สิ่งสำคัญที่สุดในการให้ทารกดูดนม จากอกแม่ ในช่วงแรกๆ นั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า...
ทำอย่างไรทารกน้อยจึงจะเข้าใจวิธีการดูดนมจากอกแม่ได้อย่างถูกต้องเสียทีนะคะ
เพราะทันทีที่คุณแม่สามารถทำให้ลูกน้อยเข้าใจและสามารถเรียนรู้วิธีการดูดที่ถูกต้องได้แล้วนั้น
นั่นย่อมหมายถึงว่า กระบวนการต่างๆ ที่ตามมาจะราบรื่นและเป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ
บรรดาคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายจะหมดปัญหาซึ่งมักจะเกิดขึ้นตามมาหลังการให้ลูกดูดนมของคุณเสียทีนะคะ
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกิดการระคายเคือง, เจ็บ, อักเสบ, มีเลือดคลั่ง เหล่านี้เป็นต้น
ขอเพียงคุณแม่ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งท้อใจจนยอมยกธงขาวเลิกให้ลูกดูดนมตัวเอง เนื่องมาจากแพ้สิ่งต่างๆ
ดังกล่าวข้างต้นนะคะ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับคุณแม่มือใหม่ทุกยุคทุกสมัยค่ะ
เคยสังเกตบ้างไหมคะว่า เวลาที่คุณแม่เปิดเสื้อขึ้นให้ลูกน้อยเห็นเต้านม
กิริยาอาการของทารกน้อยเวลาเห็นเต้านม หัวนมแม่นั้นไม่ต่างอะไรไปจากบรรดาลูกเป็ด
เมื่อเห็นลำธารน้ำใสอย่างไรอย่างนั้นเลย ใช่ไหมคะ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณค่ะ
และดูเหมือนจะไม่มีทารกของประเทศไหนในโลกนี้ที่เวลาหิวแล้วจะค่อยๆ ละเลียดดูดน้ำนมจากอกแม่ช้าๆ
นิ่มนวลด้วยกลัวคุณแม่เจ็บ เด็กทารกเหมือนกันหมดตรงที่เวลาหิวแล้วแทบจะกระโจนเข้าใส่ (ดูด)
งับหัวนมทันทีที่ได้เห็น อย่างนี้แล้วคุณแม่จะไม่เจ็บอย่างไรไหวจริงไหมคะ
วิธีป้องกันไม่ให้เจ็บปวดจากการให้ลูกดูดนมจากอกแม่
เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บที่หัวนม คุณแม่ควรจะฝึกการให้นมดังต่อไปนี้นะคะ
1. ให้นมลูกเป็นเวลา ไม่ปล่อยให้ลูกหิวจัดแล้วจึงให้ ความหิวจะทำให้ทารกดูดอย่างแรง
โดยไม่สนใจว่าจะทำให้คุณแม่เจ็บหรือไม่และไม่สนใจที่จะเรียนรู้การดูดนมที่ถูกวิธี (เพราะหิว)
และจะร้องไห้ลั่นทันทีหากน้ำนมไหลไม่ทันใจหรือคุณแม่มีน้ำนมให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงเวลานั้น
2. หลีกเลี่ยงที่จะให้ลูกดูดนมตอนที่ลูกมีอาการง่วงนอนมากๆ เพราะจะทำให้น้ำนมไหลออกจากปาก
แทนที่จะไหลลงสู่ลำคอ เป็นการสูญเปล่าที่น่าเสียดาย
3. ไม่ควรให้นมลูกตอนที่กำลังออกฤทธิ์ ร้องไห้อย่างหนัก มีคุณแม่หลายคนที่ใช้เต้านมเป็นเครื่องมือ
ในการหยุดเสียงร้องไห้อย่างหนักของเด็กทารกซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะจะส่งผลด้านลบต่อลูกเรื่องระเบียบวินัยในการกิน
เป็นผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และที่แน่ๆ ก็คือ คุณแม่อาจจะต้องเจ็บจากแรงดูดของลูก
ในช่วงเวลาที่อารมณ์รุนแรงเช่นนั้น
 |
|
เต้านมของคุณแม่นั้นจะเต็มไปด้วยต่อมผลิตน้ำนมและส่งน้ำนมที่ผลิตได้เหล่านั้น
ตรงไปที่หัวนมโดยผ่านทางท่อลำเลียงน้ำนมที่หัวนมจะมีรูเล็กๆ หลายรู
สำหรับให้น้ำนมไหลผ่านเวลาทารกดูด |
อย่างไรก็ตาม หากว่าตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งปัจจุบัน คุณแม่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ในการให้นมลูกด้วยตัวเองเลยล่ะก็ บันทึกคุณแม่ มีแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับคุณแม่ที่ประสบปัญหา
ในการให้ลูกดูดนมจากเจ้าตัวเองจริงๆ ดังนี้ค่ะ ให้คุณแม่ใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาดๆ นวดเบาๆ
ให้ทั่วเต้านมเพื่อเป็นการกระตุ้นน้ำนม จากนั้น เมื่อเต้านมเริ่มคัดตึง คุณแม่จึงเริ่มทำการบีบน้ำนมจากเต้าใส่ขวดเก็บไว้ให้
ลูกดูดจากขวดโดยทิ้งช่วงห่างในการทำแต่ละครั้งประมาณ 3 ชั่วโมงต่อครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำนม
ของคุณแม่แต่ละคนด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรกระทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องนะคะ
วิธีการดูดนมที่ถูกต้องโดยธรรมชาติ
1. เวลาที่ดูดนมนั้น ทารกจะดูดยึดหัวนมคุณแม่ไว้แน่นด้วยปากและขากรรไกร
โดยให้ลิ้นด้านหน้าหรือปลายลิ้นสัมผัสชิดติดกับหัวนม
2. ภาพนี้แสดงให้เห็นส่วนหลังของลิ้นหรือลิ้นส่วนบนของทารก
ที่ใช้ในการควบคุมการดูดจะอยู่ติดกับเพดานปาก
3. จังหวะการดูด กระบวนการดูดนมจากอกแม่
จะเป็นไปตามธรรมชาติหากลูกวางตำแหน่งลิ้นได้อย่างถูกต้อง รูจมูกจะถูกยกสูงขึ้น
เพื่อช่วยในการหายใจโดยอัตโนมัติ เมื่อทุกอย่างถูกต้องสมบูรณ์
น้ำนมจากอกแม่จะไหลผ่านลำคอได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น
1. การดูดนมจากอกแม่ที่ถูกต้อง
เวลาหิวทารกทั้งหลายก็ไม่ต่างอะไรไปจากลูกนกดุเหว่าที่อ้าปากเพื่อขออาหารจากแม่
สัญชาตญาณการเรียนรู้เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่รอดของมนุษย์จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทารก
พยายามเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทาง เพื่อค้นหาวิธีการดูดนมที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุดด้วยตัวเอง
และสุดท้ายทารกก็จะค้นพบและทำได้โดยไม่ยากเย็นอะไรนัก (หลังจากลองผิดลองถูกจนทำเอาคุณแม่เจ็บ)
2. ในที่สุดเมื่อทารกสามารถเรียนรู้ที่จะดูดนมจากอกแม่อย่างถูกวิธีได้แล้ว
การสัมผัสที่เชื่อมโยงเพดานปากของทารกและหัวนมของแม่จะสร้างความเบิกบานให้กับทารกยิ่งนัก
ความสุข...กำลังเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความผูกพันและสุขภาพที่แข็งแรงทั้งร่างกาย
และจิตใจด้วยอาหารที่ธรรมชาติประทานให้...จากอกแม่สู่ลูกน้อยโดยตรง
ขอให้หนูๆ ทั้งหลายจง enjoy eating เอ๊ย!! Sucking กับนมจาอกแม่กันถ้วนหน้า
(โดยไม่ทำให้คุณแม่เจ็บเหมือนอย่างที่ผ่านมา)...นะจ๊ะ
(update 8 พฤศจิกายน 2004)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มิถุนายน 2547 ]
|