คุณผู้อ่านทราบไหมคะ ว่าอัตราการตายอันดับต้นๆ ตามโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนใหญ่
คือการตายด้วยอุบัติเหตุ และอุบัติเหตุนั้นไม่ได้มาจากการจราจรเพียงอย่างเดียว
แต่รวมไปถึงอุบัติเหตุจากสิ่งแวดล้อม จากความประมาทเลินเล่อ
จากยาเสพติดหรือของมึนเมา ฯลฯ อีกด้วย
หมอเองได้ทราบ และพบเห็นเรื่องเกี่ยวกับอุบัติเหตุหลายเรื่อง
แต่ละเรื่องล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสะเทือนใจค่ะ
น้องนุ้กมีอายุเพียงขวบครึ่ง กำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง แม่ของน้องนุ้กพาเธอมาโรงพยาบาล
ด้วยอาการไม่รู้สึกตัว เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์เวรพบว่า ปลายมือปลายเท้าของน้องนุ้กมีสีเขียว
และเธอแทบไม่หายใจเลย จึงรีบใส่ท่อช่วยหายใจ ให้ออกซิเจนช่วย
สังเกตว่ารูม่านตาของคนไข้เล็กมากจนเท่ารูเข็ม แพทย์เวรจึงรีบซักประวัติแม่ของน้องนุ้ก
" คุณแม่ไปพบน้องนุ้กมีอาการอย่างนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"
" ตอนแรกน้องนุ้กก็นั่งเล่นคนเดียวอยู่ดีๆ ฉันหายไปล้างจานประมาณหนึ่งชั่วโมง
กลับมาน้องนุ้กก็เป็นอย่างนี้" คุณแม่พูดไปด้วยร้องไห้ไปด้วย
" มีใครในบ้านเอาอะไรให้น้องนุ้กกิน หรือน้องนุ้กหยิบยาหรือของอะไรกินเองหรือเปล่า"
แพทย์เวรถาม อาการของน้องนุ้กบ่งบอกว่า เธอน่าจะได้รับสารพิษ
" ฉันอยู่แค่สองคนกับลูก พ่อเขาไปทำงานต่างจังหวัด" แม่บอกทำท่านึก
แล้วแม่ก็ไอออกมา "หรือจะเป็นยา" แม่อุทานโพล่ง และบอกต่อว่า
" สองสามวันก่อน ฉันไม่สบาย ไปอนามัย อนามัยให้ยาแก้ไอ แก้หวัด
ฉันไม่รู้ว่าลูกจะหยิบกินหรือเปล่า"
เนื่องจากบ้านของแม่น้องนุ้กอยู่หน้าโรงพยาบาลนี่เอง แม่จึงขอกลับไปดูยา
เมื่อกลับมาแม่หน้าซีดเผือด บอกอย่างหมดแรง "หมอ
น้องนุ้ก หยิบยาแก้ไอ กินหมดซองเลย"
ยาแก้ไอนั้น ชื่อ Dextromethophane ทำเป็นยาเม็ดเคลือบน้ำตาล ขนาดเล็กกว่าเม็ดถั่ว
มีสีเหลืองสดใส ดูเผินๆ จะเหมือนลูกอมไม่มีผิด
ฟังแล้ว แพทย์เวรรีบให้ยา Naloxone แก้ฤทธิ์ ยาแก้ไอ Dextromethophane
ซึ่งเมื่อกินมากไป ทำให้เกิดพิษต่อระบบประสาท อาจจะทำให้ชัก และหยุดหายใจ
แพทย์เวรถอนหายใจ น้องนุ้กไม่ใช่เด็กรายแรกของปีนี้ ที่หยิบยา Dextromethophane
กินเพราะนึกว่าเป็นขนม แต่รายที่ผ่านมายังโชคดี เพราะแม่พามาโรงพยาบาลทันทีที่กำลังกินยา
เข้าไปไม่กี่เม็ด หลังให้ยาแก้ฤทธิ์ยาแก้ไอดังกล่าว อาการของเด็กก็กลับคืนปกติ
แต่สำหรับน้องนุ้ก แม้แก้ฤทธิ์ยา Dextromethophane ได้สำเร็จ แต่น้องนุ้กก็ไม่กลับมาหายใจอีก
เพราะเธอหยุดหายใจไปนานจนสมองตายและไม่ฟื้นกลับมาวิ่งเล่นได้อีกแล้ว
ความเห็น อุบัติเหตุที่เกิดกับน้องนุ้ก เป็นอุบัติเหตุที่ป้องกันได้ เพียงแต่เก็บยาให้ถูกที่
เช่น ใส่ยาไว้ในตู้ยา ให้พ้นมือเด็กเล็กและสำหรับผู้ผลิตยา ไม่ควรผลิตให้สวยงาม เหมือนขนมจนเกินไป
อุบัติเหตุทำนองนี้นอกจากเกิดกับเด็กเล็กที่ยังไม่รู้ประสีประสาแล้ว ยังอาจเกิดกับคนชรา
ที่ตาฝ้าฟางอีกด้วย หมอเคยเจอคนไข้วัยชราอีกหลายราย รายหนึ่งดื่มน้ำมันก๊าด
ด้วยนึกว่าเป็นน้ำ อีกรายหนึ่งกินยาผิดขนาด ผิดชนิด เพราะอ่านซองยาไม่เห็น ได้แต่จำเอา
การปฐมพยาบาลก่อนมาโรงพยาบาล ถ้าสังเกตเห็นว่าหายใจช้า หรือไม่หายใจ
ควรเป่าปาก หรือผายปอดช่วย และถ้าคลำชีพจรไม่ได้ ควรนวดหัวใจให้ระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
น้องโป้งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปเข้าค่ายฯ ของโรงเรียน ที่จัดขึ้น 3 วัน 2 คืน
พอถึงเช้าวันสุดท้าย เพื่อนๆ ต่างชวนกันไปเล่นน้ำที่อ่างเก็บน้ำใกล้ค่ายนั่นเอง เล่นกันอยู่สักพัก
ก็มีเสียงคนตะโกนว่า
ครูมา ต่างคนจึงต่างวิ่งขึ้นจากน้ำ เพื่อหนีครูจนไม่ได้สังเกตว่า ใครขึ้นมาบ้าง
เมื่อกลับมาถึงค่าย จึงรู้ว่าน้องโป้งหายไป เพื่อนๆ รีบบอกครู และไปตามหาน้องโป้ง
พบว่าน้องโป้งจมอยู่ในน้ำ เมื่อช่วยขึ้นมาได้ ครูรีบพาน้องโป้งส่งโรงพยาบาล
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์เวรพบว่า น้องโป้งตัวเขียวคล้ำ หยุดหายใจ
แต่หัวใจยังเต้นนานๆ ครั้ง จึงรีบใส่ท่อหายใจให้ออกซิเจน และทำการช่วยชีวิตชั้นสูง
คือ นวดหัวใจ ให้ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ ยาปรับกรดด่างของเลือด
ตลอดจนกระตุ้นการเต้นของหัวใจด้วยเครื่องไฟฟ้า
เมื่อสอบถามครูและกะระยะเวลา คาดว่าน้องโป้งคงจมน้ำไม่ต่ำกว่าสิบนาที
กรณีน้องโป้งก็เช่นกัน การช่วยชีวิตล้มเหลว คงเพราะน้องโป้งจมน้ำนาน
สมองขาดออกซิเจนมากจนไม่กลับคืน เป็นเรื่องโศกเศร้าสำหรับพ่อแม่
ครูและเพื่อนๆ และเป็นบทเรียนสำหรับทุกคน
ความเห็น กรณีเด็กนักเรียนได้รับอุบัติเหตุจนเสียชีวิตระหว่างเข้าค่ายนั้น
เป็นข่าวที่ได้ยินประจำทุกปี ทั้งเรื่องจมน้ำตาย ตกจากที่สูง ตกหลุม ตกต้นไม้
เชือกที่ฝึกห้อยโหนขาด กระทั่งต้นไม้ล้มทับ ทั้งๆ ที่อุบัติเหตุเหล่านี้ เป็นเรื่องป้องกันได้
ดังนั้น เด็กนักเรียนที่ไปเข้าค่าย หรือรวมกลุ่มกันเป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นค่ายอะไร
ควรถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น ทั้งนี้ อาจเนื่องจากอุปนิสัยของเด็กเอง
ที่ขาดความรอบคอบ ประมาท ชอบสนุก ชอบผจญภัย ซุกซนไปตามวัย อาจเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อม
ที่อาจจะเป็นอันตรายได้ หรืออาจจะเป็นความเสี่ยงจากการฝึกเอง
ดังนั้นผู้จัดการอบรมจึงควรวางมาตรการและมีกฎเกณฑ์ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอย่างเข้มงวด
เช่น เลือกวิธีฝึกไม่เสี่ยงจนเกินไป ครูอาจารย์มีจำนวนที่เหมาะสมกับจำนวนนักเรียนที่ต้องดูแล
ครูอาจารย์มีความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทุกคน มีเครื่องมืออุปกรณ์
ตลอดถึงยาในการช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น สถานที่จัดการฝึกอบรมต้องปลอดภัยมีรั้วรอบขอบชิด
มีการตรวจตรา และแก้ไขจุดอันตรายต่างๆ เช่น หลุมบ่อ สิ่งผุพัง ของมีคม อ่างเก็บน้ำและบ่อน้ำ
ควรเขียนคำเตือน มีข้อห้ามอันเข้มงวด หรือตั้งเครื่องกีดขวาง เป็นต้น
การปฐมพยาบาลสำหรับคนจมน้ำ สมัยก่อน มีคำแนะนำให้แบกคนจมน้ำขึ้นมา
เพื่อให้น้ำที่กลืนลงไปหรือเข้าไปในปอดไหลออกมา ปัจจุบันพบว่าการกระทำเช่นนั้น
ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าพบว่าหยุดหายใจหรือหายใจไม่สะดวก ควรตะแคงหน้าคนจมน้ำและระบาย
หรือล้วงสิ่งแปลกปลอมในปากออก จัดนอนหงาย ยกคางขึ้น ช่วยผายปอด คือเป่าลมเข้าไปในปาก
ถ้าหัวใจไม่เต้น ควรนวดหายใจไปด้วยระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
น้องน้ำหวานอายุ 7 ปี คุณแม่พามาโรงพยาบาลด้วยเรื่องตกบันไดแล้วปัสสาวะเป็นเลือด
ทันทีที่แพทย์เวรเห็นน้องน้ำหวาน ก็รู้สึกแปลกใจ เพราะถามอะไร น้องน้ำหวานไม่ยอมตอบ
ไม่พูดไม่จาเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน เมื่อขอตรวจก็ไม่ยอม คุณแม่เองก็ไม่ให้ข้อมูลชัดเจน
เนื่องจากเห็นเลือดซึมออกมาค่อนข้างมาก แพทย์เวรจึงขออนุญาตให้ยาสลบ
เพื่อตรวจดูภายในของน้องน้ำหวาน
ผลเป็นดังคาด
น้องน้ำหวานไม่ได้ตกบันไดเลย แพทย์เวรตรวจพบว่า
น้องน้ำหวานถูกข่มขืนมาเป็นเวลานาน แต่คราวนี้ที่เลือดออกมาก
เพราะยอดช่องคลอดมีแผลทะลุเข้าช่องท้อง จนต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เพื่อเย็บแผลภายใน
หลังจากเย็บแผลและให้เลือดถึงสองถุงแล้ว แพทย์เวรแนะนำให้คุณแม่ของน้ำหวานแจ้งความ
แต่เธอไม่ยอมแจ้ง แพทย์เวรจึงประสานงานกับมูลนิธิคุ้มครองเด็กของครูยุ่น
เพื่อช่วยประสานเรื่องคดี
เรื่องราวของน้องน้ำหวานจบลงด้วยดี หลังผ่าตัดเธอหายดี ทางมูลนิธิคุ้มครองเด็กได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแล
และสุดท้ายเนื่องจากความกลัวความผิด คุณแม่ของเธอจึงยอมเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความผู้ข่มขืน
ก็เป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอนั่นเอง และข่มขืนมานานหลายปี
ความเห็น กรณีเด็กถูกข่มขืนนั้น เป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะเด็กไม่รู้กฎหมาย
ไม่รู้วิธีคุ้มครองป้องกันตนเอง และการข่มขืน มักจะส่งผลกระทบทั้งทางจิตใจและทางร่างกาย
จึงควรต้องเป็นหน้าที่ของพลเมืองดีทุกคน ทุกกลุ่มอาชีพ ที่จะช่วยกันสอดส่องปกป้องคุ้มครองอนาคตของชาติ
ให้เติบใหญ่อย่างไม่แหว่งวิ่นทางร่างกายและจิตใจ เพื่อเป็นพลังของประเทศต่อไป
การปฐมพยาบาลสำหรับกรณีข่มขืน ก่อนมาโรงพยาบาล ถ้ามีบาดแผลที่มีเลือดออกมาก
ควรใช้ผ้าสะอาดกดเอาไว้ ไม่ควรชะล้างด้วยน้ำหรือน้ำยาต่างๆ เพราะจะทำลายหลักฐานได้
รวมทั้งควรเก็บหลักฐานทั้งหมด เช่น เสื้อผ้าเปื้อนเลือด เปื้อนน้ำอสุจิ ฯลฯ นำมาโรงพยาบาลด้วย
(update 14 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 3 เมษายน 2546 ]
|