นักเลียน (แบบ) ประจำบ้าน


ช่างจำ ช่างทำตามเหลือเกินล่ะค่ะลูกวัย 1-2 ปี โดยเฉพาะท่าทีกิริยาคำพูดของคนใกล้ๆ ตัวอย่างคุณพ่อคุณแม่ แล้วอย่างนี้จะเฉยอยู่ได้ไงกัน มาใช้พัฒนาการนี้ของลูก สอนลูกให้เรียนรู้กันค่ะ

  • เลียนแบบเสริมการเรียนรู้
เป็นเรื่องปกติค่ะ ที่เจ้าหนูวัยนี้จะชอบเลียนแบบท่าทางจากคนใกล้ชิด เพราะความเป็นจริงแล้ว เด็กๆ รู้จักเลียนแบบมาตั้งแต่แกยังเล็ก เพียงแต่ตอนเด็กๆ เรายังมองไม่เห็นภาพชัดมาก เมื่อเจ้าหนูเริ่มโตขึ้นเจ้าหนูจะเลียนแบบคำพูด ภาษาทางท่าทางของพ่อแม่และคนรอบข้างที่แวดล้อมตัวแกได้มากขึ้น จนบางครั้งคุณเองก็อดขำไม่ได้กับท่าทางของแก

ถึงท่าทางที่เจ้าหนูแสดงออกมาอาจจะยังดูเก้ๆ กังๆ อยู่บ้าง แต่การเลียนแบบเป็นวิธีการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่เด็กๆ ใช้เพิ่มพูนทักษะในด้านต่างๆ ให้กับตัวเอง ทั้งพัฒนาการทางด้านร่างกาย ภาษา และสังคม นอกจากนั้นท่าทีชวนขำของลูกที่คุณเห็น ยังเปรียบเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนภาพการกระทำของตัวคุณได้เป็นอย่างดี

  • พ่อแม่…ฮีโร่ในใจหนู
เพราะคนใกล้ตัวลูกในช่วงวัยนี้ก็คือแม่แบบแรกที่สำคัญ ที่มีส่วนกำหนดการกระทำ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานต่อไปในชีวิตของเจ้าตัวน้อย ฉะนั้นพยายามหาเวลาอยู่กับลูกให้มาก เวลาเพียงเล็กน้อยที่คุณมีให้เจ้าหนูอย่างเต็มที่ แค่นี้ก็มีช่วงจังหวะให้คุณสอดแทรกคำสอนดีๆ ตัวอย่างดีๆ ให้ลูกได้เรียนรู้และทำตามได้ตั้งเยอะค่ะ เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องยึดหลักนี้ไว้
  • ให้โอกาส ก็เป็นช่วงอยากทำ อยากลองเอาอย่างที่พ่อแม่ทำบ้างนี่คะ แทนที่จะกลัวว่าลูกจะวุ่นวาย เลอะเทอะ เพราะมือไม้ยังจับได้ไม่คล่องก็ใช้จังหวะนี้เป็นช่วงหัดทำ หัดลองของลูกไปเลย ให้เจ้าหนูได้หัดจับช้อนตักข้าวกินเอง ลองใส่ ถอดเสื้อผ้าเอง โดยคุณพ่อคุณแม่ทำเป็นตัวอย่างให้ดูอยู่ใกล้ๆ

  • ใจเย็น แน่นอนค่ะ ช่วงเริ่มแรกอะไรๆ ก็ดูวุ่นๆ ยุ่งๆ เลอะๆ ชักช้าไปบ้าง เพราะกล้ามเนื้อมือของลูกยังพัฒนาไม่เต็มที่ การควบคุมก็ยังทำได้ไม่ค่อยดี แต่ก็อย่าเพิ่งต่อว่า ให้อยู่ใกล้ๆ คอยเป็นผู้ช่วยให้เจ้าตัวเล็กทำสิ่งเหล่านั้นให้สำเร็จ พร้อมกันนั้นก็อย่าลืมคำชม ให้ลูกรู้สึกว่าสิ่งที่แกทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่พ่อแม่ยอมรับด้วยนะคะ

  • บรรยากาศสนุก การที่พ่อแม่ทำกิจวัตรประจำวันร่วมไปกับลูกด้วย เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว ล้างมือ กินข้าว หรือการเข้าห้องน้ำ แล้วทำให้เป็นเหมือนการเล่นอย่างหนึ่ง โดยที่ลูกไม่รู้ว่าตัวเองถูกบังคับ นอกจากจะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องกิจวัตรประจำวันแล้ว ยังช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องระเบียบวินัยไปในตัวแบบที่ตัวแกเองก็ได้รู้สึกสนุกไปด้วย

  • เป็นแม่แบบชั้นดี ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น ถ้าอยากให้ลูกมีกิจวัตรที่ถูกต้องก็ต้องทำให้ลูกเห็น และชักชวนให้ลูกทำด้วย เช่น ล้างมือก่อนหม่ำข้าว ปวดอึ ปวดฉี่ต้องเข้าห้องน้ำ หรือถ้าไม่อยากเห็นลูกใช้เท้าปิดพัดลม ใช้เท้าแตะของ พูดจาไม่เพราะ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้เด็กๆ วัยนี้เขาก็สามารถซึมซับรับไปเป็นพฤติกรรมส่วนตัวของแกได้ ถ้าคุณเผลอทำให้ลูกเห็น
    ถ้าคุณทำได้อย่างนี้ ไม่เพียงจะได้เริ่มต้นสิ่งดีๆ ให้ลูก คุณยังจะได้เป็นฮีโร่คนเก่งในใจลูกด้วย
  • สนุก "เลียน" ได้เรียนรู้
  • ปัดนิดถูหน่อย คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้เจ้าหนูได้ลองทำงานอย่างง่ายๆ ดู เวลาเจ้าตัวเล็กเข้ามาป้วนเปี้ยนขณะที่คุณทำงานอยู่ ด้วยการเล่นทำงานบ้าน เช่น เวลาที่คุณแม่ตากผ้าอยู่ อาจให้แกช่วยหยิบผ้าส่งให้หรือเดินเอาผ้าไปใส่ตะกร้า หรือหยิบของเล่นตัวเองเก็บเข้าที่ ตอนที่แม่กำลังทำความสะอาดอยู่ เป็นต้น งานบ้านง่ายๆ เหล่านี้สามารถทำให้เจ้าหนูรู้สึกมีส่วนร่วมกับงานนั้นได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ แถมยังช่วยฝึกฝนกล้ามเนื้อมือของเจ้าหนูให้แข็งแรงขึ้นด้วย

  • ชวนหนูคุย เช่น อุ้มลูกคอยหยอกล้อให้เขาได้ยิ้มได้หัวเราะ หรือแม่แต่เวลาพาเจ้าหนูไปอาบน้ำ ก็ชวนลูกคุยทำท่าทางประกอบไปด้วย เช่น เวลาขึ้นจากน้ำมาลูกจะหนาวจนตัวสั่น คุณแม่อาจจะทำท่าห่อตัวให้ลูกรู้ว่าคุณเองก็หนาวสั่นเหมือนกัน ซึ่งลูกสามารถเรียนรู้ และเลียนแบบคำพูดจากพ่อแม่ โดยการจดจำสิ่งที่แกเห็นและได้ยินมาปรับใช้ได้ด้วยตัวแกเองได้ และการพูดคุยกับลูกอยู่ตลอดยังเป็นการเสริมให้ลูกมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้นด้วยค่ะ

  • จูจุ๊บสื่อรัก ในช่วงวัยนี้เจ้าหนูรู้จักการแสดงอารมณ์ความรู้สึกต่อตัวเองและรู้ถึงความรู้สึกต่อผู้อื่น แกจะเลียนแบบท่าทางของพ่อแม่เวลาที่เห็นพ่อแม่กอดกันเอง หรือโบกมือบ๊าย-บายเวลาจะไปทำงาน และรู้จักเอาใจผู้อื่นโดยการเข้าไปหอมแก้ม การเลียนแบบท่าทางจากผู้ใหญ่จะช่วยให้เจ้าหนู มีพัฒนาการทางสังคมที่ดีขึ้น มีความสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้น

  • ฮัลโหล-ฮัลโหล ระยะนี้เจ้าหนูเรียนรู้โดยผ่านการดูและสัมผัสจากการกระทำที่ผู้ใหญ่ทำกัน แล้วมาแปลตามความเข้าใจของแกเอง เช่น หยิบหูโทรศัพท์มาถือไว้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะสอนเจ้าหนูให้เรียนรู้เครื่องโทรศัพท์อย่างง่ายๆ ได้ โดยเข้าได้ฟังเสียงจากฝ่ายตรงข้ามดู ให้แกได้รับรู้ว่าเจ้าเครื่องที่ว่านี้ใช้พูดคุยกันได้นะ วิธีนี้เป็นการช่วยให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ที่พ่อแม่สนใจที่จะเล่นด้วยและตอบสนองตามความต้องการของแก

  • สมมุตินะคะ-สมมุติ เจ้าหนูวัยนี้เริ่มเข้าใจบทบาทสมมุติอย่างง่ายๆ ได้ เด็กผู้ชายเริ่มอยากผูกเนคไทเหมือนคุณพ่อ หยิบถุงเท้า รองเท้าของคุณพ่อมาใส่
    ส่วนเด็กผู้หญิงจะชอบเล่นตุ๊กตา คุยกับตุ๊กตาเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งของแก ซึ่งสิ่งที่แกทำไม่ใช่สิ่งที่มาจากความฝันหรือจินตนาการอีกต่อไป แต่แสดงถึงความมีอิสระ ที่จะทำตามความต้องการของตนเอง ผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ นั่นเองค่ะ
  • "เลียนแบบ" เพื่อแบบที่ต้องการ
คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ความช่างเลียนแบบของลูก มาจูงใจให้ทำในสิ่งที่คุณต้องการให้แกทำได้ เช่น
อยากให้ลูกเลิกนมขวด ก็ใช้การดื่มน้ำจากแก้วของพ่อแม่และทุกคนในบ้าน ให้แกอยากทำตาม แล้วหาแก้วจับถนัดมือสีสันถูกใจมาเป็นของใช้คู่ตัวลูกสักใบ
อยากให้ลูกหัดแต่งตัว ก็ใช้การแต่งตัวในชีวิตประจำวันของคุณแม่ ลองหาหวีหรือสร้อยของคุณแม่ให้แกได้ลองหวีผมและหัดแต่งตัวเองดูบ้าง
  • ขอโอกาสให้หนูได้ลอง

เมื่อเจ้าตัวเล็กเดินได้คล่องแล้ว แกอยากทำอะไรอย่างที่ผู้ใหญ่เขาทำกันบ้าง เช่น อยากขับรถ กางหนังสือพิมพ์อ่าน หยิบสร้อยคุณแม่มาใส่ สวมรองเท้าคุณพ่อ หรือคุณแม่เดินเตร็ดเตร่ไปไหนมาไหนบ้าง คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปิดกั้นความต้องการของเขา แต่ค่อยๆ สอนให้เจ้าหนูรู้ว่าแกยังเล็กเกินไปที่จะทำแบบนั้น โดยหาของเล่นอันจิ๋วมาให้แกเล่นทดแทน หรืออยู่เคียงข้างเล่นสนุกไปกับลูก

การเปิดโอกาสให้เจ้าหนูได้ทำตามความต้องการของตัวเอง และอยู่ภายในขอบเขตที่เหมาะสมนั้น จะช่วยให้เจ้าหนูได้เรียนรู้และค่อยๆ ซึมซับในเรื่องเหตุและผลได้ไปด้วยในตัว ดีกว่าปิดกั้นการเรียนรู้ของลูกค่ะ


(update 26 กุมภาพันธ์ 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 96 ตุลาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600