อาหารเป็นพิษ รับมือง่ายกว่าที่คิด


เรื่องอาหารเป็นพิษดูจะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราเองอาจประสบอยู่บ่อยๆ ยิ่งกับลูกน้อยแล้วอาการแบบนี้เกิดขึ้นได้ และอาจรุนแรงกว่าที่เราต้องเผชิญก็ได้นะคะ เพราะเด็กเล็กเขาทนภาวะขาดน้ำได้ไม่มากเท่าเรา ซึ่งอาการของอาหารเป็นพิษส่วนใหญ่จะมีอาการท้องเสีย หรืออาเจียน หรือทั้งสองอาการควบคู่กันไป

แต่ถ้าอาการดังว่า มีอาการไข้ขึ้นสูง รวมทั้งถ่ายจนมีมูกหรือมูกปนเลือดร่วมด้วยแล้ว อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าอาหารเป็นพิษค่ะ แต่จะเรียกว่าลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในอาหารที่กินเข้าไป ฉะนั้นก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ควรแยกแยะให้ออกก่อนว่าอาการที่ลูกกำลังเป็นอยู่นั้น คืออาหารเป็นพิษหรือลำไส้อักเสบกันแน่

  • อาหารเป็นพิษ

คุณหมอสุภาพรรณ ตันตราชีวธร กุมารแพทย์ด้านโภชนาการเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาลกล่าวว่า อาหารเป็นพิษคืออาการที่เกิดจากการกินอาหารที่มีพิษของเชื้อโรคเข้าไปเช่น พิษของเชื้อ Staphylococcus aureus, E.coli, Clostridium botulism, Bacillus cereus เมื่อเรากินอาหารที่มีพิษของเชื้อเหล่านี้เข้าไปแล้ว ระยะฟักตัวจะเร็ว ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ลักษณะถ่ายเหลวเป็นน้ำ แต่ไม่มีไข้

อย่างไรก็ดี อาหารเป็นพิษมักจะเป็นเร็ว และหายเร็ว พอร่างกายขับพิษออกมา ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายหรืออาเจียน หลังจากนั้นอาการจะหายเป็นปลิดทิ้งได้ ซึ่งอาการท้องเสีย หรืออาเจียนจากอาหารเป็นพิษจะเป็นเพียง 1-2 วัน ช่วงนี้ควรให้ลูกกินยาแก้อาเจียน และดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยน้ำที่เสียไป ไม่จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อค่ะ ที่สำคัญไม่ควรให้ลูกกินยาระงับการขับถ่ายหรือยาแก้ท้องเสีย เพราะจะยิ่งทำให้สารพิษอยู่ในร่างกายนานขึ้น อาการต่างๆ จะหายช้าลงค่ะ

การดูแลเด็กที่มีอาการของอาหารเป็นพิษ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกกินยาแก้อาเจียนและดื่มน้ำเกลือแร่ ชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป ระหว่างนั้นควรสังเกตว่าลูกมีอาการขาดน้ำหรือไม่ อาการของการขาดน้ำได้แก่ ปากแห้ง กระบอกตาลึก กระหม่อมบุ๋ม ชีพจรเต้นเร็วและปัสสาวะน้อยลง ถ้าลูกไม่มีการขาดน้ำคุณพ่อคุณแม่อาจดูแลที่บ้านเองได้ แต่ถ้าลูกมีอาการแสดงของการขาดน้ำควรรีบพาลูกไปหาหมอนะคะ ถ้าอาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เราควรให้ลูกดื่มน้ำเกลือแร่ต่อไป และพยายามให้ลูกดื่มนมทีละน้อยๆ แต่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้อาเจียน ควรให้กินอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม จะดีกว่าอาหารแข็งๆ ที่ย่อยยากค่ะ


  • ลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในอาหาร

ลองสังเกตอาการดูนะคะ ถ้าเผื่อลูกเราเกิดท้องเสียฉับพลันหรืออาเจียน ซึ่งเป็นอาการคล้ายคลึงกับอาการของอาหารเป็นพิษ แต่กลับมีไข้เพิ่มเข้ามาด้วย และถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือด อย่างนี้ถือว่าลูกเราติดเชื้อโรคจำพวก Salmonella หรือ Shigella ให้แล้วล่ะค่ะ ซึ่งจะมีอาการรุนแรงกว่าอาหารเป็นพิษ ทางที่ดีควรรีบพาลูกไปหาหมอรับยาฆ่าเชื้อ เพื่อยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรคเป็นการด่วนค่ะ


  • อาหารที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • ระวังสลัดจานใหญ่ที่ราดมายองเนสเสียเยิ้ม เพราะข้างในอาจแฝงไปด้วยพิษของเชื้อโรคต่างๆ อยู่
  • ผัก ผลไม้สดๆ ที่ล้างไม่สะอาด รวมทั้งเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนไปด้วยพิษของเชื้อโรค
  • ควรกินไข่ที่สุกเท่านั้น
  • กุ้ง หอย เช่น หอยแมลงภู่
  • น้ำผลไม้ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • ถั่วงอก
  • นมสดที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อและเนยแข็ง
  • อาหารกระป๋องที่หมดอายุ

  • ถ้าไม่อยากอาหารเป็นพิษ...

  • ควรล้างมือด้วยน้ำสบู่ก่อนและหลังทำกับข้าวเสร็จ
  • ไม่ควรวางอาหารสด หรือผักผลไม้ทับรอยที่เนื้อสดๆ หรือไข่สดๆ วางไว้ก่อนหน้านี้ เพราะเชื้อโรคจากเปลือกไข่ หรือจากเนื้อสัตว์อาจหลุดเข้ามาปะปนในอาหารนั้นๆ ได้
  • ไม่ควรทิ้งเนื้อสดๆ ไว้นอกตู้เย็น เพราะอุณหภูมิที่ร้อนจะเร่งให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
  • อย่าวางเนื้อสดๆ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู หรือปลาบริเวณชั้นบนของตู้เย็น เพราะน้ำจากเนื้อสดๆ อาจหยดลงมาใส่อาหารอื่น
  • ล้างผักและผลไม้ด้วยน้ำไหล ถ้าแช่ด่างทับทิมได้ควรแช่ไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งค่ะ
  • ทุกครั้งที่ใช้เขียงเสร็จ ควรขัดให้สะอาด ตามด้วยล้างน้ำอุ่นๆ
  • หมั่นซักผ้าปูโต๊ะ 3 ครั้งต่ออาทิตย์ และควรหมั่นทำความสะอาดฟองน้ำล้างจานให้สะอาดอยู่เสมอ

  • ปรุงเนื้อสัตว์กี่นาทีกว่าจะสุก ?

เนื้อสัตว์ต่างๆ สุกไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อและความหนาของชิ้นเนื้อที่เราหั่น แต่ตามหลักการแล้วเนื้อวัวจะสุกยากที่สุด รองลงมาคือเนื้อหมูและไก่ ซึ่งจะสุกใกล้เคียงกัน สุดท้ายคือเนื้อปลาจะสุกง่ายที่สุด

นอกจากนั้นขนาดของชิ้นเนื้อ ยิ่งหนาใหญ่ยิ่งสุกได้ยากกว่าชิ้นเนื้อบางๆ ส่วนกรรมวิธีในการปรุง ได้แก่ การต้มหรือนึ่ง จะใช้อุณหภูมิประมาณ 100 องศาฯ ส่วนการทอดหรือย่าง อุณหภูมิจะสูงกว่า 100 องศาฯ ดังนั้นการทำอาหารให้สุกโดยวิธีต้มในน้ำเดือด ทอด ย่างหรือนึ่งโดยใช้เวลา 5-10 นาทีขึ้นไป ก็ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะว่าเนื้อที่เรากำลังทำกับข้าวอยู่นั้นจะไม่สุกดี


  • เด็กต่างวัยรับมืออาหารเป็นพิษต่างกันไหม

อาการจะเหมือนกัน แต่เด็กเล็กอาจจะทนกับภาวะขาดน้ำได้น้อยกว่าเด็กโต ดังนั้นพ่อแม่ต้องให้น้ำเกลือแร่กับเด็กเล็กเร็วกว่าเด็กโต อย่างไรก็ดีอาการของอาหารเป็นพิษจะรุนแรงมากน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่กินเข้าไป ถ้าคนกินมากจะมีอาการรุนแรงกว่าคนที่กินน้อย และคนที่ร่างกายแข็งแรงจะทนต่อการขาดน้ำได้ดีกว่าค่ะ


เชื้อโรค อาหาร อาการ วิธีรักษา
Staphylococcus
aureus
พบมากในเนื้อสัตว์ แฮม มันฝรั่ง สลัดไข่ แซนด์วิช อาการที่พบคือท้องเสีย อาเจียน มักเกิดอาการภายใน 1-6 ชั่วโมง หลังกินอาหาร ให้กินยาแก้อาเจียน และดื่มน้ำเกลือแร่
E.coli พบมากในผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาการที่พบคือท้องเสีย อาเจียน มักเกิดอาการภายใน 1-4 วันหลังกินอาหาร ให้กินยาแก้อาเจียน และดื่มน้ำเกลือแร่
Botulism ส่วนใหญ่จะพบในอาหารกระป๋องที่หมดอายุ หรือในเนยแข็ง น้ำผึ้ง ผักสด อาการที่พบคือท้องเสีย อาเจียน มักเกิดอาการใน 12-48 ชั่วโมง หลังกินอาหาร ให้กินยาแก้อาเจียน และดื่มน้ำเกลือแร่
Salmonella ส่วนใหญ่จะพบในไข่ที่ปรุงไม่สุกหรือเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก หรือน้ำส้มคั้นที่ใส่ขวดเอาไว้ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ อาการจะรุนแรงกว่าอาหารเป็นพิษ คือมีไข้ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายมีมูกได้ ควรพบหมอ
Shigella ส่วนใหญ่มักจะมีในผัก ผลไม้ อาการจะรุนแรงกว่าอาหารเป็นพิษคือ มีไข้ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายมีมูกเลือด ควรพบหมอเพื่อรับยาฆ่าเชื้อ


เรื่องอาหารเป็นพิษเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวลูกเรามากเลยนะคะ แต่ถ้าอย่างน้อยพยายามปรุงอาหารให้สะอาดและสุกอยู่เสมอ รวมทั้งหมั่นล้างมือทั้งก่อนและหลังกินข้าว ล้างพืชผักผลไม้ด้วยวิธีให้น้ำไหลผ่าน และเลือกอาหารที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาอย่างดี รับรองได้ค่ะ ว่าอาหารเป็นพิษไม่อาจกล้ำกรายสู่ลูกของเราได้อย่างแน่นอน


(update 24 สิงหาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 252 มกราคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600