ถึงมัธยมก็ยังไม่สาย


โตป่านนี้สมองของลูกก็ยังพัฒนาได้
เคยได้ยินไหมคะ “6 ปีท้องของชีวิตลูก”
เชื่อว่า ถ้าเป็นแฟน รักลูกแฟมิลี่กรุ๊ป อย่างเหนียวแน่นละก็ ต้องได้อ่านได้รับรู้เรื่องราวของการพัฒนาสมองลูกมาบ้างอย่างแน่นอน

วิทยาการสมัยใหม่พูดกันมากเรื่องการทำงานของสมอง 'ขุมพลังแห่งความฉลาด' ว่า สมองของคนเราพัฒนาอย่างมากที่สุดในช่วง 6 ปีแรกของชีวิต จึงเรียกช่วงวัย 6 ปีแรกของชีวิตลูกนับแต่แรกเกิดว่า... 6 ปีทองของชีวิต
ว้าย!!!…แล้วยังงี้ไม่สายไปแล้วรึเนี่ย!
คุณแม่อาจจะอุทานด้วยความเสียดาย ความหวังที่จะพัฒนาเกรดในสมุดพกของลูกดับวูบ
...มีข่าวดีมาบอก

ข่าวล่าจากวงการวิทยาศาสตร์รายงานผ่านทางนิวสวีคว่า สถาบัน National Institute of Mental Health ค้นพบว่า สมองมีระยะการพัฒนาเติบโตอีกครั้งในช่วงอายุ 10-12 ปี โดยฮอร์โมนตัวเดียวกับที่ทำให้ “วัยรุ่นต้องวุ่นวาย” เป็นตัวกระตุ้น ฮอร์โมนที่ทำให้เด็กที่เข้าสู่วัยรุ่นมีอารมณ์ป่วนปั่นนี่ละช่วยให้สมองมีการขยายเส้นใยประสาทอย่างมากอีกครั้ง

ข่าวดีอย่างนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบฉวยโอกาสแล้วละค่ะ เพราะหมายความว่า เราสามารถพัฒนาสมองลูกได้อีกรอบ
และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับสมองอื่นๆ อีก อย่างนี้ค่ะ...
  • ขนาดของสมองจะเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 5 ขวบ แต่เส้นใยสมองยังเจริญเติบโตต่อไปได้ เซลล์ประสาทเกี่ยวกับสติปัญญา ความรู้สึกนึกคิด และสติสัมปชัญญะยังพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ แม้ในคนอายุ 20 กว่าปีแล้วก็ตาม

  • สมองจะสร้างเซลล์และเชื่อมต่อใยประสาทใหม่ๆ ต่อเมื่อคนเรามีการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ถ้าลูกวัยนี้ยังมีประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจะช่วยพัฒนาสมองลูกได้อีกมาก

  • สมองส่วนหน้า (frontal lobe) ที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมตัวเอง การตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ การวางแผน จัดการ เริ่มพัฒนาที่อายุ 10 ปี ในเด็กผู้หญิง และ 12 ปีในเด็กผู้ชาย

  • ในวัยนี้ สมองจะทำงานได้เต็มที่ ต่อเมื่อเด็กมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และสภาพอารมณ์จิตใจที่ดี สภาพอารมณ์และจิตใจจะมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาทักษะความสามารถ เด็กที่มีอารมณ์ความรู้สึกในทางบวก สมองจะทำงานได้ดี ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี

  • ความฉลาดมีมากมายหลายประเภท ซึ่งสำคัญกว่า IQ นอกจากจะมี 8 ด้าน อย่างที่โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ จำแนกไว้ใน Multiple Intelligences แล้ว ยังแยกย่อยไปได้อีกมาก อาทิเช่น ความสามารถทางภาษาแตกเป็น เก่งอ่าน เก่งเขียน เก่งพูด หรือความสามารถทางคณิตศาสตร์หรือตรรกะ ก็อาจจะเก่งไปทางวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ทนายความก็ได้ ในช่วงวัยนี้เป็นเวลาเหมาะที่สมองจะได้แสดงศักยภาพด้านที่เด็กถนัด ถ้าได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้สมองด้านนั้นทำงานเต็มศักยภาพ

  • ความสามารถแต่ละอย่างควบคุมโดยสมองส่วนต่างๆ กัน อาทิ parietal lobe ควบคุมการเห็น การได้ยิน การพูด interconnecting circuit, temporal lobe ควบคุมทางด้านภาษาและอารมณ์ hippocampus สร้างความทรงจำ amigdala ควบคุมความกลัว androgen ฮอร์โมนเพศชายควบคุมความโกรธ หากสมองส่วนใดไม่ได้รับการกระตุ้น พัฒนาการของสมองส่วนนั้นก็จะชะงักงัน

  • การที่เด็กจะเติบโตจน maturity หรือโตเป็นผู้ใหญ่ได้นั้น ไม่เหมือนกับเอาโปรแกรมใหม่ๆ มาใส่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เป็นการพัฒนาโปรแกรมที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์แบบนั่นเอง แม้ว่าช่วงวัยนี้สมองจะพัฒนาได้อีก แต่จะพัฒนาได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับทุนเดิมที่มีมาตั้งแต่ช่วงวัยเด็กเล็กด้วย
เอ... แล้วข้อมูลทั้งหมดนี้มันหมายความว่าอย่างไร เราจะทำอะไรได้บ้างล่ะ
... พอจะสรุปได้แบบนี้ค่ะ


สมองของลูกโตยังพัฒนาต่อไปได้
หากได้รับการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
เด็กวัยพรีทีน 10-12 ปี นี้ นอกจากเริ่มมีฮอร์โมนวัยรุ่นที่กระตุ้นให้สมองพัฒนาอีกรอบอย่างที่ค้นพบแล้ว สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม หมายถึงตั้งแต่ได้รับการเลี้ยงดูทีทำให้มีสุขภาพกายแข็งแรงสมวัย ไม่เจ็บป่วย อารมณ์จิตใจแจ่มใส เบิกบาน รู้สึกดีกับตัวเองมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่มีเรื่องให้วิตกกังวล ซึมเศร้า รวมทั้งได้รับการส่งเสริมให้ลูกได้มีกิจกรรมที่กระตุ้นความสนใจใฝ่รู้ กระตุ้นทักษะในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม จะช่วยให้สมองของลูกพัฒนาไปได้อีกมากและขอเน้นว่า สภาพอารมณ์ของเด็กวัยนี้สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้สมองส่วนของการเรียนรู้เปิดกว้าง

สมองบางส่วนเริ่มพัฒนาในวัยนี้
อย่างที่งานวิจัยข้างต้นบอกว่า สมองที่ควบคุมการควบคุมตัวเอง การตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ การวางแผน จัดการ เริ่มพัฒนาที่อายุ 10 ปีในเด็กผู้หญิง และ 12 ปีในเด็กผู้ชาย หมายความว่าเราควรกระตุ้นให้ลูก ได้ฝึกทักษะในเรื่องเหล่านี้ในช่วงวัยนี้

สมองมีหลายส่วน ควรจะได้รับการกระตุ้นหลายๆ ด้าน
หมายความว่า ควรให้ลูกได้มีประสบการณ์หรือกิจกรรมหลากหลาย เพื่อกระตุ้นสมองทุกส่วน ทั้งการเห็น การได้ยิน การพูด การคิดเหตุผล อารมณ์ (การควบคุมอารมณ์) กล้ามเนื้อเล็ก (การใช้มือ) กล้ามเนื้อใหญ่ (ทั้งร่างกาย) เป็นต้น ไม่เช่นนั้น สมองบางส่วนอาจชะงักงันไม่ได้พัฒนาให้เต็มศักยภาพ ซึ่งทำให้ความสามารถที่แท้จริงของลูกไม่ปรากฏให้เห็น

ประสบการณ์เดิมมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองตอนโต
จะตักตวงโอกาสทองรอบสองได้มากน้อยแค่ไหนหรือจะพัฒนาต่อยอดความสามารถ ความฉลาด ความเก่งของลูกโตไปได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับทุนเดิมที่สร้างมาแต่เล็กแต่น้อยด้วยค่ะ ซึ่งเราต้องทำใจยอมรับ ชื่นชมในสิ่งที่ลูกเป็น และทำวันนี้ให้ดีที่สุด

...อย่างน้อยที่สุดทำครอบครัวของเราให้อยู่เย็นเป็นสุข เพื่อสมองลูกจะได้เปิดกว้างอย่างเต็มที่ค่ะ


(update 8 กันยายน 2004)
[ ที่มา.. life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 102 กันยายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600