หัวใจของเราทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย คล้ายเครื่องสูบน้ำในบ้านที่สูบน้ำ
จ่ายตามท่อไปยังจุดต่างๆ โดยเฉพาะห้องน้ำชั้นบน หัวใจจะสูบเลือดดำกลับมาฟอกเป็นเลือดแดงที่ปอด
แล้วก็ฉีดแดงออกไปทางเส้นเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงร่างกายแตกสาขาย่อยออกไปเรื่อยๆ
จนถึงเส้นเลือดที่เล็กที่สุด คือ เส้นเลือดฝอย
เส้นเลือดฝอยนี่เล็กมากนะครับ ซอกซอนไปเลี้ยงเนื้อเยื่ออวัยวะทุกส่วนของเราเลยหล่ะ
เอาอาหาร ออกซิเจน และสารต่างๆ ส่งไปให้ ขากลับก็นำของเสียจากอวัยวะนั้นออกไปเพื่อกำจัดทิ้ง
เลือด จึงเป็นเหมือนพาหนะที่ขนส่งอาหารและสิ่งจำเป็นไปและกลับจากอวัยวะทุกส่วน
โดยมีเส้นเลือดเป็นถนน
ความยาวของเส้นเลือดทั้งตัวเรานี้ ถ้าเอามาต่อกันเข้าทุกเส้นรวมทั้งเส้นเลือดฝอยด้วย
จะยาวกว่า 1 แสนกิโลเมตร ยาวพอที่จะเอามาพันรอบโลกได้เกือบ 3 รอบเลยทีเดียวครับ
ดูแล้วเหลือเชื่อมั้ยครับ
เลือดของคนเรามีสีแดงเหมือนเลือดวัว เลือดไก่ เลือดสุนัข แต่เลือดปูจะมีสีน้ำเงิน
และเลือดแมลงจะมีสีเขียว องค์ประกอบของเลือดส่วนหนึ่งเป็นของเหลว เรียกว่า น้ำเลือด
หรือน้ำเหลืองอีกส่วนเป็นเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดงทำให้เลือดเรามีสีแดง
สร้างจากไขกระดูกเพื่อทดแทนเม็ดเลือดที่หมดอายุและถูกทำลายไป
เมื่อถูกของมีคมบาดเป็นแผลเลือดออก แสดงว่าของมีคมนั้นบาดถูกเส้นเลือดขาด
เลือดเลยไหลออกนอกเส้นเลือด ออกมานองที่แผลให้เห็น คล้ายท่อประปาแตกแล้วน้ำทะลักนองถนนนั่นแหละ
การที่เลือดไหลออกมาเป็นการเสียเลือด ทั้งเม็ดเลือดและน้ำเลือด เส้นเลือดที่ถูกบาดขาดออกจากกันนั้น
อาจเป็นเส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ เส้นเลือดฝอย หรือผสมกันก็ได้ แล้วแต่ว่าแผลนั้นตื้น-ลึกแค่ไหน
และแผลนั้นอยู่บริเวณไหนด้วย บาดแผลตื้นๆ อาจมีเลือดออกมาจากเส้นเลือดฝอยอย่างเดียวก็ได้
แผลที่ลึกอาจโดนเส้นเลือดขาดทั้งเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดดำ และเส้นเลือดแดงเลย
แบบนี้เลือดพุ่งกระฉูดเลยล่ะ
การสังเกตว่าเลือดนั้นน่าจะออกจากเส้นเลือดประเภทไหน
จะเป็นประโยชน์ในการประเมินความรุนแรงของการสูญเสียเลือดจากบาดแผล
และเป็นประโยชน์ต่อการปฐมพยาบาลห้ามเลือดมากทีเดียวครับ
ลักษณะของเลือดที่ออกจากเส้นเลือดชนิดต่างๆ
- เลือดออกจากเส้นเลือดฝอย
- เนื่องจากเส้นเลือดฝอยซอกแซกทั่วร่างกายไปหมด เวลาเกิดบาดแผล
ไม่ว่าตรงไหนก็จะโดนเส้นเลือดฝอยขาดเสมอ และเป็นเพราะเส้นเลือดขนาดเล็ก เลือดจึงไหลไม่แรง
แต่จะค่อยๆ ซึมออกมา ค่อยๆ รวมตัวกันมากขึ้นเอ่อแผล เลือดออกแบบนี้มักไม่ค่อยอันตรายครับ
เสียเลือดไม่มาก เลือดอาจหยุดเองได้
- เลือดออกจากเส้นเลือดดำ
- คุณอาจจะไม่รู้จักว่าเส้นไหนคือ เส้นเลือดดำ มองดูที่หลังมือ หน้าแขน หน้าขาซิครับ ที่เห็นเส้นเขียวๆ
อยู่ตื้นๆ นั่นแหละ เส้นเลือดดำทั้งนั้น ยิ่งผอมยิ่งเห็นได้ง่ายครับ ถ้าอ้วนอาจเห็นยากสักหน่อย
เพราะไขมันใต้ผิวหนังพอกบังไว้ เส้นเลือดขอดที่ขาและน่องที่เห็นชัดเวลายืน นั่นก็คือ เส้นเลือดดำ
- เลือดที่ออกจากเส้นเลือดดำ สีเลือดจะไม่ค่อยแดงสดครับ จะออกสีคล้ำหน่อย
เลือดจะไหลซึมออกมาเรื่อยโดยไม่พุ่งแรง เพราะแรงดันของเลือดในเส้นเลือดดำไม่สูง
- เลือดออกจากเส้นเลือดแดง
- เส้นเลือดแดงเป็นเส้นทางหลักที่หัวใจสูบฉีดเลือดแดงออกไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
แรงดันในเส้นเลือดแดงจึงสูง ที่แพทย์วัดความดันโลหิต ก็วัดแรงดันในเส้นเลือดแดงนี่แหละ
ผู้ที่เป็นโรคความดันสูง ก็จะมีแรงดันเลือดในเส้นเลือดแดงสูงกว่าปกติ
- เลือดที่ออกจากเส้นเลือดแดงจะมีสีแดงสดครับ เพราะเป็นเลือดที่ฟอกมาใหม่ๆ จากปอด
เลือดจะไหลแรง อาจเห็นว่าพุ่งจู๊ดอย่างกับน้ำพุเลยก็ได้ ถ้าของมีคมโดนเส้นเลือดแดงขนาดโตหน่อย
จะทำให้เลือดออกมากและออกเร็ว ถ้าห้ามเลือดไม่ทันมีหวังเลือดหมด ช็อกตาย เรามีเลือดอยู่แค่ 4-5 ลิตร
เลือดออกพุ่งปรี๊ดแบบนี้ ประเดี๋ยวเดียวก็หมดกัน
- การห้ามเลือดที่ออกจากเส้นเลือดแดงจึงห้ามยากที่สุดในบรรดาเส้นเลือดทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว
ยิ่งเส้นเลือดแดงขนาดโตยิ่งห้ามยากเป็นทวีคูณครับ
วิธีห้ามเลือด
ธรรมชาติได้สร้างกลไกการห้ามเลือดอัตโนมัติไว้แล้ว คือ การหดรัดตัวของเส้นเลือดที่บาดแผล
และมีการแข็งตัว จับกันเป็นก้อนของเลือดอุดรูที่เส้นเลือดฉีกขาด ที่เรียกว่าอัตโนมัติ
เพราะกลไกนี้จะทำงานเองทันทีที่เกิดบาดแผลหรือเกิดเลือดออกครับ ไม่ต้องรอให้เราสั่งหรือร้องขอ
เป็นกลไกป้องกันตัวเองที่สำคัญมากกลไกหนึ่งของร่างกาย
ผมขอแนะนำวิธีห้ามเลือดเพื่อการปฐมพยาบาลบาดแผลเลือดออก ดังนี้ครับ
- ใช้นิ้วกด
- เป็นวิธีห้ามเลือดที่ทำได้ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง สามารถห้ามเลือดที่ออกจากเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดดำ
และเส้นเลือดแดงครับ จะมียกเว้นก็กรณีที่แผลใหญ่มากหรือเส้นเลือดแดงขนาดใหญ่หรืออยู่ลึกเกินไป
- เวลาที่ถูกแก้วบาดก็สามารถห้ามเลือดตัวเองด้วยวิธีนี้ได้ ถ้าเห็นเลือดพุ่งออกจากบาดแผลแดงสด
แสดงว่าเลือดอกจากเส้นเลือดแดง ให้ใช้นิ้วกดลงไปตรงเส้นเลือดในแผลเลย ถ้ามีผ้าก๊อซก็เอามารองนิ้วหน่อยก็ได้
กดนิ้วไว้อย่างนั้นตลอดเวลา อย่ากดๆ ปล่อยๆ จะทำให้เลือดออกมากครับ ถ้าแผลหรือเส้นเลือดไม่ใหญ่นัก
กดสัก 5 นาที เลือดมักจะหยุดไหล
- เมื่อเลือดหยุดแล้วให้พันแผลไว้ให้แน่นรีบไปพบแพทย์ทันทีครับ กรณีที่หาอะไรไม่ได้เลย
อาจกดแผลไว้ขณะเดียวกันก็เดินทางไปพบแพทย์เลยก็ได้
- ใช้แผลพันรัดแผลให้แน่น
- วิธีนี้ได้ผลดีในกรณีเลือดออกจากเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดดำหรือเส้นเลือดแดงที่ห้ามเลือด
ด้วยวิธีอื่นจนเลือดหยุดไหลแล้ว และยังใช้ได้ดีกับการห้ามเลือดจากบาดแผลบริเวณศีรษะ
- วิธีการคือ หาผ้าที่สะอาด กว้างและยาวพอเหมาะกับแผลหรืออวัยวะส่วนที่มีแผล
ถ้าจะพันรอบศีรษะก็ต้องหาผ้ายาวหน่อย เอาผ้าพันเพื่อรัดแผลให้แน่นจนห้ามเลือดได้
แต่มีข้อควรระวังในการพันผ้ารัดแผล ดังนี้
- - เวลาพันผ้ารัดแผล อย่าให้ขอบแผลแยกออกจากกัน พยายามรั้งปากแผลเข้าหากันให้มากที่สุด
- - แผลบริเวณแขนหรือขา อย่ารัดแน่นเกินไป จนเลือดไปเลี้ยงปลายแขนขาไม่ได้
- - ถ้าแผลที่รัดเริ่มมีเลือดออกอีก ให้ห้ามเลือดด้วยวิธีอื่นเสริมด้วย
- - แผลบริเวณคอ ห้ามใช้วิธีนี้นะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นฆาตกรฆ่ารัดคอไปโดยไม่เจตนา
- ใช้ขันชะเนาะ
- เป็นวิธีห้ามเลือดจากแผลบริเวณแขนหรือขาที่ห้ามเลือดด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
เรียกว่าเป็นมาตรการสุดท้ายในการห้ามเลือด
ว่างั้นเถอะ
- ใช้ผ้ากว้าง 2-3 นิ้ว ไม่ควรใช้เชือก ลวด หรือสายยาง เพราะจะบาดเนื้อ ขันชะเนาะเหนือแผล
ห่างจากขอบแผลประมาณ 2 นิ้ว ขันทีละนิดจนแน่นพอที่จะห้ามเลือดได้แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลครับ
(update 9 มิถุนายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 ]
|