อายุ 10 ขวบกว่า เครียดอะไรหนักหนา
?
อย่ามองข้ามเรื่องกังวลของวัยนี้ค่ะ เขาเครียดจริงๆ และคุณช่วยได้
ความเครียดดูน่าจะเป็นอาการประจำกายใจผู้ใหญ่อย่างเราแม่ๆ มากกว่า
แม่ของลูกพลับสงสัยว่า ลูกสาวของเธอลืมตาดูโลกมาแค่ 12 ปี จะมีความเครียดอะไรได้
ในสายตาผู้ใหญ่มักเห็นว่า เด็กๆ จะมีอะไรให้เครียดกันนักหนา
ความจริงแล้วลูกวัยนี้ของเรามีเหตุให้เครียดได้หลายข้อเชียวค่ะ
เพราะเป็นวัยที่กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงจากเด็กสู่วัยรุ่น ทั้งร่างกายและจิตใจที่กำลังเปลี่ยนไป
หรือเรื่องราวแวดล้อมตัวเขาอีกหลายเรื่องนั้น ดูเผินๆ ธรรมดาสำหรับเรา
แต่สำหรับเขา
อาจเป็นเรื่องใหม่
ยาก
คิดไม่ตก
ก็เขาไม่ได้ผ่านร้อนหนาวมามากเท่าเรา
จึงต้องทำความเข้าใจกับวัยของเขาหน่อยค่ะ
เติบโตทางร่างกาย
คุณครูของลูกพลับเล่าให้แม่ฟังว่า เพื่อนๆ ในห้องของลูกพลับ แม้จะอยู่ในวัย 12 ขวบ ไล่เลี่ยกัน
ทว่าแต่ละคนดูแตกต่างลักลั่นกันมากค่ะ บางคนดูเป็นเด็กตัวเล็กเหมือนเดิม ยังสนใจพวกการ์ตูนของเล่นกันอยู่เลย
ขณะที่อีกคนเริ่มมองหนุ่มมองสาว รูปร่างสูงโย่งเป็นวัยรุ่นแล้ว เด็กผู้หญิงช่วงนี้จะโตกว่าเด็กผู้ชายอย่างเห็นได้ชัดเจนทีเดียว
ความแตก
ต่างตรงนี้ ก่อตัวสะสมเป็นความเครียดค่ะ เพราะเมื่อเด็กๆ เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนแล้วมีความแตกต่างกัน
เขาอยากเหมือนเพื่อนๆ ทั้งทางรูปกายภายนอก และความชอบความสนใจต่อสิ่งรอบข้างมากกว่าจะแปลกแยกน่ะค่ะ
พวกที่ตัวเล็กอาจกังวลว่า เขาจะสูงไหม พวกโตเร็วสูงเร็วจะรู้สึกขัดเขินกับตัวเอง ไม่มั่นใจว่าจะวางท่าทางอย่างไร
เรามีส่วนช่วยลูกได้ค่ะ หาข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการในวัยของเขา
ใกล้ๆ ตัวที่สุดก็คอลัมน์พัฒนาการข้างหน้านี้เอง หรือหาความรู้ให้เข้าอ่าน
เมื่อทราบแล้วว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร การได้พูดคุยกับลูกเพื่อทำความเข้าใจกันไว้บ้าง
จะช่วยทำให้เขาสบายใจขึ้น
เรียน เรียน และเรียน
เด็กๆ ต้องคร่ำเคร่งกับการเรียน ตอนนี้การเรียนยากขึ้น ไม่ได้เกรด 4 ง่ายๆ แบบสมัยอนุบาลอีกแล้ว
ถ้าต้องการเรียนได้คะแนนดีจริงๆ ต้องมีทั้งความขยัน การตั้งใจเรียน และสามารถทำความเข้าใจกับวิชาต่างๆ
อย่างกระจ่างแจ้งและรวดเร็ว เพื่อเข้าเรียนในครั้งต่อไปด้วยความเข้าใจ หากเขาเกิดติดขัดในครั้งนี้
เขาจะเข้าเรียนในครั้งหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ตามมาด้วยความอึดอัดกังวลในยามสอบ
การบ้านมากมายที่เด็กๆ ต้องทำให้เสร็จ แม้จะดึกดื่นค่ำคืนอย่างไร
ก็ก่อตัวให้เกิดความเครียดรายวันต่อลูกอีกเช่นกันค่ะ
ช่วยลูกทำการบ้านคงไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่ แต่อาจช่วยเขาจัดการวางแผน
จัดระบบการใช้เวลาของลูกให้เข้าที่เข้าทางดีกว่า ถ้าลองตีตารางกันเล่นๆ ว่า
แต่ละวันเขาใช้เวลากับการทำอะไรบ้าง จะพบว่าเสียเวลาไปกับเรื่องไหนโดยไม่จำเป็น
จัดสรรเสียใหม่ให้ลงตัวค่ะ
เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเรียนของเขาไปทุกบทเรียนก็จริง แต่ต้องรู้จักสังเกตเขาค่ะ
ว่าติดขัดในวิชาไหน เพื่อช่วยกันหาทางคลี่คลาย
กิจกรรมแกมบังคับ
การพาลูกไปทำกิจกรรมในวันหยุด อย่าให้กลายเป็นยาขมสำหรับเขา น่าจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวชอบ
เพื่อความสบายใจ ถ้าลูกเราไปกี่ครั้งก็ยังบ่นอุบไม่เลิก เป็นสัญญาณว่าไม่ควรบังคับเขา
ในเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องสนุกสนานผ่อนคลายค่ะ
กิจกรรมเข้าคอร์สพิเศษต่างๆ เช่น เช้าพาไปเรียนเปียโน บ่ายเรียนภาษาอังกฤษ
บ่ายแก่ๆ เรียนเทควันโด ทุกเสาร์อาทิตย์เต็มแน่นด้วยการเข้าคอร์สต่างๆ ไม่จำเป็นค่ะ
ให้ลูกมีเวลาหายใจหายคอ อยู่เฉยๆ บ้าง มีเวลาสบายๆ สำหรับตัวเอง ได้เล่นแบบไม่ต้องมีรูปแบบของคอร์สต่างๆ
มากำหนดกฎเกณฑ์ เด็กๆ จะได้ใช้จินตนาการของตัวเองบ้าง
ถ้าเรามีเรื่องเล่นหรือกิจกรรมของเราภายในบ้าน
เล่นด้วยกันน่าจะเป็นการสานสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ดีค่ะ
ความคาดหวังจากผู้ใหญ่
ความคาดหวังจากพ่อแม่ มาจากความรักความห่วงใยในอนาคตของลูก ลูกเราน่าจะประสบความสำเร็จ
หรือได้ใช้ชีวิตที่ดีกว่าเรา เราจบปริญญาเอก มีงานมั่นคงในอาชีพของเราเอง ก็อดไม่ได้
อยากให้ลูกของเราได้เรียนสูงเท่ากัน เรียนน้อยกว่านี้จะวิตกกังวลว่าจะไปไม่รอด
ลูกๆ ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ลูกที่มีพ่อแม่คาดหวังมากและผลักดันลูกมาก เขาต้องทำตามมาตรฐานสูงๆ
ของพ่อแม่ด้วยความเหน็ดเหนื่อย สีหน้าผิดหวังของพ่อแม่ยามลูกสอบไม่ได้ ก็เป็นตัวกดดันนะคะ ดังนั้น
ถ้าคิดแบบปล่อยวางไม่ได้ ก็พยายามเก็บรักษาอารมณ์หน่อยค่ะ เพลาๆ ลงหน่อย เขายังเด็กอยู่
ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปตามวัย และดูความสามารถของเขาดีไหมคะ ว่ามีมากน้อยแค่ไหนและจะไปในทิศทางไหน
พ่อแม่ห่างเหิน
เมื่อตอนเขายังเล็กๆ หกล้มนิดเดียวแม่รีบเข้ามาโอ๋ หาหยูกยาทาให้ พอโตแล้วเราเห็นว่าเขาดูแลตัวเองได้ดีขึ้น
นับวันเราจะปล่อยเขามากขึ้น เพราะไว้วางใจในตัวเขาว่าจะต้องจัดการกับตัวเองได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องมีเราไปประคอง
ส่วนใหญ่แล้วเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม เขายังต้องการการเอาใจใส่จากเราเหมือนเดิม
เพียงแต่เปลี่ยนลักษณะไปเท่านั้นเอง
การที่เรากลับมาบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อย เครียด ล้า หงุดหงิดสม่ำเสมอ ไม่เคยมีเวลาดีๆ ให้แก่กัน
ไม่พร้อมจะให้คำปรึกษา ลูกต้องคิดคนเดียว เช่นทำไมเพื่อนไม่อยากคุยกับหนู หรือหมู่นี้หนูรู้สึกเบื่อ
เราก็ไม่มีโอกาสได้รู้สาเหตุปัญหาของลูก และช่วยให้เขาผ่านพ้นปัญหาไปได้
เพราะยังไม่พบประสบการณ์ชีวิตเท่ากับผู้ใหญ่
พ่อแม่ก็เหนื่อยและเครียดเป็น แต่จะต้องมีสัดส่วนของเวลาไม่เครียดด้วย เพื่อเปิดหู ตา
และใจ รับรู้ความเป็นไปของลูกเรา ช่วยเขาสลายปัญหาค่ะ
เห็นไหมคะ ความเครียดของเด็กวัยนี้มีไม่น้อยทีเดียว
รู้อกเขาอกเราแล้วช่วยทะนุถนอมหัวใจดวงน้อยๆ นี้ด้วยนะคะ
(update 7 พฤษภาคม 2003)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 6 ฉบับที่ 63 มิถุนายน 2544 ]
|