รับมือเจ้าหนูกินย้าก…ยาก


ไหน ใครเคยวิ่งตามป้อนข้าวเจ้าตัวน้อย ยกมือขึ้น ฮั่นแน่ ยกมือกันเป็นแถวเลย แต่นี้ไปเรื่อง 'กินยาก' ของลูกจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากเรารู้จักรู้ใจวัยและพัฒนาการ แล้วรับมือลูกได้อย่างถูกต้องค่ะ

แฮ่ก…แฮ่ก โอยเหนื่อยใจค่ะ กว่าจะจัดการเรื่องการกินของเจ้าตัวเล็กได้แต่ละมื้อ เพราะใช้พลังงานไปซะหมดตัว ก็เจ้าลูกรักน่ะกว่าจะอ้ำแต่ละคำ ต้องหลอกล่อกันสารพัด หรือพอเห็นเป็นผักเขียวๆ ก็เบ้หน้าหนี ปฏิเสธไม่ยอมกิน เลือกกินนั่น ไม่ยอมกินนี่ เล่นเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่กังวลใจ กลัวลูกจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ กลัวว่าน้ำหนักตัวจะน้อยไป ฯลฯ

"โตวันโตคืน" ฉบับนี้เลยขอมาทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมรับมือหนูๆ กินยากอย่างสุขใจทั้งคุณพ่อคุณแม่และคุณลูกค่ะ

รู้จักรู้ใจหนูเรื่องกิน

อยากรู้ไหม ทำไมหนูกินยาก เรามาชี้ตัวผู้ต้องหาเป็นรายตัวเลยดีไหมคะ
  • ก็หนูเป็นตัวของตัวเอง เมื่อถึงช่วงอายุประมาณ 2 ขวบ ลูกรักของเราจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เริ่มรู้จักที่จะปฏิเสธ "ไม่ ไม่" และเรื่องการไม่กินนี่น่ะเป็นเรื่องที่ลูกรู้สึกว่าเป็นอิสระ สามารถควบคุมเราได้ ก็เลยแสดงอาการปฏิเสธออกมาค่ะ

  • หนูไม่อยากเสียเวลานี่ ก็ช่วงวัยเตาะแตะน่ะวิ่งคล่องขึ้นกว่าเดิมตั้งแยะเชียว ทำโน่นทำนี่ได้มากมาย หนูก็เลยห่วงเล่นมากกว่า ส่วนเรื่องหิว เรื่องกินเอาไว้ทีหลังเถอะ

  • หนูเจ็บฟัน คันเหงือก บางช่วงที่ฟันของลูกกำลังจะขึ้น หนูก็รู้สึกคันๆ รำคาญๆ ที่เหงือก เลยทำให้พานไม่อยากกินอะไรเลย

  • หนูเบื่ออาหารเดิมๆ ก็มีแต่เมนูซ้ำๆ อาหารแบบเดิมๆ มาตั้งตรงหน้าอยู่ทุกมื้อ (แถมบางทีไม่อร่อย) ก็เลยทำให้หนูไม่ค่อยอยากกินอีกเหมือนกัน

  • บรรยากาศบีบคั้นหัวใจ เวลาหนูกินข้าวแต่ละที คนโน้นคนนี้ก็คะยั้นคะยอให้กิน "อีกคำนะลูก" หรือบางทีก็มาบังคับใจ ดุ ทำหน้ายักษ์จู้จี้หนูให้กิน เมื่อยู่ในบรรยากาศคุกรุ่นแบบนี้ ไม่ใช่แค่เด็กๆ จะกินไม่ลงหรอกค่ะ ผู้ใหญ่ก็คงเช่นเดียวกันแหละ จริงมะ

  • คุณพ่อคุณแม่นั่นแหละเป็นตัวอย่าง (ที่ไม่ดี) ต้นแบบที่เจ้าตัวเล็กถ่ายเอกสารมาเหมือนเด๊ะ นั่นน่ะไม่ใช่ใครหรอกค่ะ ก็เราที่เป็นพ่อเป็นแม่นั่นแหละ เมื่อถึงเวลากินข้าวเราก็เลือกนั่นเขี่ยนี่ เป็นตัวอย่าง (ที่ไม่ดี) ให้ลูกเห็น ลงแบบนี้จะให้หนูรักการกิน (ผักและอื่นๆ อีกมากมาย) หรือเป็นเด็กกินไม่ยากยังไงไหว ใช่ไหมคะ

  • จริงๆ หนูอิ่มแล้วแหละ ใช่เลยค่ะ ก็ให้เจ้าตัวเล็กของเรากินขนม ของว่างมากเกินไป หรือว่าหนูน้อยกินขนมทั้งวัน เพิ่งกินขนมก่อนกินข้าวนิดเดียว อย่างนี้กระเพาะหนูก็เต็ม ไม่มีที่ว่างให้อาหารหลักแล้วค่ะ

  • ตักให้หนูเยอะเกินไป เพราะเราเอาความรู้สึกและความเคยชินส่วนตัวของเรา เข้าไปตัดสินเจ้าตัวน้อยนั่นเอง ความที่กลัวลูกจะไม่อิ่ม กินน้อยแล้วจะไม่โต ประกอบกับเวลาตักอาหารให้ลูกเผลอไปเทียบปริมาณกับที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ กิน เราก็ตักใส่จานให้ลูกเสียเยอะแยะ จนลูกเห็นแล้วรู้สึกไม่อยากกิน หรือกินไม่ลงเพราะมันมากเกินไปนั่นเองค่ะ

  • สร้างข้อแม้ให้หนูกินยาก ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการให้หนูดูโทรทัศน์ไปด้วยกินข้าวไปด้วย หรือวิ่งเล่นไปรอบๆ แล้วกลับมากินข้าวเติมพลัง กินหนึ่งคำวิ่งเล่นรอบบ้าน เมื่อไหร่ก็ตามที่การกินข้าวมาพร้อมกับเรื่องอื่นที่สนุกกว่าอย่างนี้แล้ว ใครจะกินข้าวได้ล่ะคะ แถมยังเป็นแรงเสริมให้ลูกสร้างข้อแม้ขึ้นมาอีกว่า หนูต้องได้ดูโทรทัศน์ไปด้วย หรือเล่นไปด้วยถึงจะกินข้าวลง
นอกจากจะช่วยให้รู้จักรู้ใจลูกเรื่องกินแล้ว ยังมีวิธีจัดการ (หรือจะเรียกว่ารับมือก็ได้ค่ะ) กับเจ้าหนูกินยากมาฝากค่ะ


กฎเหล็กรับมือเจ้าหนูกินยาก

ไม่ใช่กฎเหล็กที่จะมาบังคับจัดการลูกรักของเราหรอกค่ะ เป็นแค่กฎเหล็กที่เราควรจะเข้าใจ และจัดการกับท่าทีจองตัวเราเองมากกว่าจ้ะ
  • อย่าวิตกมากไป แน่นอนค่ะ ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่คนไหนเห็นลูกกินน้อย ก็กังวลกันเป็นธรรมดา กลัวลูกจะตัวเล็กไป กลัวได้สารอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้น ก่อนอื่นก็ต้องตัดความกังวลใจของเราออกไปบ้าง ยิ่งถ้าเรากังวลแล้วเข้าไปจัดการโน่นนี่เพื่อให้ลูกกินได้มากขึ้น ลูกจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศนั้น แล้วก็ยิ่งต่อต้านค่ะ

  • เวลาของความสุข ลูกจะเจริญอาหารได้เขาต้องรู้สึกสุขใจยามกินค่ะ เราจึงไม่ควรจะไปบ่น บังคับให้ลูกกินโน่นกินนี่ กินเท่านั้นเท่านี้ ปล่อยให้ลูกกินตามสบาย เขาจะกินมาก-น้อย ก็ให้กินตามที่ร่างกายลูกต้องการค่ะ อาจจะมีการเชิญชวนลูกด้วยท่าทีที่แจ่มใส ลูกก็ไม่รู้สึกว่าเวลากินเป็นเวลาแห่งการบังคับใจค่ะ

  • กิน เล่น เป็นเวลา เมื่อถึงเวลากินเราก็ควรจะให้ลูกกินก่อน ไม่ใช่ยอมให้ดูโทรทัศน์ไปด้วย หรือเล่นไปด้วยแล้วเราเดินตามป้อนข้าว เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าลูกคงสนใจอย่างอื่นมากกว่าเรื่องกินเป็นแน่
    ลูกควรจะได้เรียนรู้ค่ะว่า เมื่อถึงเวลากิน หนูต้องนั่งกินข้าวที่โต๊ะกินข้าว ไม่ใช่หน้าจอโทรทัศน์ และต้องกินเป็นเวลาทั้งอาหารหลัก 3 มื้อ และอาหารว่าง
    การฝึกลูกแบบนี้จะช่วยให้ลูกเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยไปในตัวด้วยค่ะ

  • อย่าติดสินบนลูก มีกรณีแบบนี้บ้างไหมคะ ที่ว่า "หากหนูกินมะเขือเทศ คุณแม่จะให้ดูการ์ตูน" แล้วเจ้าตัวเล็กก็จะยอมอ้ำมะเขือเทศไปหนึ่งคำ
    หากเรายอมที่จะติดสินบนลูกครั้งหนึ่งก็คงต้องติดไปตลอดล่ะค่ะ เพราะนี่ไม่ได้ช่วยแก้นิสัยกินยากให้ลูกเลย แถมยังเป็นการเพาะนิสัยตั้งข้อแม้ให้ลูกอีก ลูกก็จะกินยากมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็จะลามไปถึงนิสัยอื่นๆ ด้วย กลายเป็นว่า เวลาจะให้ลูกทำอะไร ก็ต้องสรรหาของมาติดสินบนกันร่ำไป

  • ต้นแบบที่ดี ก่อนที่จะอยากให้เจ้าตัวน้อยเป็นเด็กกินง่ายก็ต้องเริ่มจากเราไม่เลือกกินก่อนค่ะ ถ้าเรายังเขี่ยผักออก หรือเลือกกินตามแต่ใจ ลูกเราก็จะเห็นต้นแบบแล้วทำตามอย่างเราค่ะ เราจึงควรนึกไว้อยู่เสมอว่า สร้างนิสัยการกินที่ดีให้ลูกควรเริ่มจากตัวเราก่อน การสอนแบบนี้ไม่ใช่ใช้เฉพาะเรื่องการกินเท่านั้นนะคะ แต่เรายังสามารถเป็นต้นแบบที่ดี ให้แก่ลูกในเรื่องอื่นๆ ได้อีกด้วยค่ะ

  • อย่าเปรียบเทียบลูกเรากับใครๆ เด็กแต่ละคนกินข้าวปริมาณไม่เท่ากันค่ะ เราอย่านำลูกไปเปรียบกับเด็กอื่น หรือมาเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ แล้วให้ลูกกินข้าวในปริมาณที่เราต้องการ เพราะคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการแค่ไหน กินปริมาณเท่าไหร่ถึงจะอิ่มก็คือตัวของเด็กเองค่ะ

  • เสมอต้นเสมอปลาย แน่นอนเลยค่ะ ที่พูดไปทั้งหมดข้างต้นถ้าอยากจะให้ได้ผลดีละก็ ควรเป็นข้อปฏิบัติเดียวกันทั้งบ้าน และทำเป็นประจำสม่ำเสมอ ลูกก็จะเรียนรู้และปฏิบัติจนเป็นนิสัยค่ะ

อยากให้ลูกกินดีต้องมีเทคนิค
  • กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เริ่มจากกินข้าวพร้อมๆ กับลูก โดยให้เขาได้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง อาจเลอะเทอะบ้างก็ไม่เป็นไร ฝึกไปนานๆ ลูกจะกินได้คล่องเอง และสนุกกับการกิน ทั้งมั่นใจว่าตนเองก็สามารถกินเองได้เช่นเดียวกับพ่อแม่

  • กับข้าวหนูกับแม่เหมือนกันเลย ทำกับข้าวให้ลูกชนิดเดียวกับของเรา แต่อาจจะปรุงรสให้ลูกอ่อนหน่อยหากเป็นอาหารรสจัด นอกจากจะประหยัดเวลาทำอาหารแล้ว เมื่อลูกเห็นว่าผู้ใหญ่กินอะไร เขาก็จะอยากกินบ้าง

  • แต่งหน้าแต่งตาให้อาหาร จับอาหารมาแต่งหน้าแต่งตาให้น่ารัก เป็นตัวการ์ตูน หรือจะใช้ตัวพิมพ์ปั๊มอาหาร ปั๊มผักต่างๆ ให้เป็นรูปดาว รูปหัวใจ รูปดอกไม้ ฯลฯ แบบนี้จะช่วยจูงใจให้หนูอยากกินผักมากขึ้นค่ะ

  • จามชามน่ารักสุดใจ อุปกรณ์ที่ใช้กินข้าวก็ช่วยดึงดูดใจให้ลูกอยากนั่งกินอาหารค่ะ อาจจะเป็นชุดจาน-ชาม-ช้อนลายการ์ตูนตัวโปรดของหนูก็ได้

  • จานนี้หนูมีเอี่ยว ลองให้ลูกได้เข้าไปช่วยทำอาหารในครัวดูสิคะ ตั้งแต่คิดเมนูจนกระทั่งช่วงลงมือทำด้วยกันโดยเลือกเรื่องง่ายๆ ที่ลูกสามารถทำได้ เช่น ตอกไข่ เด็ดผัก หรือมีเครื่องครัวชุดน้อยๆ สำหรับลูกตอนเข้าครัว แค่นี้เมื่อถึงเวลากินข้าว ลูกก็จะกินข้าวได้มากขึ้นค่ะ แหม ก็จานนี้ฝีมือหนู ภูมิใจสุดสุดเลยล่ะ
มีทั้งวิธีจัดการอาการกินยาก มีทั้งเทคนิคอยู่ในมือ ทีนี้ก็เหลือแต่ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนนิสัยการกินของลูกไปทีละนิดๆ ค่ะ สำหรับเรื่องนี้เราอย่าใจร้อนหรือว่าเครียดมากเลยค่ะ เพราะว่าลูกเขาจะรับรู้ถึงความเคร่งเครียด ความกังวลของเราได้ และความรู้สึกนั้นก็จะไปกดดันลูกเราแทนที่ลูกจะกินได้กินดี กลับยังกินยากอยู่เหมือนเดิม

เพียงเราปล่อยใจสบายๆ ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ "ด้วยความรักและเข้าใจ" เจ้าตัวน้อยของเราก็จะหายกินยากเองค่ะ


(update 29 มีนาคม 2002)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูกปีที่ 21 ฉบับที่ 243 เมษายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600