พวกเรารู้สึกกันบ้างไหมครับว่านับวันช่องว่างระหว่างประเทศรวยกับประเทศจน
ก็จะยิ่งห่างออกจากกันมากขึ้น ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศพัฒนาแล้ว
ก้าวหน้าไปด้วยความเร่งจนกระทั่งประเทศกำลังพัฒนาก้าวตามไม่มีทางทัน
ความยากจนของประเทศกำลังพัฒนา กำลังสร้างปัญหาเรื่องประชากรลดประสิทธิภาพการทำงานลง
สิ่งหนึ่งที่สร้างปัญหาคือ สุขภาพทางกายของประชากรมักมีปัญหา ประชากรต้องประสบกับสารพัดโรค
ในขณะที่ประเทศกลับขาดงบประมาณในการต่อสู้กับโรคร้าย ตัวอย่างง่ายๆ ก็อย่างเช่นโรคเอดส์ไง
งบประมาณในการต่อสู้กับโรคเอดส์สูงมหาศาล ประเทศกำลังพัฒนานอกจากจะหางบประมาณมาต่อสู้กับโรคไม่ได้แล้ว
ยังขาดศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีต่อสู้กับโรค ซ้ำร้ายการระบาดของโรคยังมากกว่า
โรคแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าในโลกพัฒนา
กลุ่มประเทศที่ประสบปัญหากับโรคเอดส์รุนแรงที่สุด คือกลุ่มประเทศในแอฟริกา
รองลงมาคือเอเชีย ซึ่งในที่นี้มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นประเทศยากจนเป็นส่วนใหญ่
เจอะเจอสภาพอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นักวิทยาศาสตร์เขาจึงได้เชื่อว่าอีกไม่นานหรอก
ประเทศยากจนคงต้องเจอสภาพประชากรด้อยคุณภาพ ถึงวันหนึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการลดประชากรเอาก็ได้
หากเป็นแต่ก่อน วิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้พวกเรามักจะคิดไปถึงเรื่องการศึกษา
อย่างเช่นการปรับโครงสร้างการศึกษาบ้าง การปฏิรูประบบการศึกษาบ้าง การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองบ้าง
การทุ่มเทงบประมาณไปทางด้านการศึกษาให้มากขึ้นบ้าง เมื่อปรับไปแล้วก็แก้ไขได้บ้างไม่ได้บ้าง
ถึงวันนี้ปรากฏว่าเกิดประเด็นใหม่นั่นคือ ประเด็นทางด้านไอคิวหรือสติปัญญา
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการขององค์การสหประชาชาติ ออกมายืนยันว่า
ช่องว่างด้านไอคิวหรือสติปัญญาระหว่างคนในโลกพัฒนาแล้วกับโลกกำลังพัฒนาหรือโลกด้อยพัฒนา
ชักจะห่างกันมากขึ้นทุกวัน
มีข้อมูลที่น่าสนใจออกมาว่าประชากรในโลกพัฒนาแล้วมีระดับไอคิวโดยเฉลี่ย
สูงกว่าประชากรในโลกกำลังพัฒนา ประชากรมีคนระดับอัจฉริยะมากกว่าขณะที่คนสติปัญญาต่ำน้อยกว่า
ซึ่งนับวันช่วงห่างด้านไอคิวก็จะยิ่งกว้างขึ้น ปัญหานี้นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีรวมทั้งทางสังคมของชาติพัฒนาแล้วก้าวไปได้ไกลด้วยความเร่ง
ในขณะที่การพัฒนาในโลกกำลังพัฒนากลับคลานต้วมเตี้ยมแทบจะเป็นเต่าคลาน
ศาสตราจารย์คัตเบอร์โต การ์ซา (Cutberto Garza) แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนล
และนายเวนกาเตช แมนนาร์ (Venkatesh Mannar) ประธานองค์การ Micronutrient Initiative
ซึ่งเป็นองค์การพัฒนาเอกชนตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกาให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่าปัญหาการขาดสารอาหารประเภทวิตามิน
และเกลือแร่บางตัวเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กๆ ในโลกกำลังพัฒนามีระดับสติปัญญาหรือไอคิวด้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก
นักโภชนาการพบว่า การขาดสารอาหารตัวเล็กๆ อย่างวิตามินและเกลือแร่หลายตัว
ส่งผลให้ประชากรวัยเด็กในชาติกำลังพัฒนาเกิดปัญหาไอคิวลดต่ำลง อย่างเช่น
ปัญหาการขาดธาตุไอโอดีนสามารถทำให้ระดับไอคิวลดลงได้ 10-15 จุด
ปัญหาการขาดไอโอดีนทำให้เด็กที่คลอดออกมาในโลกนี้จำนวนถึง 18 ล้านคนมีสติปัญญาต่ำ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กในประเทศกำลังพัฒนา
การขาดธาตุเหล็กจะทำให้เด็กมีไอคิวลดลงได้ตั้งแต่ 5-7 จุด
เรื่องการขาดธาตุเหล็กนอกจากจะทำให้เด็กมีสติปัญญาลดลงแล้วยังส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงาน
ของผู้ใหญ่ลดลงได้ด้วย
การศึกษาวิจัยในหลายประเทศพบว่าประชากรที่ขาดธาตุเหล็กทำงานได้ลดลง ป่วยบ่อยขึ้น
ทนความหนาวและการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้น้อยลง ลางานบ่อย
ประเทศที่มีปัญหาการขาดเหล็กอาจจะมีผลผลิตมวลรวมของประเทศลดลงได้อย่างน้อยร้อยละ 2
ภาวะการขาดธาตุเหล็กจึงสร้างปัญหาทั้งกับประชากรและเศรษฐกิจ
ภาวการณ์ขาดวิตามินโฟเลตในมารดาส่งผลให้ทารกใน 80 ประเทศ
เกิดมาสมองพิการจำนวนมากกว่า 200,000 คน ในประเทศพัฒนาแล้วมีโครงการเสริมโฟเลต
ลงในอาหารหลักอย่างเช่นในแป้ง ปรากฏว่ามันช่วยทำให้ปัญหาทารกสมองพิการหลังการคลอดลดลงได้มากถึงร้อยละ 20
มีข้อมูลเช่นกันว่าภาวการณ์ขาดวิตามินเอจะส่งผลต่อระดับสติปัญญาของประชากรได้
ปัจจุบันมีข้อมูลว่าประชากรร้อยละ 40 ของประเทศกำลังพัฒนามีปัญหาการขาดธาตุเหล็ก
ร้อยละ 15 ขาดธาตุไอโอดีน ขณะที่ร้อยละ 40 ขาดวิตามินเอ ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้
ขาดงบประมาณเสริมสารอาหารที่ขาดลงในอาหาร เหตุนี้เองที่ทำให้ประชากรของประเทศ
เกิดปัญหาขาดสารอาหารเหล่านี้มากขึ้น ไอคิวของประชากรโดยเฉลี่ยมีระดับลดลง
ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วมีโปรแกรมเสริมวิตามินเสริมเกลือแร่ตั้งมากมายเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ประชาชน
อย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีโปรแกรมเสริมธาตุไอโอดีนในเกลือ เสริมวิตามินเอในน้ำมันพืชและนมผง
เสริมโฟเลตในแป้งและในอาหารอีกหลายชนิดกันมานานหลายปีแล้ว
ที่เขียนบทความเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงแต่อยากจะเตือนทางกระทรวงสาธารณสุข
และรัฐบาลว่าหลังจากที่แก้ปัญหายาเสพติดไปได้มากแล้วก็น่าจะหันมาใส่ใจกับปัญหาประชากร
ขาดโภชนาการกันสักหน่อย
ช่วงเวลาระหว่างการปราบปรามยาเสพติด รัฐบาลทำประชาสัมพันธ์กันหนักหน่วง
ว่ายาเสพติดทำลายสติปัญญาของเยาวชนของชาติ หากวันนี้ในเมื่อได้แก้ปัญหายาเสพติดจนเพลาลงไปมากแล้ว
ก็ขอเตือนให้ทราบว่าปัญหาการขาดสารอาหารหลายตัวในสังคมไทยทำลายสติปัญญาของเด็กๆ
และเยาวชนไทยได้มากยิ่งกว่ายาเสพติดเสียด้วยซ้ำ หากทุ่มงบประมาณลงมาแก้ปัญหาด้านโภชนาการ
ให้มากกว่านี้หน่อยก็น่าจะดีกว่า
(update 10 เมษายน 2004)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 618 วันที่ 5 - 11 เม.ย. 2547 ]
|