย
10. สังเกตดูผิวพรรณของลูกต้องสดใสตามวัย
11. สังเกตระบบการหายใจของลูกว่าหายใจได้เต็มที่ ไม่ติดขัด
12. ดูแลให้ลูกได้มีเวลานอนหลับอย่างเพียงพอ
13. ลูกได้เล่น หรือออกกำลังกายได้เหมาะสมตามวัย
14. รักษาความสะอาดของเส้นผมอยู่เสมอ
15. รักษาความสะอาดของฟัน เช่น แปรงฟันทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
16. รักษาทำความสะอาดร่างกายของลูกอย่างสม่ำเสมอ
17. สังเกตอวัยวะสำคัญๆ ของลูกว่าไม่ผิดแปลกไปจากปกติและพัฒนาไปตามวัย เช่น แขนขา และมือเท้า
18. สังเกตว่าลูกมองเห็นได้ดี
19. สังเกตว่าเมื่อมีเสียงลูกได้ยินชัดเจนดี และตอบสนองต่อเสียงได้ดี
20. สังเกตว่าลูกปัสสาวะปกติ อุจจาระเป็นก้อนนิ่ม
สุขภาพจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม
21. ทุกครั้งที่พ่อแม่หรือผู้ที่เลี้ยงดูใกล้ชิดกอด อุ้ม หรือเล่นด้วย ลูกจะแสดงท่าทีมีความสุข
22. ลูกสามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้ ไม่ทำร้ายคนและสิ่งของเมื่อโกรธ และเงียบสงบเมื่อพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดปลอบโยน
23. ลูกแสดงความภูมิใจ ดีใจ เมื่อทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดสำเร็จ
24. ลูกแสดงความต้องการที่จะทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง
25. ลูกแสดงความเป็นเจ้าของต่อสิ่งที่เขาสนใจเป็นพิเศษ
26. ลูกสามารถนั่งเล่นกิจกรรมบางอย่างได้นานๆ หรือฟังนิทานเรื่องยาวได้จบ
27. ลูกมีความอ่อนโยน เห็นใจผู้อื่น ซึ่งอาจสังเกตได้จากการแสดงออกต่อพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูใกล้ชิด
28. ลูกเรียนรู้ที่จะเป็นฝ่ายให้ เช่น ยอมแบ่งปันของให้คนอื่น เมื่อมีคนขอ
การดูแลระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม
29. มีพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูหลักที่ดูแลใกล้ชิดลูก และต้องทำให้ลูกรู้สึกผูกพันและไว้วางใจผู้เลี้ยงดูหลัก
30. ผู้เลี้ยงดู มีความรัก และเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด สังเกตได้จากการอุ้ม การดูแลโอบกอดอย่างสม่ำเสมอ
31. ลูกได้รับคำชมเชยเมื่อทำกิจกรรมสำเร็จ
32. ลูกได้รับการสอนให้รู้จักระเบียบวินัย
33. เมื่อลูกทำผิด การลงโทษนั้นนำมาซึ่งการเรียนรู้ให้กับตัวเขา โดยไม่ใช่การทำร้ายหรือทำให้เจ็บ
34. บุคคลในบ้านแสดงความรักต่อกัน
35. ลูกได้รับวัคซีนตามกำหนด
36. ลูกได้รับการพาไปพบแพทย์เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย
37. มีแพทย์หรือกุมารแพทย์ประจำที่สามารถปรึกษาได้
38. ที่อยู่อาศัยสะอาด อากาศถ่ายเทได้ดี
39. มีการจำกัดพื้นที่เล่นในบ้านให้ปลอดภัย โดยป้องกันไม่ให้ลูกเข้าใกล้แหล่งน้ำ ของร้อน สารพิษ สิ่งของหล่นทับ ไฟฟ้า และที่สูงได้
40. มีของเล่นที่ดีปลอดภัย ไม่เล่นปืนที่มีลูกกระสุน ของเล่นมีคม ของเล่นที่มีชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กกว่า 3.5 ซ.ม.
41. มีหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (หน่วยกู้ชีพ ศูนย์พิษวิทยา แจ้งเหตุร้าย) ติดในที่มองเห็นชัดในบ้าน และรู้ว่าจะต้องติดต่อเมื่อไร
42. ชุมชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่มีมลพิษในเขตชุมชน (อากาศ น้ำ สารพิษ)
43. ชุมชนมีพื้นที่เล่นกลางแจ้งที่ปลอดภัย ไม่ใกล้แหล่งน้ำและถนน
44. ถนนในชุมชนมีทางเท้าที่เด็กเดินได้อย่างปลอดภัย
45. เพื่อนบ้านในชุมชนรู้จักกัน มีการแจ้งเหตุถึงกัน
46. ลูกไปโรงเรียนตามเกณฑ์อายุ
47. ลูกมีความต้องการไปโรงเรียน อยากเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียน ไม่กลัวครู
48. เดินทางปลอดภัยโดยไม่ให้ปล่อยให้ลูกโดยสารรถจักรยานยนต์ หรือหากนั่งรถยนต์ต้องนั่งเบาะหลังเท่านั้น ต้องใช้ที่นั่งพิเศษที่เหมาะสมกับอายุและคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
49. พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูมีการสอนให้ลูกรู้จักขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดอันตราย
50. พ่อแม่หรือผู้ดูแลลูกมีความรู้การปฐมพยาบาล การกู้ชีพเมื่อมีการอุดตันทางเดินหายใจ การหยุดหายใจ และการหยุดเต้นของหัวใจ

ตัวขี้วัดเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดในเชิงคุณภาพ เพราะฉะนั้นหากคำตอบส่วนใหญ่คือใช่ หมายถึงลูกของท่านก็อยู่ในเกณฑ์สุขภาพที่ดี ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม มีความปลอดภัย และได้รับการดูแลโดยชุมชนสังคมอย่างดี แต่หากคำตอบส่วนใหญ่คือ ไม่ใช่ เราน่าจะมาดูกันเป็นข้อๆ ว่าเราละเลยเรื่องนั้นๆ ไปอย่างไรบ้าง และมาทำงานหนักในเรื่องนั้นกันต่อไปว่า ทำอย่างไรลูกของเราจึงจะมีสุขภาพดีรอบด้านให้ครบทุกข้อ หรือให้ได้มากข้อที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับ


(update 13 ธันวาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 247 สิงหาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600