พอเจ้าหนูก้าวเข้าขวบที่สอง สิ่งที่ทำให้พ่อแม่หลายๆ คน กังวลกันมากก็คงหนีไม่พ้นความไฮเปอร์ของเจ้าหนูนี่แหละ
วุ่นวายกับนู่นนี่ได้ทั้งวัน เล่นอะไรประเดี๋ยวประด๋าวก็เบื่อแล้ว ทำเอาคุณพ่อคุณแม่บางคนกังวลกันว่า
"เจ้าหนูจะเป็นสมาธิสั้นกันหรือเปล่าน้อ" มาหาคำตอบในเรื่องนี้กันได้เลยค่ะ
ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ ถ้าเจ้าหนูวัยนี้มักสนใจอะไรในช่วงเวลาสั้นๆ พอมีอะไรที่น่าสนใจกว่า
แกก็จะละทิ้งสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทันที อาการแบบนี้เป็นเพราะเจ้าหนูยังไม่มีสมาธิที่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งใดๆ
เป็นเวลานานได้เท่าผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการตามวัยของเขานั่นเอง
และไม่ได้หมายความว่าลูกจะมีแววว่าสมาธิสั้นด้วย จริงๆ แล้วเรื่องสมาธินี่พ่อแม่สามารถช่วยฝึกให้เจ้าหนูได้
เพียงแต่ต้องอาศัยความใจเย็นและอดทนมากสักหน่อยค่ะ
สมาธิดี
เริ่มต้นที่ความเข้าใจ
การฝึกสมาธิให้เจ้าหนูวัยนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ คุณหมอจันท์ฑิตา พฤกษานานนท์
กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก รพ.จุฬาฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
" ยิ่งเด็กอายุน้อยเท่าไรสมาธิจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยว่า
สภาวะของเด็กในตอนนั้นเป็นอย่างไร ถ้าเด็กกินอิ่มนอนหลับสบาย ไม่หงุดหงิด อารมณ์ดี
สมาธิของเด็กจะดีตามไปด้วย แต่ถ้าเด็กง่วง หิว หรือไม่สบาย สมาธิในการสนใจสิ่งต่างๆ ก็จะสั้นลง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเป็นพื้นฐานสำคัญ ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรมที่เด็กทำว่าสนใจเพียงใด
และขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่ว่าจะสร้างแรงจูงใจให้เด็กสนใจกินกรรมนั้นมากน้อยเพียงไร
การจะหวังให้เด็กวัย 1-2 ขวบ นั่งฟังคุณแม่อ่านหนังสือนิทานเป็นเรื่องเป็นราวจนจบเล่ม
เหมือนที่เรานั่งเล่านิทานให้เด็ก 5-6 ขวบฟัง เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก เพราะเด็กวัยนี้ยังเล็กอยู่มาก
เวลาให้เขาทำอะไรสมาธิจะไม่ยาวพอเหมือนเด็กโต โดยปกติเขาจะมีสมาธิอยู่กับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้ไม่เกิน 5-10 นาที
ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรม
เนื่องจากเป็นวัยสำรวจ เป็นตัวของตัวเอง อยากลองอยากรู้ว่าทำอะไรได้แค่ไหน
ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ ควรปล่อยให้เด็กได้มีอิสระสำรวจ
แสดงความเป็นตัวของตัวเองภายในขอบเขตที่พอเหมาะพอดี ให้เขารู้ว่าสิ่งไหน
ทำได้หรือทำไม่ได้หรือควรบอก หรือห้ามให้ชัดเจนเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ทักษะทางสังคมไปด้วยในตัว
ถ้าเราค่อยๆ ปรับค่อยๆ สอนไปเรื่อยๆ เมื่อเด็กอายุมากขึ้น เขาก็จะนิ่งขึ้นมีสมาธิดีขึ้นไปเรื่อยๆ
อย่าเพิ่งไปกังวลกับเรื่องสมาธิของเด็กวัยนี้ เพราะเด็กวัย 1-2 ขวบ จะวิ่งไปวิ่งมา
และสนใจอะไรช่วงสั้นๆ แค่ไม่นาที ซึ่งเป็นเรื่องปกติเป็นธรรมชาติตามวัยของเขา
แต่ถ้าคุณแม่สังเกตว่าลูกอยู่ไม่นิ่งมากเกินไป ทำกิจกรรมอะไรก็ไม่ได้ ก็สามารถค่อยๆ
ปรับให้เด็กมีสมาธิดีขึ้นได้ค่ะ ส่วนจะวินิจฉัยว่าลูกเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือไม่นั้น
ทำได้จากการสังเกตได้ชัดเจน เมื่อเด็กเริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาลไปแล้วค่ะ"
กิจกรรมเพลิน
เพลินเสริมสมาธิ
- หากิจกรรมให้ลูกนั่งทำอยู่กับโต๊ะ เช่น ปั้นดินน้ำมัน ต่อตัวต่อ ต่อจิ๊กซอว์
เพื่อฝึกให้เด็กมีสมาธิได้นานขึ้น
- สอนงานบ้านให้ลูก เช่น ให้เขาช่วยคุณแม่พับผ้า เช็ดโต๊ะ ช่วงล้างผัก
โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ลืมให้แรงเสริมทางบวกกับเขาเยอะๆ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
จะช่วยฝึกให้ลูกมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้นค่ะ
- สอดแทรกกิจกรรมดนตรีลงไปในชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น สอนให้เขาปรับมือเข้าจังหวะ
กระโดดโลดเต้นตามเพลง และฝึกให้ฟังเสียงเพลง เช่น ใครได้ยินเสียงกลองตุ้ม กระโดดหนึ่งครั้ง
การฝึกเช่นนี้ช่วยให้เด็กมีใจจดจ่ออยู่กับเสียงที่ได้ยิน
- ขณะที่ฝึกสมาธิให้ลูกพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเร้ารอบตัว ที่เข้าเบนความสนใจของลูกให้มีน้อยที่สุด
เพื่อไม่ให้วอกแวกไปกับสิ่งอื่น
- เวลาพูดคุยกับลูก อย่าลืมสบตาลูก เพื่อฝึกให้เขาได้รู้จักสบตากับผู้อื่น
และมีสมาธิสนใจผู้ที่มาพูดคุยด้วย
พฤติกรรมเช่นนี้ควรเลี่ยง
- การให้ลูกเล่นของเล่นหลายๆ อย่างพร้อมกัน ทำให้เด็กขาดสมาธิได้
เพราะเด็กจะถูกเบนความสนใจออกไป เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรฝึกให้ลูกเล่นของเล่นทีละชิ้น
แต่ถ้าลูกเบื่อ หรือไม่มีสมาธิกับของเล่นชิ้นนั้นแล้วต้องสอนให้เขาเก็บของให้เป็นที่เป็นทาง
ก่อนที่จะหยิบของเล่นชิ้นใหม่ออกมา เพื่อฝึกระเบียบวินัยให้เด็กไปในตัว
- อย่าปล่อยให้เด็กนั่งดูทีวีอยู่คนเดียวเป็นเวลานานๆ จะมีผลในเรื่องทักษะทางภาษาและสังคมของเด็ก
เพราะว่าทีวีหรือคอมพิวเตอร์เป็นสื่อที่เปลี่ยนตลอดเวลา ทำให้เด็กสามารถจับจ้องอยู่หน้าทีวีได้นาน
แม้แต่เด็กที่เป็นสมาธิสั้นเองก็สามารถนั่งอยู่หน้าจอทีวีได้นานๆ เช่นกัน อาจทำให้คุณแม่คิดว่าลูกมีสมาธิดี
ตรงจุดนี้พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมของ ลูกอยู่ตลอดเวลา
- เด็กเล็กๆ ที่อายุน้อยกว่า 2 ปี ที่กำลังเรียนรู้ทักษะในเรื่องของการพูด การใช้ภาษา ทักษะทางสังคม
ถ้าจับจ้องอยู่กับทีวีนานๆ จะทำให้การเรียนรู้ทักษะด้านเหล่านี้ลดลง
- อย่าบังคับหรือดุเด็กมากๆ อาจทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตัวเองได้บางครั้งเวลาจะดุเด็ก
คุณพ่อคุณแม่ต้องรักษาหน้าของเด็กด้วย
แหม! แนะนำกับขนาดนี้แล้ว ไม่นำไปใช้ไม่ได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในวัยนี้
ลองกลับไปฝึกสมาธิให้ลูกด้วยกิจกรรมเหล่านี้ดูนะคะ เพื่อที่ว่าลูกๆ ของคุณจะได้เป็นเด็กที่มีสมาธิที่ยาวนานขึ้น
โดยที่คุณพ่อคุณแม่เองก็จะคลายความกังวลในเรื่องนี้ไปเลยค่ะ
(update 16 มีนาคม 2002)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 95 กันยายน 2546 ]
|