สุขง่าย ทุกข์ยาก


ถ้าเราเฝ้าดูหนูน้อยสักคนหนึ่ง…เวลาเขาเล่นอะไรก็เล่นง่วนอยู่อย่างเพลิดเพลิน ไม่งอแง โมโหโกรธาเมื่อทำอะไรไม่ได้ดังใจ ใครทักใครเข้ามาเล่นด้วย พ่อหนูหรือแม่หนูคนนั้นก็จะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้…

เราบอกได้ว่า หนูน้อยคนนั้นเป็นเด็กที่มีความสุข…

เมื่อเราโตขึ้นมา เด็กที่มีความสุขจะอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ ไปโรงเรียนก็ปรับตัวเข้ากับเพื่อนกับครูได้ไม่ยากเย็นรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เห็นว่าตัวเองต่ำต้อย ไม่น้อยใจ ไม่วิตกจนเศร้าหมองบ่อยๆ ไม่เห็นอะไรเป็นปัญหาไปหมด หรือเกิดความท้อแท้ง่าย ตรงกันข้าม กลับกระตือรือร้นอยากรู้ในเรื่องต่างๆ เมื่อลงมือทำอะไรก็จะทำอย่างใส่ใจ เพลิดเพลิน สนุกสนาน อยากจะทำหรืออยากรู้ในเรื่องที่ตัวเองสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

เด็กแบบนี้ละค่ะที่ส่อแววว่าโตขึ้นเขาคงเป็นผู้ใหญ่ที่มีมนุษยสัมพันธ์ ใครอยู่ใกล้ก็รู้สึกดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง มีความใส่ใจ มานะบากบั่นกับงานที่ทำ มองโลกมองคนในแง่ดี เมื่อมีปัญหา ก็มีความหวังที่จะแก้ปัญหา และอดทนจนผ่านพ้นปัญหาไปได้

อยากให้ลูกเป็นคนมีความสุขแบบนี้ไหมคะ…

เชื่อว่าใครๆ ก็ปรารถนาให้ลูกมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น เวลาถามว่า อยากเห็นลูกเติบโตเป็นอย่างไร… ไม่ค่อยจะมีพ่อแม่คนไหนบอกตรงๆ ว่าอยากให้ลูก… "เรียนเก่งๆ เป็นเจ้าคนนายคน ร่ำรวยเป็นเศรษฐี"… (แม้ว่าจะแอบคิดอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าพูด กลัวคนจะหาว่าเป็นพ่อแม่ที่คาดหวังลูกมากไป) มีแต่จะบอกว่า อยากให้ลูกเป็นคนดี มีความสุข…

เพียงแต่เรามักเข้าใจคำว่า 'มีความสุข' คลาดเคลื่อนไป ดังที่จิตแพทย์ท่านหนึ่งเล่าถึงประสบการณ์ ที่ได้คลุกคลีกับพ่อแม่ว่า พ่อแม่สมัยนี้เข้าใจว่าการเป็นพ่อแม่ที่ดีต้องเลี้ยงลูกให้มีความสุข จึงมุทำงานหาเงินมากๆ เพื่อนำเงินมาซื้อหาประดาสิ่งอำนวยความสุขให้ลูก
…อย่างนั้นเป็นความสุขสบาย…ไม่ใช่ความสุขอย่างที่จะพูดถึงต่อไปนี้แน่ๆ คะ

'สุข' แบบนี้ หมายถึง การเป็นคนมีความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งพาวัตถุ พอใจในสิ่งที่ตัวเป็น ในสิ่งที่ทำอยู่…อยู่ไหนทำอะไรก็มีความสุข

คนจะเติบโตเป็นอย่างนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ ยิ่งในยุคที่อะไรๆ ก็ต้องพึ่งพาวัตถุและเทคโนโลยีไปหมด อย่างที่คุณหมอประเวศ วะสี เคยกล่าวถึงเด็กยุคโกลโบไลเซชั่นว่า…"ทุกข์ง่าย สุขยาก"…

อย่าว่าแต่เด็กเลยค่ะ ผู้ใหญ่อย่างเราๆ แค่ไฟ (ฟ้า) ดับ น้ำ (ประปา) ไม่ไหลชั่วข้ามคืนก็ทุกข์จะแย่แล้ว

สอนลูกให้สุขง่าย ทุกข์ยาก

การรู้จักมีความสุข จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พ่อแม่ต้องปลูกสร้างให้ลูก เพราะถ้าเลี้ยงลูกให้คอยแต่จะพึ่งสิ่งอำนวยความสุขสบาย หากวันใดขาดหรือหาไม่ได้ก็จะทุกข์ หรือไม่ก็ต้องพยายามทำทุกอย่างไม่ว่าดีหรือร้ายให้ได้มาเพื่อความสุขนั้นแล้วความสุขชนิดนี้ ได้เท่าไรก็ไม่เคยพอเสียด้วยสิ

ความสุขที่ลูกสร้างเองได้จะยั่งยืน แบบเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง นั่นละค่ะ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใดก็ยังมีความสุขได้ คุณลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ต้องปลูกสร้างกันตั้งแต่เล็กค่ะ เริ่มตั้งแต่เติบโตมาในครอบครัวที่สงบสุข พ่อแม่รักใคร่กันดี ได้รับความรัก ความอบอุ่นใกล้ชิดจากพ่อแม่ ได้รับการตอบสนองทางกาย และใจอย่างเหมาะสม เช่น เมื่อหิวก็มีคนป้อนอาหารให้ เมื่อกลัวก็ได้รับการปลอบประโลม เป็นต้น จนเกิดความรู้สึกไว้วางใจในสิ่งแวดล้อม เมื่อโตขึ้นมาหน่อย อยากทำอะไรก็ได้มีโอกาสทำจนสำเร็จ ได้เล่นอย่างเพลิดเพลิน ได้รับคำชมเชย หากเด็กเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมอย่างนี้ ไม่ว่าเกิดมาในครอบครัวรวยหรือจน ก็จะเป็นเด็กที่มีความสุขได้เหมือนๆ กัน

…พื้นฐานที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ
ทีนี้เมื่อลูกโตขึ้น ต้องไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอกที่สิ่งแวดล้อมแตกต่างไปจากบ้านที่สงบสุขมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสังคมโลกโกลโบไลซ์ที่รีบเร่ง แข่งขัน มีหลายสิ่งทีเดียวที่ทำให้เด็กวัยนี้ไม่มีความสุข เผชิญกับความเครียด ความกดดัน เกิดความทุกข์ วิตกกังวล เด็กที่มีพื้นฐานเป็นคนมีความสุขอยู่ดีๆ อาจหมดความสุขขึ้นมาเฉยๆ ซะก็ได้ เด็กที่ไม่มีความสุขอยู่แล้วมาเจอความกดดันแบบนี้เข้า อาจเป็นทุกข์ถึงขั้นฆ่าตัวตายอย่างที่เป็นข่าวก็มี

เด็กในวัยเริ่มจะเป็นวัยรุ่นมีเรื่องที่ทำให้หมดความสุขจนถึงกับเป็นทุกข์หลายเรื่องด้วยกันค่ะ

เรื่องเรียน ระบบการศึกษาที่แข่งขันกันมาก ในวัยประถมปลายขึ้น ม.1 เด็กต้องหาที่เรียนใหม่ มีการสอบเข้า และการเรียนยากขึ้นเมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษา เป็นระดับชั้นที่พ่อแม่เริ่มเคี่ยวเข็ญกับลูกมากขึ้น เพราะกลัวลูกจะเอ็นทรานซ์ไม่ได้

เรื่องเพื่อน โดยธรรมชาติของวัยที่แสวงหา ต้องการเป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนวัยเดียวกัน เริ่มสนใจและต้องการเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม และค่านิยมของสังคมที่ให้คุณค่ากับความสวยความหล่อ คนเก่ง การมีสิ่งของเครื่องใช้ที่ทันสมัย ทำให้เด็กที่ไม่มีในสิ่งเหล่านี้ได้รับความกดดัน โดยเฉพาะเด็กที่มีพื้นฐานจิตใจที่ไม่มีความสุขอยู่แล้วจะเปราะบางต่อเรื่องนี้ค่อนข้างมาก

ความเปลี่ยนแปลงภายใน ในช่วงวัย 10-12-13 ปี นี้เป็นวัยเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่วัยรุ่น ทำให้เด็กวัยนี้อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ บางทีน้ำตาร่วงได้ง่าย หรือไม่ก็รู้สึกเบื่อ ไม่อยากทำอะไรขึ้นมาเฉยๆ

เราสามารถช่วยให้ลูกวัยนี้มีความสุข และฝึกให้ตัวเองเป็นคนมีความสุขได้ง่าย ด้วยวิธีเหล่านี้ค่ะ
1. เรียนรู้อารมณ์ตนเอง สอนลูกให้สังเกตอารมณ์ต่างๆ ของตัวเอง เช่น "ลูกกำลังโกรธแม่ใช่ไหม" "หนูกำลังหัวเสียเรื่องอะไรลูก" "ลูกอายหรือ" "ลูกรักแม่ไหมคะ" "ทำไมลูกเกลียดเขาล่ะ" "ลูกเสียใจมากหรือ" "กำลังเครียดอยู่หรือเปล่า"

2. ควบคุมอารมณ์ตัวเอง เมื่อลูกแสดงอารมณ์ต่างๆ บอกลูกว่า เขาไม่ผิดที่รู้สึกหรือแสดงอารมณ์เช่นนั้น แต่ไม่ควรแสดงออกอย่างไม่สมควร เช่น ขว้างปาข้าวของ ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่น

3. ผ่อนคลาย เมื่อลูกตกอยู่ในความทุกข์ หัวเสีย ไม่สบายใจ พยายามอย่าให้ลูกตกอยู่ในอารมณ์นั้นเนิ่นนานเบี่ยงเบนความสนใจลูกไปเรื่องอื่นที่สนุกสนาน ผ่อนคลาย สร้างบรรยากาศในบ้านด้วยอารมณ์ขันอยู่เสมอ

4. มองโลกในแง่ดี สอนลูกให้มองเหตุการณ์ เรื่องราวบุคคลต่างๆ หลากหลายแง่มุม และเน้นให้มองในแง่ดีไว้ก่อน ซึ่งทำให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ไม่ท้อถอยง่าย มีความหวังที่จะแก้ปัญหาหรือทำอะไรให้สำเร็จ

5. เก็บดอกไม้รายทาง ในการทำสิ่งที่ยาก หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก สอนลูกให้รู้จักชื่นชมสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น ครอบครัวอาจกำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ แต่เด็กๆ ก็ยังมีความสุขได้ ถ้าพี่น้องแบ่งของเล่นกัน พ่อแม่ลูกช่วยกันทำกับข้าว หาเรื่องสนุกๆ มาเล่าสู่กันฟัง ฯลฯ

6. มีกิจกรรมหรืองานอดิเรก พยายามหาสิ่งที่ลูกชอบมาให้ลูกทำ จนกลายเป็นงานอดิเรก เช่น อ่านหนังสือ ทำงานฝีมือ งานประดิษฐ์ งานศิลปะ เพราะการจดจ่อกับสิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างความสุขให้คนทำ

7. ชื่นชมตัวเอง คนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองจะมีความสุข แต่เด็กๆ จะรู้จักชื่นชมตัวเองก็ต้องเริ่มจากการได้รับความชื่นชมจากพ่อแม่ คนรอบข้าง หรือไม่ก็เกิดจากความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองทำ ดังนั้นพ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกทำในสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเขาเองให้มากที่สุด คอยชื่นชม ให้กำลังใจเขา และชี้ให้ลูกเห็นข้อดีในตัวเอง
สิ่งเหล่านี้พ่อแม่ต้องคอยหมั่นเติมลงในตัวลูก จนกลายเป็นทักษะและซึมลึกอยู่ในตัวตน อาจเป็นคุณลักษณะที่ไม่เห็นผลชัดแจ้งอย่างความเก่ง แต่คราใดเกิดวิกฤตขึ้นในชีวิตนั่นแหละ คนที่มีเนื้อในเป็นคนมีความสุข จะสามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้อย่างสวยงาม อีกทางหนึ่ง 'ความสุข' เป็นตัวช่วยสำคัญให้คนเก่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้ในที่สุด


(update 16 กุมภาพันธ์ 2004)
[ ที่มา.. life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 93 ธันวาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600