13 คำถาม เพิ่มเทคนิคปรุงและเตรียมมื้อหม่ำให้เจ้าตัวเล็ก



1. ส่วนใหญ่จะซื้ออาหารให้ลูกตามซูเปอร์มาเก็ตเพราะสะดวกกว่า แต่จะทราบได้อย่างไรว่า อาหารที่จะซื้อให้ลูกนั้นสดจริงๆ

โชติรัตน์/เพชรบุรี

อาหารกระป๋องสิ่งแรกที่ต้องดูเลยก็คือวันผลิต และวันหมดอายุ เลือกเนื้อสัตว์ที่กดดูแล้วรู้สึกว่าเนื้อยังแข็งอยู่ สีชมพูอ่อน ไม่มีกลิ่น (ไม่ใช่เนื้อสัตว์ที่แช่แข็ง) ก็ใช้ได้ ถ้าเป็นเนื้อปลาควรเลือกที่ตาใส เหงือกแดง เกล็ดต้องไม่ถลอก ผักเมื่อซื้อมาแล้วก็นำมาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนใส่กล่องหรือถุงพลาสติก เก็บไว้ในตู้เย็นอย่าให้เกิน 2 วัน แต่ถ้าซื้อวันต่อวันได้ก็จะยิ่งดี เพื่อคงไว้ซึ่งคุณค่าอาหาร อาหารที่ซื้อมาควรกินได้ทั้งครอบครัว อย่างวันนี้จะทำผัดผักบุ้ง ก็อาจแบ่งใบผักบุ้งส่วนหนึ่งมาต้มให้ลูกเป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กเล็กได้ คือหาอะไรที่กินกันได้ทั้งครอบครัว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเหลือเก็บไว้ ลูกก็จะได้กินแต่ของสดและเป็นการประหยัดเงินด้วย

2. ควรเลือกซื้อภาชนะใส่อาหารแบบไหนให้ลูกดีค่ะ

เจนจิรา/นนทบุรี

ปัจจุบันในท้องตลาด มีภาชนะสำหรับใส่อาหารของเด็กมากมายและหลากหลาย ควรเลือกที่ทนความร้อน ไม่ควรเลือกแบบพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพ สีฉูดฉาด หรือแบบที่แตกง่าย ควรเลือกพลาสติกอย่างหนาหรือเมลานีน ถ้าเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยก็อาจจะเลือกสีสันและลวดลายที่ลูกสนใจ อาจจะเป็นลายการ์ตูนน่ารักๆ ที่ลูกชอบ เพื่อจูงใจให้ลูกอยากกินอาหารมากขึ้น

3. ภาชนะที่ใส่อาหารของลูกจำเป็นต้องฆ่าเชื้อทุกครั้งหรือไม่ แล้ววิธีไหนปลอดภัยที่สุด

อัญชลี/นครนายก

กรณีที่เป็นเด็กอ่อน ก็อาจต้องลวกน้ำร้อนหรือต้มในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อสักนิด เพราะเด็กอ่อนยังมีภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ แต่ถ้าเป็นเด็กโตคงไม่จำเป็นถึงกับต้องฆ่าเชื้อ เพราะปัจจุบันนี้มีน้ำยาทำความสะอาดภาชนะอยู่แล้ว การใช้น้ำยาต้องล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง สิ่งสำคัญก็คืออาหารที่ทำให้ลูกนั้นต้องสุกและสะอาดที่สุด

4. ลูกชายวัย 1 ขวบ ชอบอมข้าว ป้อนแต่ละครั้งจะใช้เวลานานเป็นชั่วโมง ปัญหานี้แก้ได้อย่างไรคะ

นงนุช/นครปฐม

การฝึกลูกนั้นต้องฝึกตั้งแต่ยังเด็ก พอลูกนั่งโต๊ะได้เราจับเขานั่งกินกับพ่อแม่ ให้เด็กหัดตักอาหารกินด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ กำหนดเวลาในการกินแต่ละครั้งว่าไม่ควรเกิน 30 นาที จะหกเลอะเทอะก็ไม่เป็นไรปล่อยให้ลูกได้กินเอง พอถึงเวลาที่กำหนดไว้ไม่ว่าลูกจะกินมากกินน้อยก็ให้หยุดทันที เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ว่าถึงเวลากินข้าวต้องกินตามกำหนดเวลา การวิ่งตามป้อนข้าวลูกเป็นชั่วโมงนั้นไม่ถูกต้อง กินข้าวแล้วก็ตามด้วยผลไม้ ไม่ควรให้ลูกกินอาหารชนิดอื่น เช่น ขนมขบเคี้ยว นม ก่อนกินข้าว

5. การอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟสามารถทำได้หรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไร

กรกนก/กรุงเทพฯ

สามารถทำได้ค่ะ ถ้าคุณแม่นำอาหารแช่ไว้ในตู้เย็น ต้องใส่ในภาชนะที่ปกปิดอย่างดี เอาออกจากตู้เย็นก่อนเวลาเพื่อให้ความเย็นคลายตัว ยกตัวอย่างถ้าให้ลูกกินตอน 12.00 น. ประมาณ 11.30 น. จึงนำอาหารออกมาจากตู้เย็น แล้วค่อยเอาเข้าอุ่นในไมโครเวฟ กะเวลาตามปริมาณและขนาดของอาหาร ถ้าเป็นหมูหรือไก่ชิ้นใหญ่ๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลามากหน่อย คงกำหนดเป็นเวลากี่นาทีไม่ได้ คุณแม่สามารถเช็กเวลาได้จากลักษณะของอาหาร ไมโครเวฟอาจจะฆ่าเชื้อได้ไม่ทั่วถึง จึงควรตรวจสอบว่าอาหารได้ผ่านความร้อนทั่วถึงแล้ว

6. เนื่องจากดิฉันต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ในตอนกลางวันจะมีพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลลูกดิฉันจะใช้วิธีทำอาหารแช่ตู้เย็นไว้ให้ลูก พอถึงเวลาก็ให้พี่เลี้ยงนำมาอุ่น อยากถามว่าการเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นนานๆ สามารถทำได้หรือไม่ และระยะเวลาในการเก็บนั้นมากน้อยเพียงใด

สมศรี/สมุทรปราการ

อาหารเสริมสำหรับเด็กเล็กไม่ควรทำทิ้งไว้เกิน 1 วัน ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทำทุกมื้อ เพื่อให้เด็กได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารที่หลากหลาย ไม่สนับสนุนการทำอาหารชนิดเดียว และครั้งเดียวให้ลูกกินทั้งวัน เพราะลูกจะขาดสารอาหารที่ไม่มีในอาหารวันนั้น ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลาจริงๆ ต้องไปทำงานนอกบ้านอนุโลมให้เตรียมอาหารให้ลูกทั้งวันได้ แต่ทำแยกเป็นมื้อๆ เช่น มื้อเช้าอาจจะเป็นข้าวกับตับใส่ใบตำลึง มื้อเที่ยง ข้าวไก่บดฟักทอง มื้อเย็นข้าวกับใบผักบุ้งหมูบด จะดีกว่าทำชนิดเดียวแล้วให้ลูกกินทั้งวันค่ะ

7. ปัจจุบันลูกอายุ 9 เดือน กินอาหารได้ตามปกติ แต่ไม่ยอมกินน้ำผลไม้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยชอบลองเปลี่ยนน้ำผลไม้มาหลายชนิดก็ยังไม่ยอมกิน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรและจะมีวิธีใดบ้างที่ให้ลูกกลับมากินน้ำผลไม้ได้เหมือนเดิม

คุณชุลีพร/กรุงเทพฯ

เด็กอายุ 9 เดือน ควรให้กินผลไม้สดได้แล้ว เพราะนอกจากจะเป็นการฝึกลูกในเรื่องของการเคี้ยวอาหาร ผลไม้สดยังมีใยอาหาร ซึ่งจะช่วยในการขับถ่าย เด็กที่กินนม ผลไม้ และผัก เนื้ออุจจาระจะนุ่ม ขับถ่ายได้สะอาด น้ำผลไม้ไม่จำเป็นแล้วค่ะ คุณแม่อาจจะนำผลไม้สดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทำเป็นฟรุตสลัด หรือผสมไอศกรีม หรือตัดเป็นท่อนให้เด็กกินเล่นได้ เพื่อจูงใจให้ลูกกินมากขึ้น

8. ขอคำแนะนำถึงวิธีล้างผักอย่างไรให้สะอาด และปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง หรือสารพิษตกค้างอื่นๆ

ยุพา/ลพบุรี

วิธีการ ลดได้ (%)
ปอกเปลือก ล้างน้ำ 1-2 ครั้ง72
แช่น้ำปูนใส 10 นาที ล้างน้ำ52
ใช้น้ำร้อนลวก50
แช่น้ำสะอาดนาน 10 นาที ล้างน้ำซ้ำ48
แช่น้ำด่างทับทิม 10 นาที ล้างน้ำ43
ล้างน้ำไหลจากก๊อก 10 นาที39
แช่ด้วยน้ำซาวข้าว 10 นาที38
แช่ด้วยน้ำส้มสายชูหรือเกลือป่นผสมน้ำ 10 นาที ล้างน้ำ36
แช่น้ำยาล้างผัก 10 นาที ล้างน้ำซ้ำ29

9. ตอนนี้ลูกอายุ 4 เดือน กำลังจะลองให้กินน้ำผลไม้ อยากทราบว่าจะคั้นน้ำผลไม้อย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคและปราศจากรสขม

รุ่งลาวัลย์/อยุธยา

เวลาที่จะคั้นน้ำผลไม้ให้ลูกควรล้างให้สะอาด ผลไม้ชนิดไหนที่ปอกเปลือกได้ก็ปอกเปลือกออกก่อน เพราะที่เปลือกอาจมีสารพิษตกค้างอยู่ ต้องล้างให้สะอาดก่อนแล้วทิ้งไว้ให้แห้งจึงค่อยนำมาคั้นให้ลูก การให้น้ำผลไม้ครั้งแรกแก่เด็กควรให้ประมาณ ?-1 ช้อนชา เด็กเล็กๆ ให้แบบคั้นสดได้ แต่ถ้าเป็นเด็กโตขึ้นมาควรดื่มจากแก้วหรือใช้หลอดดูด ไม่เห็นด้วยนะคะที่เอาน้ำผลไม้ใส่ขวดให้ลูกดูด พอลูกอายุ 8-9 เดือนขึ้นไปพอถือกินได้ ก็ทำเป็นชิ้นแท่งเล็กๆ ให้ลูกถือกิน เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการในการเคี้ยวอาหารแข็งขึ้น

10. ปัจจุบันลูกอายุ 9 เดือน ไม่ยอมกินผัก พอรู้ว่าเป็นผักจะคายออกมาทันที จะมีเทคนิคหรือวิธีไหนบ้างคะที่จะช่วยให้ลูกยอมกิน

วัชรพรรณ/เลย

จากประสบการณ์ที่พบสาเหตุหนึ่งที่เด็กไม่กินผัก เป็นเพราะเมื่อตอนที่คุณแม่เริ่มอาหารเสริมให้ลูก ไม่เคยให้ลูกได้เคี้ยวเลย คือปั่นหรือบดอาหารให้เละมาตลอด ดังนั้นลูกก็เลยเคี้ยวอาหารแข็งๆ ไม่เป็น ถ้าเป็นเช่นนี้คุณแม่ลองเริ่มด้วยผักนิ่มๆ ก่อน เช่น ฟักทอง แครอต มันฝรั่ง นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ผสมลงไปในอาหารที่ลูกชอบ โดยเริ่มทีละน้อยๆ หรือถ้าเป็นใบผัก เช่น ตำลึง ผักบุ้ง ก็อาจจะนำไปชุบแป้งทอดแล้วให้ลูกจิ้มกินกับซอสมะเขือเทศ หรืออาจจะหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในไข่ตุ๋น ไข่เจียว ควรเริ่มด้วยผักที่นุ่มๆ ก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือพ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่าง นั่งโต๊ะกินด้วยกัน และให้กำลังใจ ชักชวนให้ลูกกินพร้อมกับพ่อแม่ด้วย

11. 11.ลูกสาววัย 7 เดือน มักอาเจียนเวลากินอาหาร ส่วนใหญ่จะอาเจียนในมื้อเย็น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แก้ไขอย่างไรดีคะ

รวีวรรณ/กรุงเทพฯ

ก่อนอื่นต้องดูว่าลูกไม่สบายหรือเปล่า บางครั้งสาเหตุที่ลูกอาเจียนก็อาจมาจากการเจ็บป่วย ไม่สบาย มีเม็ดขึ้นที่คอ คันคอ หรือเด็กบางคนพอให้กินอาหารที่ไม่ชอบก็จะอาเจียน กินมากเกินไปก็ทำให้อาเจียนได้ มีเรื่องทางด้านจิตใจ เช่น ถ้าเด็กไม่ชอบแล้วพ่อแม่ไปบังคับให้กิน อิ่มมากไปก็จะอาเจียนออกมาได้เลย ฉะนั้นถ้าดูแล้วว่า ลูกไม่ได้มีความเจ็บป่วยทางร่างกายก็อาจจะมีสาเหตุจากจิตใจ ก็อย่าบังคับให้เด็กกิน คือถ้าอิ่มก็ต้องอิ่มทันที

12. ขอทราบวิธีเลือกซื้อไข่ค่ะ เพราะลูกสาวอายุ 11 เดือน ชอบกินไข่ สารพัดไข่ ไม่ว่าจะเป็นต้ม ไข่เจียว ไข่ดาว กินได้หมด (ไม่ได้ให้ลูกกินแต่ไข่อย่างเดียวจะมีอาหารชนิดอื่นสลับกันไป) และเมื่อซื้อไข่มาแล้วควรเก็บอย่างไร

กัญญารัตน์/สงขลา

เวลาเลือกไข่ควรเลือกที่ผิวนวล ถ้าไข่ไม่มีนวลเลยแสดงว่าไข่เก่า เลือกดูเปลือกไข่ที่สะอาดไม่มีอุจจาระ และสิ่งสดปรกอื่นๆ ติด ล้างให้สะอาดเช็ดให้แห้งแล้วเก็บในตู้เย็นในช่องเก็บไข่ที่ฝาตู้เย็น เวลาเก็บให้เอาทางแหลมลง จะทำให้ไข่ทรงตัวอยู่ได้ดี แต่อย่างไรก็ไม่ควรเก็บนานนัก ไข่ใหม่เวลาตอกไข่แดงจะกลม ถ้าเป็นไข่เก่า ไข่ขาวกับไข่แดงจะแบน ถ้าเปลือกไข่แตก หรือบุบไม่ควรให้ลูกกินเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อเซลโมน่าปนเปื้อนอยู่ได้ ถ้าทำไม่สุกเชื้อไม่ตายเวลาที่ลูกกินเข้าไปอาจทำให้ท้องเสียได้

13. วันหยุดสุดสัปดาห์ครอบครัวเรามักจะพากันไปเที่ยวนอกบ้าน ส่วนใหญ่จะเตรียมอาหารไปกินเอง เพราะลูกยังเล็ก ยังไม่อยากให้กินอาหารนอกบ้าน อยากทราบถึงวิธีเก็บอาหารให้อยู่ได้นานๆ

วันดี/กรุงเทพฯ

อาหารที่จะเตรียมไว้ต้องทำให้สุกดีก่อน เก็บในภาชนะที่สะอาดมีฝาปิด ปัจจุบันมีปิ่นโตเก็บความร้อน ความเย็น ที่เก็บอาหารไว้ได้นาน หรือถ้าเป็นไปได้ก่อนที่จะนำมาให้ลูกกินก็อุ่นอีกครั้ง เทคนิคอีกอย่างหนึ่งก็คือเลือกอาหารที่เสียยาก เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวผัด แซนด์วิช ฯลฯ ยังไม่ต้องใส่ผักเพราะผักจะมีน้ำแฉะๆ ทำให้อาหารเสียง่าย ถ้าอยากให้ลูกกินผักก็เตรียมแยกไว้ต่างหาก พอถึงเวลาจะให้ลูกกินก็ค่อยนำมาใส่ ถ้าลูกโตพอที่จะกินอาหารนอกบ้านได้แล้วก็ควรให้เขาได้ลองบ้าง

(update 9 พฤศจิกายน 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 253 กุมภาพันธ์ 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600