ปลื้มคนดัง คลั่งไคล้ดารา
ส่วนหนึ่งของการตามหาตัวตนวัยพรีทีน
กำลังรู้สึกสบายๆ กับการเป็นแม่ในช่วงลูกโตพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ดีแล้ว
ไม่ทันไรเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชวนหวั่นใจเล็กๆ ก็เมื่อก้าวเข้าไปในห้องนอนลูกวัยพรีทีนน่ะสิคะ
ผนังเหนือเตียงนอนของลูกที่เคยปิดตัวการ์ตูนเต็มไปหมด
มาวันนี้มีโปสเตอร์นักร้องสุดฮิตมาดหลุดโลกมาปิดแทน
หากเป็นเด็กสาวในวัยเดียวกัน เชื่อว่า ห้องนอนเธอก็คงประดับประดาด้วยโปสเตอร์ดารานักร้องที่เธอชื่นชอบเหมือนกัน
ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ ที่ลูกเรา
พอถึงวัยนี้กลับไปปลื้มคนเด่นคนดัง ถ้าไม่ใช่นักร้องหรือดารายอดนิยม
อาจจะเป็นนักกีฬาอย่างเบคแฮม ภราดร หรือคนเก่งอื่นๆ ที่สร้างกระแสฟีเวอร์ในสังคม (ทั้งไทยและเทศ)
มันเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งที่แสดงว่าลูกกำลังสลัดคราบความเป็นเด็กสู่ความเป็นผู้ใหญ่
เหมือนดักแด้ที่กำลังสร้างรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อกลายร่างเป็นผีเสื้อปีกแข็งแรงบินออกสู่โลกกว้าง
จากที่เคยว่าง่าย ติดพ่อแม่แจ เห็นพ่อแม่เป็นฮีไร่ ก็ค่อยๆ ถอยห่างจากพ่อแม่ สร้างเกราะให้ตัวเอง
รอเวลาสร้างตัวตนของตัวเอง
เปรียบเทียบให้เห็นชัดอีกนิดนะคะว่า โลกของลูกแต่ก่อนเป็นโลกใบเล็กที่มีพ่อแม่เป็นเหมือนคนสร้างโลก
พ่อแม่จึงเป็นต้นแบบแรกให้ลูกดำเนินรอยตาม คำชื่นชมของพ่อแม่ก็เป็นมาตรฐานที่กำหนดให้เขาทำอะไรต่อมิอะไร
แต่มาถึงวันนี้วัยนี้ลูกเริ่มก้าวออกสู่โลกภายนอกที่กว้างใหญ่ เขาต้องการคำชื่นชม การยอมรับจากคนภายนอกด้วย
แล้วแบบไหนล่ะที่สังคมยอมรับ ถ้าไม่ใช่คนเด่นคนดังแห่งยุคสมัย
อย่างนักร้องสาวสุดเซ็กซี่ บริทนี่ สเปียร์ ไงคะ จากผลสำรวจ เธอคือต้นแบบในดวงใจของเด็กสาวอเมริกา
(แล้วเธอก็แผ่อิทธิพลสู่โลก globalization มาเป็นต้นแบบของเด็กไทยด้วย) แฟชั่นสายเดี่ยว สะดือแพล็มเลยฮิตทั่วเมือง
คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งบ่นเบื่อพวกเด็กแก่แดดเลยค่ะ ลองไปรื้อรูปตัวเองครั้งยังละอ่อนดูบ้างว่าตอนนั้นน่ะเริ่ดขนาดไหน
มินิสเกิร์ต ฮอตแพนต์ รองเท้าส้นตึก ผมยาวสยาย ตุ้มหูพวงระย้า
คยฮอตกับเขามาแล้วทั้งนั้น ก่อนจะมาใส่ผ้าไหม
สง่างามตามกาละ มีความคิดความอ่านอย่างทุกวันนี้
แรงผลักดันภายในของวัยแรกรุ่นน้องเองค่ะ กระตุ้นให้เด็กวัยนี้เริ่มมองหาตัวตนของตัวเอง
ทำตัวแปลกๆ ไม่ยอมทำตามมาตรฐานที่พ่อแม่ผู้ใหญ่วางไว้ สังเกตสิคะว่าหมู่นี้เขาจะพูดคำว่า
" รู้แล้วน่ะ" ติดปากทีเดียว
แต่ว่าตัวตนที่ลูกตามหาจะเป็นแบบไหนเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนคนเพิ่งก้าวเท้าออกจากประตูสู่โลกกว้าง
จะไปทางซ้ายหรือทางขวาก็ยังไม่มั่นใจ ด้วยความรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนแปลกหน้าในโลกใบใหม่
วัยนี้เขามักจะคิดว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาคนอื่นตลอดเวลา กลัวว่าคนอื่นโดยเฉพาะคนวัยเดียวกันจะเห็นว่าเขาเชย เฉิ่ม
แม้แต่สิวเม็ดเล็กๆ เม็ดหนึ่งก็ทำให้เขาวิตก จนไม่มั่นใจที่จะออกไปเดินตามท้องถนน ความไม่มั่นใจนี้มีอยู่ในทุกเรื่อง
ไม่พอใจรูปร่างหน้าตาของตัวเอง ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะฉลาด จะเก่ง เพราะฉะนั้นเดินตามคนหมู่มากไว้ก่อนดีที่สุด
การชื่นชอบเลียนแบบคนเด่นคนดังทำให้ลูกอุ่นใจขึ้นค่ะ
พร้อมกันนี้ค่านิยมของสังคมเริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับลูกมากก็ช่วงนี้ละคะ จากที่ลูกได้เห็นตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าโฆษณา
ภาพยนตร์ ละครทีวี นิตยสาร ฯลฯ เป็นวัยที่ลูกเริ่มเปิดรับไม่ว่าในเรื่องของการแต่งกาย บุคลิก พฤติกรรม
ความรู้สึกนึกคิดจากสิ่งที่เห็น
ปลื้มดารา แล้วไง ?
ไม่กระไรนักหนาหรอกค่ะ อาการปลื้มคนเด่นคนดังเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการในช่วงวัยนี้
เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างความเป็นตัวของตัวเอง สร้างบุคลิกภาพ
ในช่วงแรกนี้อาจจะทำให้พ่อแม่จับตามองด้วยความหวั่นไหวบ้าง แต่ยังดีที่ว่า
อาการนี้เป็นเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ชั่ววัยผ่านเท่านั้นเอง
พอถึงช่วงวัยรุ่นตอนกลาง หรือมัธยมปลาย ถ้าพ่อแม่เข้าใจ รับมือได้ดี เด็กจะมั่นคงมากขึ้น
และจะเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเอง (ในแบบที่ตัวเองเป็น) มากขึ้น
เราสามารถช่วยให้ลูกผ่านพ้นช่วงเก้ๆ กังๆ ในการค้นหาตัวตนและคุณค่าในตัวเองจนพัฒนาเป็นตัวของตัวเอง
โดยไม่จำเป็นต้องเหมือนใครในที่สุดได้โดย
- ไม่ต่อต้าน ไม่ว่าลูกจะชื่นชมกับดาราเซ็กซ์ซิมโบล หรือนักร้องร็อกพันธุ์ดุ
อย่าเพิ่งตระหนกว่าลูกอยากจะเลียนแบบพานต่อต้าน ดุว่า หรือพูดกระแนะกระแหน
เขาอาจจะชื่นชอบในเสียงเพลง การแสดงออก แต่ไม่ได้หมายความอยากจะมีพฤติกรรมเลียนแบบฮีโร่เสมอไป
- ให้อิสระมากขึ้น โดยธรรมชาติ วัยนี้เขาไม่ยอมให้เราควบคุมเขาง่ายๆ เหมือนก่อนแล้ว
เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองโตแล้ว เราควรปฏิบัติต่อเขาอย่างคนโตๆ ด้วยกัน ไม่ไปจู้จี้กับเรื่องส่วนตัวให้มากนัก
เพียงแต่มีขอบเขตที่ชัดเจนว่าแค่ไหนได้แค่ไหนไม่ได้
หากเขาจะเริ่มขอเจาะหูอย่างดาราคนโปรด ถ้าคิดแล้วไม่มีอะไรเสียหายก็ไม่น่าต่อต้าน
เพียงแต่ต้องตกลงกันว่า ไม่ใส่ตุ้มหูไปโรงเรียนเพราะขัดกฎโรงเรียน เป็นต้น
- ให้เห็นคุณค่าของตัวเอง ในขณะที่เขากำลังฟอร์มบุคลิกภาพนี้
พ่อแม่ต้องเข้าช่วยลูกค้นหาคุณค่าที่แท้จริงในตัวเขาแล้วชื่นชม เช่น เขาเป็นคนรับผิดชอบดี
เป็นคนเอื้อเฟื้อมีน้ำใจหรือเห็นแววความสามารถทางดนตรี กีฬา
หรืออื่นๆ ก็ต้องพยายามสนับสนุนส่งเสริม ให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมือ
- ให้ความมั่นใจ หากลูกอยากจะตามแฟชั่น แต่งตัวตามสไตล์ดาราคนโปรดบ้าง
อย่าเพิ่งขัด แต่ช่วยดูช่วยแนะ เช่น " เสื้อสายเดี่ยวนี่น่ารักดีนะ แต่ใส่เสื้อคลุมไปหน่อยเถอะ
จะได้มั่นใจขึ้น" (เพราะเรารู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่มั่นใจหรอก) " มินิสเกิร์ตนี่สวยดี แต่ถ้าลูกใส่ยาวอีกนิดจะสวยที่สุด"
เวลาว่างก็ชี้ชวนกันดูแฟชั่น แบบนี้แม่อยากใส่ แบบนั้นลูกอยากใส่ ลองถามลูกบ้างว่า
" ลูกคิดว่า แม่ใส่แบบนี้ไปงานเลี้ยงที่ทำงานดีมั้ย" เป็นการกระตุ้นให้ลูกรู้จักวิเคราะห์เรื่องความเหมาะสม
ผลัดกันออกความคิดเห็นต่อเรื่องต่างๆ เช่น การแต่งกาย ท่าทาง พฤติกรรมของคนอื่นหรือดาราคนเด่นคนดัง
(ง่ายๆ ก็คือว่า จับเข่าเม้าท์กันน่ะค่ะ)
- ให้โอกาสรู้จักต้นแบบที่หลากหลาย การที่เด็กคลั่งไคล้ดารา นักร้อง ก็เพราะได้เห็นบ่อยๆ หรือเพื่อนๆ
วัยเดียวกันชื่นชอบ ลองให้ลูกได้รู้จักคนเก่งด้านอื่นๆ บ้าง อย่างนักกีฬา นักดนตรี นักประดิษฐ์ นักเขียน ฯลฯ
ทำให้ลูกได้มีต้นแบบที่หลากหลาย หากตรงกับความสนใจหรือความสามารถของตัวเขาด้วยแล้ว
ก็จะเป็นแรงผลักดันให้เขาได้ค้นพบตัวเองเร็วขึ้น
ท้ายสุด ลองย้อนมองเข้าไปในตัวเราสิคะ คุณอาจจะเห็นเสี้ยวหนึ่ง ของ Beatles, Rolling Stone
หรือไม่ก็ มาร์กซ์, ชาร์ตส์ แอบซ่อนอยู่ในตัวตนของเราก็ได้
(update 13 ธันวาคม 2003)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 89 สิงหาคม 2546 ]
|