ลูกอ่อนนอนหลับน่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ดีใจ แต่ไหงกลับทำให้บางครั้งต้องปลุกมากินนม ทำไมต้องปลุกคนหลับมากิน
ให้นอนเต็มอิ่มตื่นขึ้นมาจะได้ยิ้มหวานไม่ดีกว่าหรือ ?
โดยธรรมชาติของทารกแรกเกิดในเดือนแรกนั้น จะนอนประมาณวันละ 18-20 ชั่วโมง จะตื่นก็ต่อเมื่อปวดฉี่
ปวดท้องอึ หิว หรือไม่สบายตัวเป็นส่วนมาก เนื่องจากยังตัวเล็กนัก ฉะนั้น ขนาดของกระเพาะอาหาร
(แรกเกิดประมาณ 20-30 ซีซี) กระเพาะปัสสาวะ และส่วนต่างๆ ก็พลอยเล็กสมดุลกันไป ลูกจึงกินได้ทีละน้อย
ปัสสาวะก็เก็บไว้ได้น้อย เลยต้องกินบ่อย ฉี่บ่อยทุก 2-3 ชั่วโมง แถมนมแม่ก็ยังย่อยง่ายกินเท่าไรเอาไปใช้ได้หมด
ไม่เหลือทิ้งค้างในลำไส้ให้ท้องอืดท้องเฟ้อเหมือนนมผง (นมวัว) ด้วยค่ะ
ปลุกหรือไม่ปลุกดีนะ ?
ช่วงแรกเกิด 1-2 สัปดาห์ การปลุกให้ลูกมาดูดนมทุก 2-3 ชั่วโมง มีความสำคัญมากเพราะเป็นช่วงที่ต้องสร้างน้ำนม
และประเมินความต้องการน้ำนมของลูก เพื่อให้มีการสร้างน้ำนมเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค (คุณลูกนั่นเอง)
หลักสำคัญของการจะมีน้ำนมมากพอ คือต้องให้ลูกดูดนมเข้าไว้ และต้องไม่ดูดเฉพาะที่หัวนม ซึ่งยิ่งดูดมาก
ดูดบ่อยเท่าไร น้ำนมก็จะถูกสร้างมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ใน 1-2 สัปดาห์แรก ควรปลุกไว้ก่อน
จนกว่าจะรู้สึกว่าน้ำนมมีมากพอสร้างระบบสมดุล DEMAND&SUPPLY ได้เหมาะเจาะแล้ว
ค่อยปล่อยให้กินเวลาหิวเรียกว่า DEMAND FEEDING หิวเมื่อไรกินเมื่อนั้น สรุปว่าลูกอ่อนหลับมากกว่า 3-4 ชั่วโมง
ต้องปลุกมากินนม เพราะถ้าปล่อยนานไปคนที่จะทรมาน คือคุณแม่เอง เพราะนมจะคัดเนื่องจากไม่ได้ถูกดูดออกไป
ถ้าไม่ปลุก ผลเสียมีมั้ย
เด็กเล็กๆ ถ้าหลับโดยไม่กินอะไรเลย จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึม ตัวเหลือง หนักเข้าก็อ่อนเพลีย
ยิ่งง่วงเหงาหาวนอน จะหลับหนักเข้าไปอีก ฉะนั้น ควรกำหนดเวลา 2-3 ชั่วโมงต่อครั้ง
สำคัญอย่าปล่อยให้เนิ่นนานกว่า 4 ชั่วโมง เพราะเดี๋ยวนมคัด และน้ำนมจะลดลงเพราะไม่มีการกระตุ้นซ้ำ
ที่กล่าวมานี้รวมทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยนะคะ
อยากบอกให้ระลึกไว้เสมอว่าอย่าเอาเวลามากำกับแบบเป๊ะๆ คุณจะต้องดูด้วยว่าลูกต้องการอย่างไร
ต้องการเมื่อไร แล้วจึงปรับเข้าหากัน แล้วคุณก็จะได้พบกับความสุขที่แท้จริง...ไม่ลองก็ไม่รู้ค่ะ
(update 29 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 102 เมษายน 2547 ]
|