คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ครอบครัวมีความสำคัญในการปลูกฝังและหล่อหลอมเด็กๆ
โดยเฉพาะในเรื่องระบบคิดและระบบคุณค่า เมื่อไม่นานมานี้ผมไปร่วมประชุมในการสัมมนาเรื่อง
วิถีการเรียนรู้เพื่อสร้างคุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์
ก็ยอมรับกันว่าครอบครัวเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กๆ
แต่ระบบครอบครัวในปัจจุบันอ่อนแอลงมาก มีครอบครัวจำนวนไม่น้อยอยู่ในวิสัย
ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านระบบคิดและระบบคุณค่าที่พึงปรารถนาได้
และมีคนจำนวนมากที่อาจจะยังมองไม่เห็นชัดเจนว่า กลไกอะไรภายในครอบครัว
ที่เป็นตัวช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้านระบบคิดและระบบคุณค่า
ประเด็นนี้ผมคิดว่าสำคัญ เพราะการกล่าวเพียงว่าระบบครอบครัวมีความสำคัญอย่างนั้นอย่างนี้
แต่ไม่สามารถระบุได้ว่ากลไกอะไรภายในครอบครัวที่มีส่วนช่วยให้เกิดการเรียนรู้
เราก็ไม่อาจปรับปรุงแก้ไขอะไรได้อย่างจริงจัง สำหรับผมเองมีความคิดว่า
กลไกสำคัญที่ช่วยให้ครอบครัวเป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน
- โครงสร้างหรือองค์ประกอบของครอบครัว ครอบครัวเดี่ยวที่มีองค์ประกอบเฉพาะพ่อแม่
และลูกย่อมเป็นแหล่งเรียนรู้ได้น้อยกว่าครอบครัวขยายที่มีปู่ย่าตายายอยู่ร่วมกัน
หรือครอบครัวที่มีลูกคนเดียวย่อมไม่มีโอกาสเรียนรู้ระบบคุณค่าบางเรื่อง
เมื่อเทียบกับครอบครัวที่มีลูกหลายคน ครอบครัวที่มีแต่ลูกสาวหรือลูกชายอย่างเดียว
ครอบครัวที่มีเฉพาะแม่หรือพ่อ ครอบครัวที่พ่อหรือแม่แยกกันและแต่งงานใหม่
ทั้งหลายเหล่านี้ย่อมมีโอกาสในการเรียนรู้ต่างกัน เป็นต้น
- ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็เห็นได้ไม่ยาก เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับความตาย
ถ้าเด็กอยู่ในครอบครัวขยายที่มีปู่ย่าตายายอยู่ด้วยจะเรียนรู้เรื่องความตายได้มาก
เพราะกว่าเขาจะโตขึ้นเขาได้เห็นได้ประสบกับความตายของผู้เฒ่าหลายคน
ยิ่งถ้าอยู่ในสมัยที่มีการจัดงานศพที่บ้านด้วยแล้ว เด็กๆ ก็จะเรียนรู้ว่า
ความตายเป็นเรื่องปกติและไม่กลัวความตายมากนัก แต่เด็กในครอบครัวเดี่ยวซึ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ
ในสังคมปัจจุบัน ย่อมไม่มีโอกาสเรียนรู้เรื่องความตายมากนัก ยิ่งในปัจจุบันนี้คนส่วนมาก
มักจะตายที่โรงพยาบาล และจัดงานศพเผาศพกันที่วัด ซึ่งก็ใช้เตาเผาสมัยใหม่
ผู้คนแทบไม่เห็นความตายเอาเลย คนยุคนี้จึงมีทัศนะต่อเรื่องความตายไปในทางหวาดกลัว
มากกว่าคนรุ่นก่อน หรือเด็กที่เป็นลูกคนเดียวในครอบครัว โอกาสที่จะเรียนรู้เรื่องคุณค่าของการแบ่งปัน
และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็แทบจะไม่มี หรือเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีพี่น้องเพศเดียวกัน
โอกาสที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเพศตรงข้ามก็มีน้อย เป็นต้น
- ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ครอบครัวที่มีความสัมพันธ์อันอบอุ่น
มีความสนิทสนมกลมเกลียวกัน เด็กๆ จะเรียนรู้ระบบคุณค่าต่างๆ
ได้มากกว่าเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น เพราะการเรียนรู้เรื่องระบบคุณค่านั้น
เรียนรู้จากตัวต้นแบบมากที่สุด
- ความสามารถในการเรียนรู้ของครอบครัว ครอบครัวที่มีความสามารถในการเรียนรู้ (Learning Family)
อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ลูกได้โอกาสเรียนรู้จากครอบครัวมากกว่าเด็กที่มาจากครอบครัว
ที่ไม่ค่อยมีความสามารถในการเรียนรู้ เป็นต้น
เรื่องกลไกของครอบครัวที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของลูกในด้านระบบคุณค่า
และระบบคิดนี้เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากนักวิชาการด้านนี้มาก
เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปิดเผยถึงผลการวิจัยน่าสนใจมากชิ้นหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของวัยรุ่นหญิง
ในประเทศนิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่นหญิงซึ่งเพิ่มขึ้นมาก
งานวิจัยกล่าวว่า เด็กหญิงที่ขาดพ่อมีโอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย
และมักตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มากกว่าคนที่มาจากครอบครัวที่มีพ่อและแม่พร้อมหน้า
อันที่จริงปรากฏการณ์นี้มีมานานแล้ว นักวิชาการได้อธิบายว่า
การขาดพ่อทำให้เกิดความเครียดภายในครอบครัว และเมื่อมีความเครียดมากเข้า
เด็กก็เลยหาทางออกด้วยการมีความสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศ ถ้าคำอธิบายนี้ถูกต้อง
การแก้ปัญหาก็คงไม่ยาก เพราะถ้ารัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ
ด้านการเงินให้กับครอบครัวนั้น อาการเครียดทั้งหลายก็คงลดน้อยลง แต่ก็พบว่า
แม้ว่าปัญหาความเครียดของครอบครัวจะได้รับการแก้ไข แต่อย่างไรก็ตาม
การขาดพ่อในครอบครัวก็ยังมีความสัมพันธ์กับการที่ลูกสาวมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย
และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์อยู่ดี
งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ดำเนินการโดยนักจิตวิทยาชื่อ Bruce Ellis จากมหาวิทยาลัยแคนเทอเบอรี่
ประเทศนิวซีแลนด์ โดยติดตามศึกษาเด็กหญิงมากกว่า 700 คน เป็นชาวอเมริกัน 242 คน
ชาวนิวซีแลนด์จำนวน 520 คน ตั้งแต่เด็กอยู่ในชั้นปฐมวัยจนกระทั่งอายุถึง 17-18 ปี
มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ครอบครัว การมีโอกาสเผชิญกับความรุนแรง
ปัญหาพฤติกรรมด้านอื่นๆ และรูปแบบการเลี้ยงดูลูก เป็นต้น
งานวิจัยพบว่า ทั้งสองประเทศ (นิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา)
มีอัตราการตั้งครรภ์ของเด็กสาววัยรุ่นสูงกว่าประเทศอื่นๆ การที่ครอบครัวขาดพ่อ
ทำให้เกิดปัญหาเรื่องรายได้ หรือไม่ก็เป็นบ่อเกิดของปัญหาแม่ใช้ความรุนแรงต่อลูก
และเด็กหญิงที่มาจากครอบครัวที่ขาดพ่อมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการมีอาการซึมเศร้า
การออกจากโรงเรียนกลางคัน การมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ
ขณะที่ปัญหาเหล่านี้ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องความเครียดในครอบครัว
แต่ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ของการขาดพ่อคือพฤติกรรมทางเพศของเด็กสาว
นั่นคือการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและมีการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
นอกจากนี้นักวิจัยยังชี้ให้เห็นเพิ่มเติมว่า ผลกระทบจะมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับช่วงวัยของลูกด้วย
หากลูกขาดพ่อตั้งแต่อายุยังน้อย ผลกระทบยิ่งมีสูง และยังพบอีกว่าเด็กผู้หญิงที่มีพ่อเลี้ยง
จะมีโอกาสมีเพศสัมพันธ์เร็วกว่าปกติด้วย โดยอาจเรียนรู้พฤติกรรมนี้มาจากการเลียนแบบแม่
และเด็กสาวที่ขาดพ่อมักจะมีความสนิทสนมกับผู้ชายเร็วกว่าเด็กสาวที่มีพ่ออยู่พร้อมหน้ากับแม่
งานวิจัยนี้ช่วยยืนยันประเด็นตอนต้นว่า โครงสร้างหรือองค์ประกอบของครอบครัว
และความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของครอบครัว มีผลต่อการเรียนรู้เรื่องระบบคิด
และระบบคุณค่าของเด็กๆ จึงเป็นเรื่องน่าห่วงมากที่ครอบครัวไทย
มีอัตราการหย่าร้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมคิดว่า จำเป็นที่สังคมไทยต้องหาทางสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ที่จะก่อร่างสร้างครอบครัว
ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเรื่องเหล่านี้ และเห็นความสำคัญของครอบครัวในฐานะเป็นแหล่งเรียนรู้
หล่อหลอมด้านระบบคุณค่าและระบบความคิดของลูกๆ
หน่วยงานด้านครอบครัวต้องให้ความสนใจในเรื่องนี้ ทั้งในด้านการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง
และด้านการฝึกอบรมพ่อแม่ตลอดจนมีการจัดการให้ความรู้เรื่องระบบครอบครัวในวงกว้างให้ได้
มิฉะนั้น ปัญหาสังคมต่างๆ คงจะเพิ่มมากขึ้นและจะแก้ไขได้ยากมาก
ผมไม่คิดว่าการกลับไปสร้างระบบครอบครัวใหญ่แบบเดิมจะทำได้ในยุคสมัยนี้
เราอาจต้องหารูปแบบอื่นเพื่อให้มีกลไกที่เคยมีในระบบครอบครัวใหญ่
เช่นการตั้งเครือข่ายครอบครัวที่ไม่ใหญ่โตนัก แต่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน
มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นต้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นปู่ย่าตายาย
กลับมาอยู่ร่วมกับครอบครัวอีกก็ได้ แม้อาจจะไม่ใช่ครอบครัวใหญ่ในรูปแบบเดิม
แต่ก็มีความเป็นไปได้ในลักษณะที่เป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน
ข้อเขียนนี้มุ่งให้ผู้เป็นพ่อและแม่ได้ไตร่ตรองหลายๆ รอบ หากเกิดกรณีที่ต้องแยกทางกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพ่อแม้ไม่ถูกใจคุณแม่มากนัก ก็ขอให้เห็นแก่ลูกสาวเถิด
เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณพ่อจะเติบโตมีอนาคตที่มั่นคงได้ก็เพราะไม่ขาดพ่อนั่นเอง
(update 7 มกราคม 2004)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 90 กันยายน 2546 ]
|