เราได้ทราบกันแล้วว่า โรคอัลไซเมอร์ เป็นสาเหตุหนึ่งของสมองเสื่อมที่พบได้บ่อย ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
พวกเราคงได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ "ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน" จากภาวะแทรกซ้อนของโรคอัลไซเมอร์
อัลไซเมอร์ เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุ
พบในคนอายุน้อยได้แต่ไม่มากนัก เมื่อมีอายุมากขึ้นจะเป็นโรคสมองเสื่อมโดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นเรื่อยๆ
จากตัวเลขในต่างประเทศ พบว่า เมื่ออายุ 60 ปี จะมีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม 1% ของคนที่อายุเกิน 60 ปี
และอุบัติการณ์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ 5 ปี หมายความว่าจาก 1% เมื่ออายุ 60 ปี พบได้ 2% ในกลุ่มอายุ 65 ปี
พบเป็น 4% ในกลุ่มอายุ 70 ปี เป็นต้น
ดังนั้น ยิ่งอายุยืนยาวขึ้น โอกาสเสี่ยงของการเป็นภาวะสมองเสื่อมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
ที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้สูงขึ้น เช่น
- กรรมพันธุ์ โดยพบว่าพ่อ แม่ พี่ หรือน้อง ป่วยเป็นอัลไซเมอร์หรือมีประวัติเป็น
Down Syndrome (ปัญญาอ่อน)ในครอบครัว
- การใช้ยาต้านการอักเสบอย่างไม่ถูกต้อง หรือโดยไม่อยู่ในความดูแลของแพทย์
- ภาวะขาดสารอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น การขาดวิตามินเอ ซี อี ซิลิเนียม
- โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น
เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของสมองจะลดลงไปจากเดิมบ้าง ความคิดอาจจะช้าลง
การเรียนรู้สิ่งใหม่จะช้าลง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พบได้ในคนสูงอายุทั่วๆ ไป
แต่คนสูงอายุเหล่านี้จะยังคงสามารถตัดสินใจ มีความคิดริเริ่ม มีจินตนาการ มีเหตุผลเป็นของตนเอง
จึงถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามการมีอายุเท่านั้น แต่สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีอาการความจำเสื่อม
การตัดสินใจลดลง และการใช้เหตุผลผิดปกติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางด้านของอารมณ์และพฤติกรรม
โดยอาการเหล่านี้จะมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักมีอาการแสดงต่างๆ เช่น
- ลืมชื่อคนในครอบครัวที่เป็นญาติสนิทหรือเพื่อนไป
- รับประทานอาหารแล้วบอกว่ายังไม่รับประทาน
- เดินเล่นในสวนใกล้บ้านแต่พอจะกลับบ้านแต่กลับไม่ถูก
- ไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้อย่างไร และจำเส้นทางกลับบ้านที่เคยกลับประจำไม่ได้
- มีการตัดสินใจแย่ลง เช่น ผู้ป่วยเป็นไข้ตัวร้อนต้องไปหาแพทย์แต่ผู้ป่วยกลับห่มผ้าและนอนอยู่บนเตียงแทน
- พูดไม่ค่อยเป็นประโยค
- มีการเปลี่ยนแปลงอารมณ์รวดเร็ว เช่น จากอารมณ์เงียบเป็นร้องไห้ โดยไม่มีเหตุผล
หรือมีอาการสับสนสลับหวาดระแวง ฯลฯ
หากมีอาการแสดงดังกล่าวข้างต้นเราควรนำผู้ป่วยมาพบแพทย์เพื่อได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม
และบุคคลใกล้ชิดหรือผู้ดูแลควรเข้าใจถึงอาการที่ผู้ป่วยไม่ควรโกรธผู้ป่วย และปรับสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งดูแลเรื่องอาหาร
และการออกกำลังกายอย่างให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข
อ้างใน พ.ญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน : โรคสมองเสื่อมสำหรับประชาชน สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม
ปฏิมา พรพจมาน
พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลเทพธารินทร์
(update 4 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ 5938 วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2547 ]
|