โบท็อกซ์ ยาฉีดดึงหน้า


ปัจจุบันนี้โบท็อกซ์ (Botox) กำลังเป็นที่นิยมของคนอเมริกันที่หน้าเหี่ยวและต้องการให้ตึงขึ้น แต่แทนที่จะไปผ่าตัดดึงหน้าแบบเก่า ก็มารับการฉีดยาโบท็อกซ์แทน มีรายงานว่าความนิยมกำลังเพิ่มสูงขึ้นๆ จนเกือบจะถึงขีดสุดแล้ว เพราะกลายเป็นวิธีการรักษาของหมอเสริมสวยที่มีความนิยมมากที่สุด เมื่อปีที่แล้วคนอเมริกันประมาณ 1.6 ล้าคนได้รับการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลบตีนกา และเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ก็มักจะมีคนเอาอย่างไปทั่วโลก เรื่องของโบท็อกซ์ก็คงจะเหมือนกัน

เชื่อหรือไม่ครับว่า ยาโบท็อกซ์ (Botox) ตัวนี้เป็นยาที่ทำมาจากสารพิษที่เรียกว่า Botuilinum Toxin จากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Clostridium botulinum แบคทีเรียตัวนี้เดิมที่เรารู้จักกันว่า เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษในอาหารกระป๋องที่ไม่สะอาด สารพิษที่ผลิตออกมาจากเชื้อตัวนี้ มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทและทางเดินอาหารหลายอย่าง และฤทธิ์อย่างหนึ่งที่เขานำมาใช้ฉีดดึงหน้าก็คือ ฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตหย่อนยานลง

แรกเริ่มเดิมทีหมอตาเอายาตัวนี้มาใช้ฉีดรักษาคนไข้ที่กล้ามเนื้อหนังตา (ที่ทำหน้าที่ปิดตา) บีบรัด หรือกระตุก ทำให้เปิดตาไม่ถนัด เมื่อเขาฉีดยาตัวนี้ไปทำให้กล้ามเนื้อนั้นเป็นอัมพาตบางส่วน ทำให้เปิดตาได้ แต่มีหมอตาหัวดีบางคนได้สังเกตเห็นว่าการฉีดโบท็อกซ์รักษาโรคตาอย่างว่านั้นทำให้รอยเหี่ยว รอยตีนการอบตาหายไปด้วย จึงทำให้มีคนนำมาใช้รักษาโรคหน้าเหี่ยว ใช้แล้วติดใจ ทั้งๆ ที่ในขณะนั้น อ.ย.สหรัฐยังไม่อนุมัติให้ใช้ยาตัวนี้ในข้อบ่งใช้อย่างนั้น และเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ อ.ย.สหรัฐได้อนุมัติให้ใช้ยาตัวนี้ ในการรักษารอยเหี่ยวในบางแห่งบางที่ได้แล้ว เมื่อข่าวนี้ถูกประกาศออกไปก็ชักจะเริ่มมีคน โทรหาคลินิกหมอเสริมสวยกันมากขึ้น

ปกติเวลาเราปิดตากล้ามเนื้อรอบตาจะบีบตัว การบีบตัวนี้มีผลข้างเคียงทำให้เกิดรอยย่นใต้เปลือกตา และรอยตีนกาที่ขอบนอกของตา ยาโบท็อกซ์จะไปจับบริเวณรอยต่อของเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ไปขวางไม่ให้สัญญาณไฟฟ้าที่ส่งจากเส้นประสาทมาบังคับกล้ามเนื้อให้ทำงานได้

แพทย์ที่ใช้ยาตัวนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอพลาสติกก็ได้ แต่ต้องมีความชำนาญพอสมควร คือต้องรู้ว่าฉีดรอบๆ ตา ฉีดตรงไหนบ้าง ฉีดมากน้อยแค่ไหน ถ้าฉีดผิดที่ผิดทาง คนไข้ปฏิบัติตัวผิดจะเกิดปัญหาได้มากเนื่องจากยามีฤทธิ์ทำให้เป็นอัมพาตกล้ามเนื้อนานถึง 3-6 เดือน เขาจะฉีดแค่ 4 จุด จุดละไม่มาก ถ้าฉีดมากไปหรือผิดพลาดไปจะทำให้เกิดความผิดปกติของการเปิดปิดตา หรือถ้าฉีดรอบปากจะทำให้ริมฝีปากอ่อนแรงเป็นผลให้น้ำลายไหลบังคับไม่ได้ ผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ตัวนี้คือ จะทำให้คนไข้ไม่สามารถขมวดคิ้ว ยักคิ้ว หรือหลิ่วตา ผลข้างเคียงอย่างว่านี้สำหรับคนทั่วไปคงไม่มีปัญหา แต่สำหรับดาราไม่สามารถแสดงสีหน้าแสดงอารมณ์ทางใบหน้าได้ก็จะเกิดปัญหา เนื่องจากที่ฮอลลีวูดพวกดารานิยมฉีดยาตัวนี้เพื่อลบรอยตีนกากันมาก จึงทำให้ผู้กำกับหนังมีปัญหา

สนนราคาค่าฉีดโบท็อกซ์ลบรอยตีนกานี้ค่อนข้างแพง ขวดหนึ่งฉีดได้ประมาณ 3 คน ต้องจ่ายคนละหลายพันบาท ถ้าซื้อมาขวดหนึ่งจ่ายคนเดียวก็ต้องเสียเงินเป็นหมื่น ส่วนมากตามร้านเสริมสวยเมืองไทย จึงนิยมให้คนไข้ช่วยกันจ่ายค่ายาค่าหมอ เมื่อหมอมีสมาขิกครบ 3-4 คนแล้ว จึงนัดกันมาฉีดพร้อมกันราคาก็จะถูกลง

ท่านผู้บริโภคควรทราบไว้ด้วยว่า ไม่ใช่รอยเหี่ยวย่นทุกชนิดบนใบหน้าจะรักษาด้วยโบท็อกซ์ได้หมด รอยเหี่ยวย่นบางอย่างเกิดจากการที่ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นจากความชราไม่ใช่จากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ในกรณีเสียความยืดหยุ่นนี้การฉีดโบท็อกซ์จะไม่ได้ผล เสียเงินฟรี ดังนี้จะเห็นว่าถ้าหมอที่ทำการฉีดแยกเรื่องนี้ไม่ออก ไม่ชำนาญการ จะทำให้คนไข้เสียเงินเปล่า ไม่หายเหี่ยวแต่ประการใด หมอผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งบอกผมว่า ความเหี่ยวของผิวหนังจากการขาดความยืดหยุ่นเนื่องจากความแก่ เขาใช้สารอย่างอื่นฉีดกำจัดร่องรอยเหี่ยวแทน ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรไปหาแพทย์ให้ถูกจึงจะได้ผลดี

ที่จริงโบท็อกซ์ยังใช้รักษาโรคอย่างอื่นอีก เช่น การรักษาโรคกล้ามเนื้อเกร็งตัวจากโรคระบบประสาท รักษากล้ามเนื้อเกร็งตัวจากการบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อที่ทำให้เด็กคอเอียง ปัจจุบันนี้มีหมอเริ่มเอาโบท็อกซ์ มาทดลองใช้ฉีดกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนัก เพื่อรักษาโรคแผลเรื้อรังที่ช่องทวารหนักกันแล้ว เนื่องจากแผลในช่องทวารหนักเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหูรูดให้ขาดออกจากกันบางส่วน เมื่อมีโบท็อกซ์แล้วการผ่าตัดอาจจะมีความจำเป็นน้อยลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยาโบท็อกซ์ยังแพงมาก การฉีดก้นจึ๊กเดียวเสียเงินเป็นพันเป็นหมื่นบาทคนไข้แผลที่ช่องทวาร ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโครงการ 30 บาท ก็คงจะสู้ไม่ไหว ยาโบท็อกซ์จึงคงต้องใช้กับคนมีเงินในคลินิกเสริมสวยหรือคลินิกหมอโรคผิวหนัง ส่วนคลินิกหมอโรคทวารหนักคงต้องชิดซ้ายไปก่อนนะครับ


(update 11 มิถุนายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 2 มีนาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600